เลือกเรียนอะไรในสายคอมพิวเตอร์ดี (2)

หญิงไทยไอที

หญิงไทยไอทีคราวนี้ต่อจากคราวก่อนครับ โดยคราวก่อนนั้นเป็นการปูพื้นเพื่อให้คุณผู้อ่านเห็นภาพว่ากว่าผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการจะสามารถนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยการทำงานได้นั้นต้องผ่านการเชื่อมต่อจากบุคคลอื่นอีกกี่ชั้น เริ่มตั้งแต่คอมพิวเตอร์ซึ่งในชั้นนี้ถ้าจะให้ผู้บริหารมาจัดการเองคงไม่ใช่เรื่อง เพราะมันมีอะไรหยุมหยิมมากมาย เริ่มตั้งแต่ปลั๊กไฟไปจนถึงการสั่งให้ทำงานเลยเชียวล่ะ

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ต้องมีนักคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่คุยกับคอมพิวเตอร์โดยตรง แต่นักคอมพิวเตอร์ก็คุยกับผู้บริหารไม่ค่อยจะรู้เรื่องอีก ก็เลยต้องมีนักไอทีมาแปลภาษาคอมพิวเตอร์ให้เป็นภาษามนุษย์ที่คนทั่วไปเข้าใจได้ แต่นักไอทีก็ไม่ค่อยจะมีความรู้ด้านธุรกิจทำให้ไม่ค่อยเข้าใจความต้องการของท่านผู้บริหาร ก็เลยต้องมีนักวิทยาการจัดการหรือ MIS มาช่วยสื่อสารระหว่างท่านผู้บริหารกับนักไอทีอีกทอด

ในเมื่อเรื่องราวมันดูซับซ้อนขนาดนี้ก็เลยเกิดเป็นสาขาวิชาด้านคอมพิวเตอร์ซะหลายแขนง และแน่นอนปัญหาที่ตามมาคือไม่รู้จะให้เด็กๆสมัยนี้เลือกเรียนอะไรดี

บทความคราวนี้คงไม่สามารถแนะนำคุณผู้อ่านทุกท่านว่าควรจะเลือกเรียนสาขานั้น สาขานี้ เพราะเรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนเป็นหลักว่ารักจะเป็นอะไรในภายภาคหน้า แต่สิ่งที่คุณผู้อ่านจะได้จากบทความคราวนี้คือความเข้าใจว่าแต่ละสาขาวิชานั้นเขาเรียนไปเพื่ออะไร และนี่จะเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจเลือกสาขาที่ใช่ให้กับลูกหลานของคุณผู้อ่าน หรืออาจจะเป็นตัวคุณผู้อ่านเองด้วยซ้ำ

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์

ถ้าเป็นสมัยก่อนพอได้ยินคำว่า "วิศวกรรมศาสตร์" หลายท่านก็คงจะนึกถึงเครื่องจักรเครื่องกลขนาดใหญ่ หรือไม่ก็สายไฟระโยงระยางที่ทำให้ต้องมีวิศวกรไฟฟ้า กับพวกตึกสูงๆ ที่ต้องใช้วิศวกรโยธารับผิดชอบงาน ซึ่งถ้าใครคิดแบบนี้ก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่วิศวกรทางด้านคอมพิวเตอร์ต้องเปลี่ยนความคิดนิดหน่อย เพราะในสายวิชานี้มีการแบ่งออกไปเป็น 3 สาขาย่อย คือ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์การสื่อสาร ซึ่งแต่ละสาขาจะว่าไปก็เรียนวิชาพื้นฐานเหมือนๆกันคือต้องรู้วิธีการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ที่เราเห็นเป็นเครื่องแบบจับต้องได้ การออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ และสุดท้ายก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นแบบใช้สาย หรือไร้สายก็ตาม แต่จะมีวิชาที่เน้นหนักกันในแต่ละสาขาคล้ายๆอย่างนี้

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ จะเน้นหนักไปในทางการออกแบบระบบเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นหลัก เริ่มกันตั้งแต่ออกแบบตัวชิพประมวลผลของคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงพวกอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้ ซึ่งผู้ที่เรียนสาขานี้จะมีความเป็นคอมพิวเตอร์ในตัวเองสูงมาก สูงขนาดสามารถพูดภาษาเดียวกับคอมพิวเตอร์ได้คล่องปรื๊ดเลยเชียว

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ สาขาวิชานี้จะออกห่างจากคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ออกมานิดหน่อย โดยหลักๆแล้วก็จะศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อนำไปใช้ในคอมพิวเตอร์เป็นหลัก เริ่มกันตั้งแต่เก็บความต้องการของผู้ใช้เพื่อดูว่าซอฟต์แวร์ควรจะออกมาเป็นอย่างไร การตั้งเป้าหมายของระบบ การออกแบบระบบ กระบวนการพัฒนา การตรวจสอบ การประเมินผล การติดตามโครงการ การประเมินต้นทุน การรักษาความปลอดภัยของระบบ แถมยังต้องไปเกี่ยวกับการคิดราคาซอฟต์แวร์ด้วย (สาขานี้ใครเก่งจริง ผมว่าน่าจะรวยใช่เล่นนะ)

