แกงป่าแบบป่าๆ

อาหารตาม (พ่อ) สั่ง

ตะหลิวเชื่อว่าเมนูอาหารคราวนี้น่าจะถูกใจคุณผู้อ่านที่ชอบเที่ยวแบบผจญภัยนิดๆ อย่างไปนอนเต๊นท์ตามอุทยานแห่งชาติ หรือไม่ก็ท่องเที่ยวตามเขตรักษาพันธุ์สัตว์อย่างแน่นอน เพราะเมนูนี้นอกจากจะทำได้ง่ายแล้ว ยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเตรียมเอาไว้ในยามที่ของสดพวก หมู ไก่ กุ้งหายาก

อีกอย่างเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงของตะหลิวเองด้วย

คือสมัยก่อนน่ะ ตะหลิวชอบมากมายกับการเดินทางท่องเที่ยวตามป่าเขา ไม่ว่าจะภูกระดึงที่พาตัวเองไปตั้ง 10 รอบ จนเดี๋ยวนี้ก็ยังถามตัวเองอยู่บ่อยๆว่าจะไปทำไมตั้งหลายรอบ หรือจะเป็นภูเรือที่สามารถขับรถยนต์ส่วนตัวขึ้นไปถึงได้ แล้วก็ยังมีภูหลวงที่ต้องจอดรถเอาไว้ข้างล่างแล้วจ้างรถกระบะขึ้นไปส่งยังที่ทำการ เนื่องจากสงสารรถของตัวเองไม่อยากให้ตกระกำลำบากมากเกินไป

นี่ยังไม่นับเขาหลวง ดอยอินทนนท์ กับอีกหลายๆดอยที่ตะหลิวแวะไปเยือนจนจำได้ไม่หมดว่าไปที่ไหนมาบ้าง

สิ่งหนึ่งที่ตะหลิวต้องพาไปทุกที่ที่สามารถติดเตาปรุงอาหารเองได้นั่นก็คือเตาแก๊สแบบพกพา พร้อมกับหม้อใบน้อยอีก 2 ใบ โดยใบหนึ่งเอาไว้หุงข้าว ส่วนอีกใบก็เอาไว้ต้มแกง หรือถ้าขี้เกียจสุดสุด ก็ต้มมาม่าแก้หิวได้ตอนดึก

ตอนนี้คุณผู้อ่านก็เตรียมเครื่องปรุงพวกนี้ก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวเราจะมาดูขั้นตอนกัน

สูตรอาหาร

ปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศ 2 กระป๋อง

น้ำพริกแกงป่าสำเร็จรูป 2 ช้อนโต๊ะ

ถั่วฝักยาว (ถ้ามี) 10-15 ฝัก

พริกขี้หนูแดงสด (ถ้ามี) 10 เม็ด

มะเขือพวงหรือมะเขือเปราะ (ถ้ามี) 1 ขีด

ใบกะเพรา (ถ้ามี) 2-3 กิ่ง

ฟักทอง 1-2 ขีด

ข่า 1 แง่งใหญ่

ตะไคร้ 1-2 ต้น

กระชาย 5-6 รากใหญ่

พริกป่น ตามชอบ

น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล 1-2 ช้อนชา

น้ำสะอาด 1 ลิตร

อาหารคราวนี้สามารถปรุงได้ 2 แบบ คือแบบชาวป่า กับชาวเมือง ตะหลิวขอเริ่มแบบชาวเมืองก่อนก็แล้วกัน เพราะเครื่องปรุงหาง่ายและขั้นตอนก็ซับซ้อนกว่าแบบชาวป่า (แค่นิดหน่อยเอง)

1. อันดับแรกให้หั่นถั่วฝักยาวเป็นท่อนเล็กๆ ยาวประมาณ 1 ข้อนิ้ว

2. จากนั้นเด็ดใบกะเพราแยกใส่ถ้วยเก็บไว้

3. ปอกเปลือกฟักทอง แล้วหั่นเป็นทรงลูกเต๋าใหญ่ประมาณหัวแม่มือ

4. ซอยกระชายเป็นเส้นฝอยๆ

5. ซอยข่าเป็นแว่นบางๆ

6. ซอยตะไคร้เป็นชิ้นเล็กๆ

7. โขลกข่ากับตะไคร้รวมกัน จะใช้ครกหรือเครื่องปั่นก็ได้

8. ใส่พริกแกงลงไปในข่ากับตะไคร้ที่ตำแล้ว

9. ถ้าต้องการเผ็ดพิเศษให้ใส่พริกขี้หนูสดเพิ่มเข้าไป 4-5 เม็ด

10. ตำทั้งหมดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน

11. ใส่น้ำลงหม้อตั้งไฟปานกลาง

12. พอน้ำเดือดแล้วให้ใส่พริกแกงที่ตำแล้วลงไปในน้ำ คนให้พริกแกงละลายให้หมด

13. ใส่ฟักทองและมะเขือลงไป

14. พอน้ำเดือดอีกรอบให้ใส่ปลากระป๋องลงไป

15. ชิมรสแล้วปรุงด้วย น้ำปลา น้ำตาล และพริกป่น

16. สุดท้ายใส่กระชาย และใบกะเพรา กับพริกขี้หนูที่เหลือลงไป แล้วยกเสิร์ฟได้เลย

แต่เวลาไปเที่ยวป่า เที่ยวน้ำตกเราไม่สามารถปรุงแบบที่ผ่านมาได้จ๊ะ เพราะไหนจะครก หรือเครื่องปั่น เครื่องปรุงบางอย่างก็เก็บได้ไม่กี่วัน (ก็พวกที่ตะหลิววงเล็บไว้หลังชื่อว่า "ถ้ามี" นั่นไง) ดังนั้น เวลาอยู่ป่าก็เลยต้องปรุงแบบป่าๆ ด้วยวิธีการดังนี้

1. หั่นถั่วฝักยาว (ถ้ามี) เป็นท่อนขนาด 1 ข้อนิ้ว ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใช้

2. ซอยข่าเป็นแว่นๆ

3. ซอยกระชายเป็นเส้น

4. หั่นตะไคร้เป็นท่อนยาวประมาณ 1 นิ้วมือ

5. ปอกเปลือกฟักทอง แล้วหั่นเป็นทรงลูกเต๋าใหญ่ประมาณหัวแม่มือ

6. ใส่น้ำลงหม้อแล้วตั้งไฟ

7. พอน้ำเดือดให้ใส่พริกแกง ข่า ตะไคร้ ฟักทอง และมะเขือลงไป

8. คนให้พริกแกงละลายให้หมด

9. พอน้ำเดือดอีกรอบให้ใส่ปลากระป๋องลงไป

10. ชิมรสแล้วปรุงด้วย น้ำปลา น้ำตาล และพริกป่น

11. สุดท้ายใส่กระชาย ใบกะเพราและพริกขี้หนูลงไป แล้วยกเสิร์ฟได้เลย

วิธีการปรุงตอนอยู่ในป่าที่ต้องง่ายเข้าไว้ เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ไม่สะดวกสบายเท่าในเมือง แต่รับรองได้ว่าอร่อยกว่าในเมืองแน่นอน (ไม่เชื่อลองดูได้) ส่วนสำคัญของแกงป่าอยู่ที่กระชาย ถ้าขาดกระชายไปนี่รสชาติแกงป่าจะลดความอร่อยลงไปเกือบครึ่ง

แล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาของคุณผู้อ่านลองไปทำเองบ้างแล้วล่ะ อร่อยขนาดไหนอี-เมลมาคุยกันได้จ๊ะ