บ้านดินสร้างได้ด้วยมือเรา การตกแต่งบ้านดิน

ตอนที่ 4 ระบบไฟฟ้าภายในบ้านดิน
บ้านดินสร้างได้ด้วยมือเรา (ฉบับเสมือนเป็น คู่มือการสร้างบ้านดิน)

"น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก" เป็นนโยบายและวิสัยทัศน์ที่ดูเหมือนหลายๆหน่วยงาน ยึดเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในเขตชุมชน จนไปถึงระดับหมู่บ้าน "บ้านเกาะมะซาง" ของข้าพเจ้าก็หนีไม่พ้นนโยบายสำเร็จรูปเหล่านี้ แต่การพัฒนาแบบเร่งรัดบางครั้งก็ดูน่าใจหาย เมื่อต้นไม้น้อยใหญ่นับร้อย นับพัน ต้องถูกตัดโค่น เพื่อแลกกับถนนสักเส้นหนึ่ง คลองส่งน้ำ(ที่ไม่เคยมีน้ำให้ส่ง) ถูกขุดขวางเส้นทางน้ำหลาก ทำให้หมู่บ้านที่ไม่เคยมีน้ำท่วม ก็เกิดน้ำท่วมขังจนชาวบ้านรู้สึกตื่นเต้น อุปกรณ์ไฟฟ้ากลายเป็นเครื่องใช้พื้นฐานภายในครัวเรือน แถมด้วยสิ่งที่เรียกว่า "รีโมท" ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ การใช้อวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามที่ธรรมชาติมอบให้จึงน้อยลงทุกวันๆ

ไฟฟ้าเข้าถึงหมู่บ้านของข้าพเจ้ามานานนับสิบปี ถนนค่อยๆ แปรเปลี่ยนจากทางเกวียนเป็นถนนลูกรัง และคอนกรีตตามลำดับ มีรถยนต์แล่นผ่านไปมามากขึ้น รถไถนาเข้ามาแทนที่เจ้าทุย เกวียนถูกส่งไปเป็นเครื่องประดับสวน ซุ้มประตู บ้างก็ถูกแยกชิ้นส่วนเป็นเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ บางคนอาจมองว่าสวย แต่สำหรับลูกชาวนาแท้ๆ อย่างข้าพเจ้า เห็นแล้วรู้สึกสลดหดหู่ และเศร้าใจมากกว่า ส่วนเจ้าทุยนั้นไม่ต้องพูดถึง ตกงานไปโดยปริยาย

ที่พูดเช่นนี้ ใช่ว่าจะเป็นพวกต่อต้านเทคโนโลยี และจะปิดประตูอยู่อย่างหลับหูหลับตา แต่พูดในฐานะเด็กที่เกิดและเติบโตมาจากป่า (ที่เคยสมบูรณ์ในอดีต) และชีวิตอีกด้านมีโอกาสได้สัมผัสสิ่งที่คนเมืองเรียกว่าความศิวิไลซ์ แต่ไม่ว่าจะเป็นชีวิตด้านไหน ต่างมีข้อดี ข้อด้อย จะดีกว่าไหม หากเราจะเลือกคัดสรรแต่สิ่งดีๆ แล้วนำมาแลกเปลี่ยนและแบ่งปันกัน เพื่อไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

บ้านดินสามารถติดตั้งระบบไฟฟ้าได้เหมือนบ้านปกติทั่วๆไป ไม่ต่างกับระบบน้ำประปาที่ได้นำเสนอไปแล้ว สำหรับบ้านดินหลังนี้ มีวิธีการจัดการกับระบบไฟฟ้าอย่างไร ตามไปดูกันเลยค่ะ

เริ่มจากการออกแบบ ว่าเราต้องการให้มีหลอดไฟแสงสว่างกี่ดวง ต้องการเต้าเสียบปลั๊กกี่จุด จากนั้นก็ขีดเส้นและกำหนดจุดไว้ เมื่อกำหนดได้แล้ว ก็เดินสายไฟมารอไว้ก่อน

ขุดผนังเพื่อร้อยท่อฝังสายไฟไว้ในผนังดิน

ร้อยสายไฟลงในท่อ

ใส่สวิตช์ไฟ เต้าเสียบปลั๊กตามที่เราออกแบบไว้ (หาคนที่มีความรู้เรื่องไฟฟ้ามาช่วยสักคนก็น่าจะดีค่ะ เพราะกระแสไฟฟ้านี้เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เวลามันจะดูดขึ้นมา มันไม่บอกล่วงหน้าด้วยค่ะ)

ฉาบปิดด้วยดิน

ไอเดียบรรเจิด ใช้เศษไม้สักมาทำเป็นฝาครอบ

หาโคมไฟสวยๆ มาติดตามจุดที่กำหนด

หรือจะออกแบบเองก็ได้ง่ายๆ ซื้อขั้วหลอดสำเร็จรูปมาราคา 15 บาท ร้อยเข้ากับหวด ที่ระลึกจากเขื่อนน้ำงึม สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราคาราวๆ 100,000 กีบ (80 บาท)

ก็จะได้โคมไฟสวยเท่ ดังภาพ (หวดใบนี้ ซื้อมาเป็นที่ระลึกการเดินทาง คราวไปร่วมประชุมสัมมนา "3rd Regional Stake Holder Forum on Mekong Basin Development Plan" ซึ่งคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission : MRC) เป็นเจ้าภาพ ณ นครเวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 29 - 30 กรกฎาคม 2553 และวันที่ 31 กรกฎาคม 2553 ดร.ทัดเทวา สะพังทอง กัลยาณมิตรชาวลาว พาคณะเราซึ่งประกอบไปด้วย ลุงสมคิด สิงสง อาจารย์ ดร.จงดี โตอิ้ม คุณโยธิน วรารัศมี และตัวข้าพเจ้า พาเที่ยวชมรอบๆ นครเวียงจันทน์ และเลยไปถึงเขื่อนน้ำงึม ห่างจากเวียงจันทน์ไปเกือบร้อยกิโลเมตร ก่อนจะพาส่งข้ามสะพานมิตรภาพ กลับประเทศไทย)

โคมไฟฝาปิดหวดค่ะ