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์การสื่อสาร ศาสตร์ด้านนี้จะเน้นไปทางด้านการสื่อสารเป็นหลักครับ ว่ากันตั้งแต่การส่งเสียงผ่านสายอากาศไปจนถึงการสื่อสารผ่านดาวเทียมเลยเชียวครับ ความเห็นส่วนตัวผมคนเดียวนะ ผมว่าสาขานี้น่าจะหางานในบ้านเราง่ายสุด

วิทยาการคอมพิวเตอร์

จริงๆแล้วสาขาวิชานี้ คือ สาขา "วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์" ครับ โดยเนื้อหาวิชาที่เรียนกันก็จะเป็นด้านทฤษฎีกันเป็นหลัก เหมือนการเรียนวิทยาศาสตร์ในสาขาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา แต่สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์จะเรียนเกี่ยวกับทฤษฎีการทำงานของคอมพิวเตอร์ คือเริ่มตั้งแต่คอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างไร จากนั้นก็ทฤษฎีด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบเครือข่าย เรียกว่าอะไรที่เป็นทฤษฎีคณะนี้เรียนหมด

ถ้าใครคิดว่าสาขานี้ไม่น่าเรียน ผมขอให้คิดใหม่นะครับ เพราะโลกคอมพิวเตอร์พัฒนาได้ก็เพราะคนสาขานี้ คือถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไบโอชิพ (คือสร้างชิพประมวลผลจากสิ่งมีชีวิต) นาโนคอมพิวเตอร์ (คอมพิวเตอร์ระดับเล็กจิ๋ว แต่ทำงานได้มหาศาล) หรือเครื่องย้ายมวลสาร (อย่างที่เราเห็นกันในหนังวิทยาศาสตร์) ผมว่าอย่างไรซะก็ต้องมาจากคนกลุ่มนี้แน่นอน

เทคโนโลยีสารสนเทศ

สาขาวิชานี้เป็นที่นิยมกันบ้านเรามาก สำหรับเนื้อหาที่เรียนก็เรียกว่าผสมรวมทั้งวิทยาการคอมพิวเตอร์กับวิศวกรรมคอมพิวเตอร์มาอยู่ด้วยกัน แต่จะเน้นหนักไปในด้านการใช้และจัดการข้อมูลมากกว่า ให้สมชื่อ Information Technology ที่แปลว่าเทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสาร หรือเทคโนโลยีสารสนเทศนั่นเอง เนื้อหาวิชาก็มีทั้งทฤษฎีเกี่ยวกับการทำงานของชิพประมวลผล การทำงานของดาวเทียม การอ่านกราฟที่ใช้ในการหมุนดาวเทียมรับสัญญาณ การพัฒนาระบบ การเขียนโปรแกรมเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน การพัฒนาของภาษาคอมพิวเตอร์จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ไปจนถึงการใช้งานคอมพิวเตอร์ในแวดวงธุรกิจ

แต่ขอบอกก่อนนะครับว่าเนื้อหาทั้งหมดนั้นไม่ได้เจาะลึกกันจนถึงระดับ "ถึงลูกถึงคน" อย่างพวกวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ กับวิทยาการคอมพิวเตอร์ ถ้าจะเรียกว่าเรียนไปเพื่อให้เข้าใจสิ่งต่างๆในโลกคอมพิวเตอร์ก็คงไม่ผิดนัก โดยนักไอทีมีหน้าที่ในการนำความรู้ที่มีอยู่ไปต่อยอดเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลให้มีประสิทธิภาพต่อไป

วิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์

สาขาวิชานี้เห็นมีเปิดอยู่หลายที่นะครับ ลองค้นๆดูจากรายชื่อมหาวิทยาลัยดูได้ เท่าที่ทราบจะเป็นการเรียนคล้ายกับนัก IT (เทคโนโลยีสารสนเทศ) แต่เนื้อหาจะกว้างกว่าและเน้นการใช้งานที่ใกล้เคียงกับระบบธุรกิจมากกว่านักไอที ผมเคยมีเพื่อนที่จบสาขานี้ เรียกว่าคุยกันรู้เรื่องเลยเชียวล่ะ แต่เค้าจะมีข้อได้เปรียบผมอยู่ตรงที่มีความเข้าใจในมุมมองทางธุรกิจมากกว่า

หน้ากระดาษหมดพอดีครับ เอาเป็นว่าสาขาวิชาด้านคอมพิวเตอร์ในเมืองไทยที่เปิดให้เรียนกันในระดับมหาวิทยาลัยก็มีประมาณแบบที่ผมเล่าครับ ที่เหลือก็เป็นการตัดสินใจของเด็กๆ และคุณผู้อ่านเองที่อยากจะให้ลูกหลานเป็นอะไรในอนาคต