ชาดีที่ควรดื่มเพื่อสุขภาพดี

ธรรมชาติบำบัด

ใบชา...ใบไม้ใบเล็กๆ ที่ไม่ได้ดูพิเศษไปกว่าใบไม้ชนิดอื่น หากแต่เมื่อนำมาชงด้วยน้ำร้อน ออกมาเป็นน้ำชาสีอ่อนๆแล้ว กลับกลายเป็นเครื่องดื่มที่มีคนนิยมดื่มมากที่สุดในโลก

วัฒนธรรมการดื่มชามีมานานนับพันปีแล้ว โดยจีนเป็นชนชาติแรกที่รู้จักการดื่มชา ผลิตชา และทำไร่ชามาก่อนชนชาติอื่นใด การดื่มชาของคนในเอเชีย ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เช่นในวัฒนธรรมของคนจีน ชาเป็นสัญลักษณ์ของมิตรไมตรีและการต้อนรับด้วยความยินดี เมื่อมีแขกมาเยือนถึงบ้าน ต้องต้อนรับด้วยชาร้อนหนึ่งถ้วย ซึ่งถือเป็นมิตรไมตรีอันอบอุ่นจากเจ้าของบ้านที่จะขาดเสียมิได้

ปัจจุบัน แม้ว่าธรรมเนียมเหล่านี้จะพบเห็นได้ยากแล้ว แต่ความนิยมในการดื่มชาก็ยังคงแพร่หลายไปทั่วโลก ด้วยการศึกษาวิจัยที่ทำขึ้นมากมายจนได้ข้อพิสูจน์แล้วว่า ชามีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และต่อไปนี้คือชาดีที่ควรดื่มเพื่อสุขภาพดี...

ชาดำ ป้องกันโรคหัวใจ

สารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า โพลีฟีนอลซึ่งมีมากในชาดำจะไปทำลายสารอนุมูลอิสระตัวร้ายและช่วยให้ร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการต้านการติดเชื้อ ชาดำยังมีคาเฟอินครึ่งหนึ่งของกาแฟสดอีกด้วย

ชาเอิร์ลเกรย์ ช่วยย่อยอาหาร

ชาเอิร์ลเกรย์ จัดอยู่ในประเภทชาผสม (Blend Tea) โดยการนำใบชาดำมาผสมกับน้ำมันหอมระเหยของพืชตระกูลส้ม เพื่อแต่งกลิ่นให้หอมละมุนคล้ายกลิ่นมะกรูด มะนาว ซึ่งน้ำมันหอมระเหยนี้ดีต่อระบบย่อยอาหาร เพราะจะไปกระตุ้นการหลั่งเอนไซม์ในกระเพาะอาหาร ช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้ดีขึ้น

ชาเขียว เสริมระบบภูมิคุ้มกัน

เนื่องจากชาเขียว เป็นชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมักเหมือนชาดำ แต่ทำให้แห้งด้วยการตากแดดโดยไม่ไห้โดนแสงแดดโดยตรง จากนั้นจึงนำมาอบหรือการคั่วบนกระทะร้อน เสร็จแล้วนำไปนวด เพื่อทำให้เซลล์แตก แล้วนำไปอบแห้งอีกครั้ง จึงช่วยเก็บรักษารสชาติและประโยชน์เอาไว้ได้มากกว่า ซึ่งในชาเขียวจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและต้านความแก่สูง มีการวิจัยพบว่า ชาเขียวสามารถจะช่วยป้องกันโรคได้มากมาย ครอบจักรวาลเลยทีเดียว เป็นต้นว่า ป้องกันโรคเบาหวาน มะเร็งในกระเพาะอาหาร มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล และมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้เป็นอย่างดี

ชาผู่เออร์ เพิ่มพลัง สดชื่น กระปรี้กระเปร่า

ชาผู่เออร์มีประสิทธิภาพในการช่วยลดโคเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด ช่วยให้จิตใจปลอดโปร่ง และช่วยย่อยอาหาร

 

ชาอู่หลง ช่วยลดน้ำหนัก

ชาอู่หลง หรือชามังกรดำ (Black Dragon Tea) เป็นชาที่มาจากประเทศจีน ชาชนิดนี้ประกอบด้วยสาร ทีเอซิเนนซิน ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยจากไต้หวัน ตีพิมพ์ใน The Journal of Nutritional Biochemistry ฉบับเดือนมกราคม 2001 ว่า จากการทดลองกับหนูในห้องแล็บพบว่า หนูกลุ่มที่ให้กินชาอู่หลงลดน้ำหนักได้มากกว่าหนูที่ให้กินชาเขียว

ชารอยบอส เพื่อสุขภาพผิวสวย

ชารอยบอส (Rooibos) หรือชาแดง มีถิ่นกำเนิดมาจากแอฟริกาใต้ เป็นหนึ่งในชาที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุดในโลก และเป็นชาชนิดเดียวที่ไม่มีคาเฟอินโดยธรรมชาติ แต่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาดำ ซึ่งดีต่อสุขภาพผิว ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และบรรเทาอาการผิวหนังอักเสบ นอกจากนั้นยังป้องกันโรคต่างๆ รวมถึงโรคมะเร็ง และยังนิยมนำไปใช้เพื่อบรรเทาอาการของโรคลำไส้แปรปรวน และลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ (ตะคริว) อีกทั้งยังมีสรรพคุณในการต้านการอักเสบด้วย

