เสน่ห์และสนุก...ช็อปปิ้งในเนปาล

โน้ตบุ๊ค
แม้จะเดินทางกลับมาจากประเทศเนปาลได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่กลิ่นอายของดินแดนในเทือกเขาหิมาลัยก็ยังคงตราตรึงอยู่ในใจและความทรงจำของ "บันนี่" โดยเฉพาะสิ่งที่คาดไม่ถึงคือช็อปปิ้งในเนปาลนั้นสนุกสนาน เพลิดเพลินไม่แพ้เมืองอื่นๆเลย
คนส่วนใหญ่มักคิดว่าสินค้าของเนปาลที่ขึ้นชื่อมีเพียงไม่กี่อย่าง บางคนจึงไม่เตรียมเงินไปเพื่อช็อปปิ้งเลยก็มี แต่เมื่อไปถึงแหล่งแล้วถึงกับเสียดายที่ไม่มีเงินรูปีพอ แต่พี่แขกก็ไม่ยอมเสียลูกค้าไปง่ายๆ เช่น ดอลลาร์อเมริกันก็ยินดีรับ ถ้าต่อรองแล้วบอกว่ามีเงินรูปีไม่พอ บางคนขอให้จ่ายเป็นเงินบาทเลยก็มี นอกจากผ้าคลุมไหล่
พาชมีน่า และชาที่โด่งดังแล้ว เนปาลยังมีของฝากที่ระลึกที่น่าสนใจอีกมากมาย นี่ยังไม่รวมถึงสินค้าประเภทโอท็อปที่แต่ละเมืองก็มีเอกลักษณ์ต่างกันไป
เมืองที่ "บันนี่" ได้มีโอกาสไปเยือนและช็อปปิ้งมีเพียงโภคราและกาฐมาณฑุ ที่โภครานั้น "บันนี่" ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเลือกซื้อและต่อรองผ้าพาชมีน่าจนเกือบไม่มีเวลาพิจารณาของอื่น ในขณะที่ คุณวนิดา เกษมศรี ณ อยุธยา เจ้าของบริษัททัวร์อาร์อัสที่นำเราไปตัดสินใจซื้อผ้าคลุมไหล่เพียงหนึ่งผืนแล้วก็เดินไปชมสินค้าอื่น จนได้คอลเลคชั่นพระพุทธรูป และเทวรูปโลหะมาหลายองค์ เมื่อกลับมายังเมืองกาฐมาณฑุอีกครั้ง บรรยากาศแห่งการช็อปปิ้งก็เริ่มเบ่งบานขึ้นที่ตลาดทาเมลเหมือนกับเป็นตารางทัวร์ที่เหมือนๆกันหมด โดยการพานักท่องเที่ยวไปละลายเงินรูปีในวันสุดท้ายก่อนกลับบ้าน
ทาเมล (Thamell) เป็นศูนย์กลางความเจริญของกาฐมาณฑุ สองข้างทางเต็มไปด้วยบริษัททัวร์ต่างๆ ที่พักราคาถูก ร้านอาหาร ร้านขายของ ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ขึ้นชื่อ โดยเฉพาะสินค้าจำพวกหัตถกรรมพื้นเมือง อุปกรณ์แคมปิ้งและปีนเขา รวมทั้งเครื่องประดับที่ทำจากหินต่างๆ คล้ายถนนข้าวสารในบ้านเรา สินค้าที่ขึ้นชื่อคือผ้าทังกาของทิเบตและเผ่าเนวาร์ งานหัตกรรม เช่น กรอบรูป กรอบหน้าต่าง รูปปั้น และงานแกะสลัก ผลิตภัณฑ์จากกระดาษสา ที่เขาเรียกว่า Rice Paper ที่ไม่ได้ทำมาจากข้าว แต่ทำมาจากพืชชนิดหนึ่ง ชื่อ Daphne เป็นไม้พุ่มที่มี
ดอกหอม หากนำเยื่อของพืชนี้มาทำผลิตภัณฑ์ จะได้กระดาษที่ดูคล้ายกระดาษสา แต่เนื้อละเอียดกว่ามาพิมพ์หรือระบายสีเป็นของใช้ได้หลายอย่าง อาทิ ปฏิทิน การ์ด อวยพร กระดาษโน้ต และโคมตะเกียง
แต่สำหรับสุภาพสตรีแล้ว ที่โดดเด่นโดนใจและต้องตาที่สุด คือ เครื่องประดับที่ทำด้วยหินทั้งของเนปาล อินเดีย และทิเบต มีสารพัดสี สารพัดแบบ ราคาย่อมเยา (หลังจากต่อรองแล้ว) มีจำหน่ายทั้งในร้านบนแผงและบนข้อมือและแขนของชายและหญิงชาวเนปาล ที่มาคอยมารุมมาตุ้มขณะยืนรอไก๊ด์หรือรอรถทัวร์มารับ หรือยืนชื่นชมสถานที่ท่องเที่ยวหากตั้งสติให้ดี จะได้ของสวยงามและราคาถูก แม่ค้าชาวเนปาลคนหนึ่งรี่เข้ามาเสนอขายสร้อยคอที่คล้องไว้เต็มแขนให้ "บันนี่" เธอพูดภาษาอังกฤษได้ดีมากจน "บันนี่" แกล้งถามว่าหมดแขนนี้เท่าไร? เธอทำท่าดีใจมาก พร้อมถามกลับมาว่าจริงหรือ? โอ! มุกตลกของคนไทยกับแขกไปด้วยกันไม่ได้เลยจริงๆ นะนายจ๋า... "บันนี่" เลยต้องบอกว่าพูดเล่น แล้วทำหน้าจริงจังถามว่าเส้นละเท่าไร? แม่ค้าแขกก็ตอบว่าราคามีตั้งแต่ 2,000-5,000 รูปี (100 รูปี = 32 บาท) ขณะอยู่บนแขนคนขายนั้นมีน้อยเส้นนักที่จะดูสวยงามโดดเด่น การเลือกจากแขนเธอก็ไม่ใช่ง่าย แม้เธอจะมีรูปร่างไม่ใหญ่นัก แต่ก็มีแขนที่แข็งแรงมาก เพราะสร้อยหินนับร้อยเส้นที่แขวนอยู่นั้นมีน้ำหนักหลายกิโลกรัมเลยทีเดียว ระหว่างรอรถมารับ "บันนี่" ก็เลือกมาได้ 10 เส้น ใหญ่-เล็กคละกันไป ต่อรองกันแบบเหมาโหล ในราคา 8,000 รูปี เธอขอเพิ่มอีก "บันนี่" ก็ใช้มุกเดิมๆว่าเงินรูปีมีเหลือแค่นี้ เธอบอกว่าอยากได้เงินไทยมากกว่า เมื่อถามว่าทำไมถึงอยากได้เงินบาท เธอตอบว่าถ้านำไปแลกแล้วได้เป็นเงินรูปีมากกว่า แต่ "บันนี่" กลับคิดว่าหรือเธอจะเก็บเงินไทยไว้มาซื้อของที่สำเพ็งหรือใบหยกเพื่อมาขายนักท่องเที่ยวต่อไป เสียงน้องสาวแว่วๆมาเตือนสติว่า "ซื้อแล้วอย่าคิดมาก" ถึงวันนี้ "บันนี่" ก็ยังไม่ได้ไปสำรวจที่ใดในกรุงเทพฯเลย แต่พอมาเปิดคอลเลค
ชั่นที่บ้านก็พบว่าพอกลับมาเมืองไทยแล้วทุกเส้นสวยงาม และดูดีมีราคา จนรู้สึกว่าน่าจะซื้อมามากกว่านี้
นี่ละค่ะ! เสน่ห์และสนุกในการช็อปปิ้งที่เนปาล ท่ามกลางความเป็นมิตรที่น่าประทับใจในดินแดนแห่งอ้อมกอดของแนวเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลก