ตามหาผ้าทอย้อมคราม...ริมลำน้ำโขง

เส้นไหมใยฝ้าย
ช่างภาพ: 

การทอผ้านับเป็นภูมิปัญญาไทยที่ถือเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นอย่างหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ จังหวัดหนองคายมีกลุ่มหัตถกรรมผ้าทออยู่หลายกลุ่ม ทั้งการทอผ้าฝ้าย และผ้าไหม ล้วนมีความโดดเด่นในเรื่องความประณีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าทอมัดหมี่ อันเป็นเอกลักษณ์ของภาคอีสาน นอกจากผ้าทอมือแล้ว จังหวัดหนองคายยังมีกลุ่มหัตถกรรมผ้าแปรรูปอีกหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มหัตถกรรมการถักโครเชต์ รวมถึงผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากผ้าทอมือที่มีฝีมือประณีต "ณ ตลาดท่าเรือ ร.ศ.๑๘๓" ตลาดท่าเสด็จ อ.เมืองหนองคาย เราได้พบผ้าทอมือ ผ้าไหมไทยหลากหลายรูปแบบ ล้วนเป็นงานอนุรักษ์ ส่งเสริมงานศิลปะ และวัฒนธรรมท้องถิ่น เพราะอาชีพรองของพี่น้องชาวอีสาน ส่วนใหญ่จะเป็นงานทอผ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ผ้าทอย้อมคราม" เป็นผ้าทอที่รู้จักกว้างขวางในหมู่ผู้ชื่นชอบผ้าทอมือ ซึ่งคนอีสานมีอาชีพรายได้เสริมจากการปลูกคราม รายได้ดีกว่าปลูกฝ้าย เพราะเนื้อของต้นครามมีราคากิโลกรัมละเกือบหนึ่งร้อยบาท ในรายที่มีพื้นที่เท่าๆกัน การขายครามจะได้เงินมากกว่าข้าว ทั้งยังใช้เวลาน้อยกว่าคือเพียงแค่ 3-4 เดือน ครามก็ได้ผลผลิตแล้ว ขณะที่การทำนามีขั้นตอนมากกว่า ต้องเตรียมดิน ไถ หว่านกล้า ยิ่งนับวันความต้องการครามมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะกระแสความต้องการธรรมชาติของกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งครามถือเป็นสีธรรมชาติที่ย้อมแล้วมีความคงทนมากที่สุด คือสีไม่ตก

อย่างเช่น ผ้าฝ้ายย้อมคราม บ้านนาสิงห์ หมู่ที่ 3 ตำบลนาสิงห์ อำเภอศรีวิไล จังหวัดหนองคาย เป็นผ้าฝ้ายย้อมครามที่สืบทอดจากบรรพชนจากการเรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง (Learning by doing) ลวดลายต่างๆของผ้าได้มาจากสิ่งแวดล้อมโดยรอบวิถีชีวิต เครื่องใช้ การจินตนาการ การคิดค้นใหม่ๆ เช่น ลายพญานาค เกิดจากแรงดลใจที่จังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดเดียว ที่มีปรากฏการมหัศจรรย์บั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นที่แม่น้ำโขง ลายสร้อยพร้าวเกิดขึ้นจากคนชราไกวเปลกล่อมหลานให้นอนจึงเหลือบขึ้นไปบนฟ้าเห็นใบมะพร้าวเป็นเส้นๆแกว่งไกวไปมาด้วยแรงลมสวยงามมาก จึงคิดเป็นลายผืนผ้าขึ้นทอ ลายนิ้วมือนางคิดจากนิ้วมือเด็กผู้หญิงที่ดูแล้วสวยงามมาก ลายขอนาคจากตะขอสร้อยทองนาคที่ใส่กันมากสมัยนั้น เป็นต้น ส่วนลวดลายใหม่ๆ เกิดจากใบสั่งซึ่งกลุ่มสามารถทำได้มากกว่า 108 ลวดลายซึ่งกลุ่มมีความชำนาญมาก

นอกจากลวดลาย รูปแบบที่หลากหลายแล้ว ผ้าทอมือย้อมครามยังมีจุดเด่นตรงสีสัน คลาสสิค สวยงาม หลายท่านคงคุ้นเคยกับสีฟ้าครามจนชินตา ปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาสีผ้าให้มีความหลากหลายขึ้น อาทิ สีเหลืองที่ใช้สีจาก "ต้นตีนนก" กลายเป็นสีเขียว เพราะสีครามกับเหลืองมาผสมกัน บางชิ้นหลังจากมีการย้อมครามแล้วใช้ย้อมสีธรรมชาติอื่นๆย้อมทับซ้ำอีกครั้ง เมื่อย้อมทับลายแล้ว สีจะคงอยู่ไม่เลอะเลือนเข้าหากัน กลายเป็นผ้าที่มีสีและลวดลายที่แปลกใหม่ ทั้งยังมีการพัฒนาไหมพื้นบ้านให้มีความนิ่มขึ้น ไม่ต้องซักแห้ง ดูแลง่าย คุ้มค่าระยะยาว เพื่อเอาใจกลุ่มหนุ่มสาววัยทำงานและกลุ่มวัยรุ่น...นับว่าเป็นการนำเอาภูมิปัญญาเก่ามาปรับแต่งให้เข้ากับยุคสมัย ทั้งยังช่วยโลกด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในการย้อม เป็นการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมอีกด้วยค่ะ