เรื่องน่ารู้ คู่ยาไทย

หน้าต่างสุขภาพ

แม้วิถีชีวิตของคนยุคใหม่จะผสมกลมกลืนไปกับเทคโนโลยีทันสมัยไฮเทคแทบจะทุกลมหายใจ ทั้งไอพอด ไอแพด ไอโฟน แลบท็อพ แทบเล็ต แอนดรอย์ ฯลฯ สารพัดอุปกรณ์ล้ำยุคที่หลั่งไหลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราอย่างแทบจะแยกกันไม่ออก แต่ในอีกด้านหนึ่งของชีวิต การดูแลสุขภาพของเราก็ยังต้องอาศัยภูมิปัญญาไทยที่บรรพบุรุษของเราได้คิดค้นตำรับยาไทยไว้เป็นมรดกของชาติ สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน แม้จะดูเหมือนว่าคนไทยได้หลงลืม หรือมองข้ามของดีที่เรามีอยู่ไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ก็น่าดีใจที่ปัจจุบัน คุณค่าของยาไทยกำลังถูกนำกลับมาสู่วิถีชีวิตของคนไทยอีกครั้ง

เป็นธรรมดากับสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย หลายคนจึงประสบปัญหากับการนำเอาตำรายาไทยมาใช้ดูแลสุขภาพและโรคภัยไข้เจ็บอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะฉบับนี้ "ย่านาง" จึงขอนำสาระน่ารู้เกี่ยวกับยาไทย ซึ่งเก็บตกมาจากงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติเมื่อปีที่แล้วมาฝากกันค่ะ

 

ปริมาณที่ใช้

- ถ้าไม่บอกว่าใช้สดหรือแห้ง ให้ถือว่าใช้สด

- ยาสำหรับใช้ภายใน ถ้าไม่ได้ระบุวิธีใช้ ให้เข้าใจว่าใช้วิธีต้ม

- ยาสำหรับใช้ภายนอก ถ้าไม่ได้ระบุวิธีใช้ ให้เข้าใจว่าใช้วิธีตำพอก

- ถ้าเป็นยากิน ใช้กินวันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร

- ยาต้ม ใช้ครั้งละ 1/2 - 1 แก้ว (250 ซีซี.)

- ยาดองเหล้า ยาคั้นเอาน้ำกิน ใช้ครั้งละ 1/2 - 1 ช้อนโต๊ะ

- ยาผง กินครั้งละ 1-2 ช้อนชา

- ยาปั้นลูกกลอน (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร) กินครั้งละ 1-2 เม็ด

- ยาชง กินครั้งละ 1 แก้ว

 

วิธีปรุง

- ยาต้ม

การเตรียม : ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป ใช้ 1 กำมือ คือเอาต้นยามาขดมัดรวมกันเป็นท่อนกลม ยาวขนาด 1 ฝ่ามือ กว้างขนาดใช้มือกำได้โดยรอบพอดี แต่ถ้าต้นยานั้นแข็งจนไม่สามารถขดมัดได้ ก็ให้หั่นเป็นท่อนยาวขนาด 5-6 นิ้วฟุต กว้าง 1/2 นิ้วฟุต แล้วเอมารวมกันให้ได้ขนาด 1 กำมือ

การต้ม : เทน้ำลงไปพอให้ท่วมยาเล็กน้อย (ประมาณ 3-4 แก้ว) ถ้าปริมาณยาที่ระบุไว้น้อยมาก เช่น ใช้เพียง 1 หยิบมือ ให้เทน้ำลงไป 1 แก้ว (250 ซีซี.) ต้มให้เดือดนาน 10-30 นาที แล้วแต่ว่าต้องการแบบเข้มข้นหรือเจือจาง และกินในขณะที่ยังอุ่นๆอยู่

- ยาชง

การเตรียม : ปกติใช้ยาแห้งชง โดยหั่นต้นยาสดให้เป็นชิ้นเล็กๆ บางๆ ตากแดดให้แห้ง แต่ถ้าต้องการให้ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว ให้เอาไปคั่วเสียก่อนจนมีกลิ่นหอม

การชง : ใช้สมุนไพร 1 ส่วน เติมน้ำเดือดลงไป 10 ส่วน ปิดฝาตั้งทิ้งไว้ 15-20 นาที

- ยาดอง

การเตรียม : ปกติใช้ยาแห้งดอง โดยบดต้นไม้ยาให้แหลกพอหยาบๆ ห่อด้วยผ้าขาวบางหลวมๆ เผื่อยาพองตัวเวลาอมน้ำ

การดอง : เติมเหล้าให้ท่วมห่อผ้ายา ตั้งทิ้งไว้ 7 วัน

- ยาปั้นลูกกลอน

การเตรียม : หั่นต้นไม้ยาสดให้เป็นแว่นๆ ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงในขณะที่ยายังมีความร้อนของแดดอยู่ เพราะยาจะกรอบ บดง่าย