ชาขาว ลดความเสี่ยงของมะเร็ง

ในขณะที่ชาเขียวทำมาจากใบของต้นชา แต่ชาขาวได้จากส่วนที่เป็นยอดอ่อนของต้นชาเท่านั้น ชาชาวจึงมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากกว่าชาเขียวมาก รสชาติของชาขาวจะคล้ายกับรสของชาดำชงอ่อนๆ และสามารถดื่มได้ทั้งแบบใส่นมและไม่ใส่นม

ชาสมุนไพร บำบัดโรคและรักษา

ชาจากสมุนไพรไม่มีคาเฟอิน แต่มีประโยชน์มหาศาลต่อสุขภาพ เช่น ชามินท์ ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำย่อย และสามารถบรรเทาอาการของโรคลำไส้แปรปรวน พร้อมทั้งช่วยย่อยอาหาร ชาคาโมมายล์ ช่วยกล่อมประสาทและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ถ้าดื่มก่อนนอนจะช่วยให้หลับสบาย ชาเป็ปเปอร์มินท์ ช่วยในการย่อยอาหาร จากการศึกษาพบว่ามันมีผลต่อการบีบเกร็งของลำไส้ในระบบการย่อยอาหาร ชาขิงแก้อาการคลื่นไส้ และชาใบหม่อนดีต่อผู้หญิงที่มีปัญหาประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอและผู้หญิงที่มีอายุครรภ์เกินกำหนด

เคล็ดลับการชงชา

วิธีการชงชาโดยทั่วๆไป เพียงเติมน้ำร้อนลงไปในใบชา แล้วรอสักพัก อย่างที่คนส่วนใหญ่ทำกันเป็นปกตินั้น จะทำให้ได้น้ำชาที่มีรสชาติและคุณค่าไม่ดีเท่าที่ควร หากจะชงชาให้ถูกวิธีจริงๆ ที่ถูกต้องมีวิธีการดังนี้

- ปริมาณชาที่จะใช้ จะขึ้นกับรูปร่าง ลักษณะและคุณภาพของใบชา โดยมากจะใส่ประมาณ 25 - 30 % ของความจุกาน้ำชา แต่ถ้าใครไม่ชอบรสชาเข้มข้นอาจจะลดปริมาณชาให้น้อยลงได้

- อุณหภูมิของน้ำที่จะใช้ชงชาต้องเป็นน้ำร้อน แต่ไม่ใช่น้ำเดือด 100 องศาเซลเซียสเสมอไป เพราะชาแต่ละชนิดจะใช้น้ำในอุณหภูมิที่ชงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับรูปร่างและชนิดของชา เช่น ชาที่มีใบกลมแน่น จะใช้น้ำที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียสขึ้นไป ชาที่มีใบเรียวเล็กหรือชาที่มียอดใบอ่อนเยอะอย่างชาขาว จะใช้น้ำที่อุณหภูมิ 80 - 90 องศาเซลเซียส ส่วนชาเขียวมักจะชงด้วยน้ำที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสลงไปเล็กน้อย

- หากอยากได้รสชาติที่ดีที่สุดของชา ควรเลือกใช้ กาดินเผา หรือกาเซรามิค และก่อนชง ควรเอาน้ำร้อนเทใส่กาแล้วเทออกเพื่อเป็นการอุ่นก่อน จากนั้นจึงตักใบชาใส่ลงไปตามที่ต้องการ (ประมาณ 25 - 30 เปอร์เซ็นต์ของความจุของกา) แล้วเทน้ำร้อนลงไปประมาณครึ่งกา แล้วเทน้ำออกใน 5 วินาที เป็นการอุ่นใบชา หลังจากนั้นค่อยเทน้ำร้อนลงไปจนเต็มกาและปิดฝา รอประมาณ 40 - 60 วินาที จึงรินมาดื่ม

- ชา 1 กา สามารถเติมน้ำเพื่อชงซ้ำได้ประมาณ 4 - 6 ครั้ง หรือจนกว่าความหอมของชาจะหมดไป และแต่ละครั้งควรเพิ่มระยะเวลาในการรอหลังจากเติมน้ำครั้งละ 10 - 15 วินาทีด้วย

- การชงชาแต่ละครั้ง ควรรินน้ำชาให้หมดกาเสียก่อนจึงค่อยเติมน้ำร้อนลงในกาใหม่ ถ้าไม่รินน้ำชาเก่าออกให้หมด ชาจะเสียรสชาติ อาจมีรสขมหรือฝาดเพิ่มขึ้น และยังอาจทำให้ท้องผูกได้

วันนี้คุณดื่มชาหรือยัง!!!