การปั้นยา : ใช้ผงยา 2 ส่วน ผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อม 1 ส่วน ตั้งทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ปั้นยาได้ง่าย ไม่ติดมือ นำมาปั้นเป็นลูกกลมๆเล็กๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร เมื่อปั้นเสร็จแล้วนำไปผึ่งแดดจนแห้ง หลังจากนั้นอีก 2 อาทิตย์นำมาผึ่งแดดอีกครั้งเพื่อกันการเกิดเชื้อรา

- ตำคั้นเอาน้ำกิน

เอาต้นใบยาสดๆมาตำให้ละเอียดจนเหลว ถ้าไม่มีน้ำให้เติมลงไปจนเหลว แล้วคั้นเอาแต่น้ำมากิน แต่ยาบางอย่าง เช่น กระทือ กระชาย ให้นำไปเผาไฟให้สุกเสียก่อน ค่อยเอามาตำ

- ยาพอก

การเตรียมยา : ใช้ต้นไม้สด นำมาตำให้แหลกที่สุด แต่อย่าตำจนเหลว แค่พอให้ยาเปียกๆก็พอ ถ้ายาแห้ง ให้เติมเหล้าหรือน้ำลงไป

การพอก : พอกแล้วต้องคอยหยอดน้ำให้ยาเปียกชื้นอยู่เสมอ และเปลี่ยนยาวันละ 3 ครั้ง

 

การเก็บพืชสมุนไพร

ในการเก็บพืชสมุนไพรเพื่อให้ได้สาระสำคัญสูง มีหลักสำคัญดังนี้คือ

ส่วนของรากและต้นใต้ดิน : ควรเก็บหลังจากต้นเจริญเติบโตเต็มที่ก่อนออกดอก

ส่วนของเปลือกต้น : ควรเก็บก่อนพืชเจริญเติบโตเต็มที่

ใบและยอดดอก : ควรเก็บตอนที่ดอกเริ่มออก

ดอก : ควรเก็บก่อนที่ดอกจะมีการผสมเกสร

ผล : ควรเก็บก่อนหรือหลังผลสุก

เมล็ด : ควรเก็บเมื่อเมล็ดแก่เต็มที่

สมุนไพรบางชนิดจำเป็นต้องตากแห้งเก็บไว้ ซึ่งการตากโดยทั่วไปจะใช้วิธีตากแดดหรือผึ่งให้แห้ง ถ้าจะอบไม่ควรใช้ความร้อนเกิน 45 องศาเซลเซียส เพราะอาจทำให้สาระสำคัญเสียไป

ส่วนการเก็บนั้น ควรเก็บในที่แห้งและป้องกันแสง เนื่องจากสารสำคัญอาจถูกทำลายด้วยความชื้นหรือแสงได้ คนสมัยโบราณจึงนิยมเก็บไว้ในลิ้นชักหรือกระป๋องทึบ

 

ข้อควรระวังในการใช้ยาสมุนไพร

1. ไม่ควรใช้สมุนไพรนานเกินความจำเป็น หากเมื่อใช้ยาสมุนไพรแล้ว 3-5 วันอาการยังไม่ดีขึ้น อย่าเพิ่งฝืนใช้ไปเรื่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์ดูก่อน เพราะอาจจะเนื่องมาจากใช้ยาไม่ถูกกับโรค

2. ควรใช้ยาตามหลักการรักษาของแพทย์แผนโบราณอย่างเคร่งครัด เพราะการดัดแปลงเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ อาจทำให้เกิดอันตรายได้

3. อย่าใช้เข้มข้นเกินไป เช่น ยาที่บอกว่าให้ต้มรับประทาน อย่านำไปเคี่ยวจนแห้ง เพราะจะทำให้ยาเข้มข้นเกินไปจนทำให้เกิดพิษได้

4. ขนาดที่ระบุไว้ในตำรับมักเป็นขนาดผู้ใหญ่ ต้องลดลงหากใช้กับเด็ก

5. ควรระวังความสะอาดของสมุนไพร เพราะสมุนไพรที่ซื้อมาจากร้านบางครั้งอาจจะเก่ามาก ดังนั้น หากสังเกตเห็นราหรือแมลงชอนไชก็ไม่ควรใช้ ทั้งนี้เนื่องจากสาระสำคัญในสมุนไพรอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ทำให้ใช้ไม่ได้ผล และยังอาจได้รับพิษจากแมลงหรือเชื้อราอีกด้วย

( เรียบเรียงจาก : ข้อควรรู้เกี่ยวกับการปรุงยา จัดทำโดยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลับมหิดล กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ)