โรงเรียนทูลกระหม่อม

ราชินีศรีสยาม

ด้วยเหตุที่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์แรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนา ถจึงต้องทรงวางแผนด้านการศึกษาแก่พระโอรสตั้งแต่ปฐมวัยอย่างรอบคอบลึกซึ้ง ท่ามกลางความสนใจของพสกนิกรที่ใคร่จะรู้ว่า จะทรงส่งพระเจ้าลูกยาเธอไปเรียนในโรงเรียนธรรมดาปะปนกับสามัญชนทั่วไป หรือจะโปรดให้มีพระอาจารย์เข้าไปถวายพระอักษร ดังพระราชนิยมเช่นที่พระมหากษัตริย์พระองค์ก่อนๆทรงจัดการ และหากจะส่งพระโอรสไปศึกษานอกพระราชวัง โรงเรียนใดจะได้รับพระราชทานความไว้วางพระราชหฤทัยให้ถวายพระอักษร หรือหากจะโปรดให้ทรงศึกษาในพระราชวังแล้ว ใครจะได้รับเลือกเป็นพระอาจารย์

ในที่สุดด้วยพระวิสัยทัศน์เล็งเห็นการณ์ไกล ทั้งสองพระองค์จึงมีพระราชวินิจฉัยว่า ในยุคสมัยที่บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอควรจะทรงดำเนินชีวิตเช่นเดียวกับเด็กสามัญ แต่ก็ทรงเข้าพระทัยจิตใจของประชาชนดีว่า เป็นผู้ที่เทิดทูนและเคารพเจ้านายมาแต่ไหนแต่ไร หากจะให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเสด็จไปทรงศึกษาในโรงเรียนหนึ่งโรงเรียนใด ครูอาจารย์ที่ถวายพระอักษรอาจจะเกรงพระทัยไม่กล้าลงพระอาญาเวลาทรงกระทำผิด จึงทรงตัดสินพระทัยสร้างโรงเรียนขึ้นในเขตพระราชฐานเพื่อจะได้ทรงดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยพระองค์เอง พระราชทานนามว่า โรงเรียนจิตรลดา ทว่าเรียกกันในสมัยต้นๆว่า โรงเรียนทูลกระหม่อม

โรงเรียนจิตรลดา ตั้งอยู่ทางขวาของพระตำหนักที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตรงข้ามกับสถานีรถไฟจิตรลดา เมื่อแรกเปิดดำเนินการเป็นอาคารชั้นเดียว ฝาสองด้านเปิดโล่งผนังทาสีชมพู แต่ปัจจุบันต่อเติมและขยายออกไปกว้างขวางและใหญ่กว่าเดิมมาก

เวลานั้นโรงเรียนทูลกระหม่อม ถือว่าเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดอยู่ในชั้นแนวหน้าของเมืองไทยห้องเรียนแต่ละห้องตกแต่งด้วยอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย นอกจากห้องเรียนแล้ว ยังมีห้องอาหาร ห้องการฝีมือ ห้องตรวจโรค มีแม้กระทั่งห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายนักเรียนซึ่งประกอบด้วยตู้ใส่เสื้อผ้าและของใช้อย่างเป็นระเบียบ มีห้องสมุด หอประชุม และห้องน้ำที่ทันสมัย มีสระว่ายน้ำสำหรับหัดว่ายน้ำซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็ทรงใช้ด้วย บางครั้งก็ทรงใช้ห้องประชุมเป็นห้องทรงดนตรีและทรงกีฬาบางประเภท นักเขียนชาวต่างประเทศที่เคยมาเยี่ยมชมโรงเรียนจิตรลดาได้บันทึกความทรงจำว่า เป็นโรงเรียนที่ทันสมัยแห่งหนึ่งทีเดียว

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2513 คุณหญิง ดร.ทัศนีย์ บุณยคุปต์ อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนจิตรลดา บันทึกเกี่ยวกับพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการศึกษาของพระเจ้าลูกยาเธอว่า "ขอให้พระอาจารย์ที่จะมาถวายพระอักษรสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอนึกเสียว่าเป็นครู และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอทรงเป็นลูกศิษย์ ครูจะต้องไม่ถวายสิทธิพิเศษแด่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอในโรงเรียน ครูจะต้องมีความยุติธรรม ต้องหนักแน่น ขอให้ครูฝึกฝนและอบรมให้เด็กๆเป็นนักเรียนที่มีระเบียบ มีการรับผิดชอบในหน้าที่ รู้จักทำตนให้ตรงต่อเวลา ฝึกให้มีสมาธิในการทำงาน รู้จักรักษาสมบัติส่วนตัวและส่วนรวม รู้จักมีเมตตาและนึกถึงผู้อื่นและรู้จักทำตนให้เข้ากับส่วนรวม"

ดังนั้น ในการรับนักเรียนมาร่วมชั้นกับสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ทางโรงเรียนจึงมิได้จำกัดว่าจะต้องเป็นเฉพาะเชื้อพระวงศ์ แต่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯชักชวนผู้ที่มีบุตรหลานวัยเดียวกันให้มาเรียนร่วมกัน โรงเรียนจิตรลดาจึงมีทั้งพระญาติ บุตรหลานของผู้ที่ทรงรู้จัก บุตรข้าราชการ บุตรหลานของมหาดเล็กและข้าหลวง

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ ทรงมีพระนิสัยรักการผจญภัยเช่นเดียวกับเด็กชายในวัยเดียวกันกับพระองค์ โปรดการผจญภัยโลดโผนทุกชนิด สมัยนั้นการได้เป็นลูกเสือสำรองเป็นความภาคภูมิใจและใฝ่ฝันสำหรับเด็กชายที่ย่างเข้าสู่วัยเรียนทุกคน ทูลกระหม่อมชายก็เช่นกันโปรดวิชานี้เป็นอันมาก เพราะนอกจากจะได้ทรงกระโดดโลดเต้นออกกำลังกายกลางแจ้งแล้ว ยังได้ทรงฟังนิทานสนุกๆ ได้ทรงร้องเพลง วันใดที่ทรงมีการฝึกลูกเสือสำรองจะทรงตื่นบรรทมเช้ากว่าปกติ เตรียมฉลองพระองค์ลูกเสือด้วยพระองค์เอง สิ่งแรกที่ทรงทำหลังจากตื่นบรรทมก็คือ ขัดหัวเข็มขัดและรองพระบาทสำหรับเครื่องแบบลูกเสือ ทำความสะอาดพระนขา เตรียมรับการตรวจอยู่คลอดเวลา ทูลกระหม่อมชายทรงได้รับเลือกจากเพื่อนๆให้เป็นหัวหน้าหมู่สีฟ้า ซึ่งทรงปฎิบัติหน้าที่ได้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง นอกจากจะทรงเรียนรู้การอดทนแล้วยังทรงเป็นนักเรียนที่ช่างซักช่างถามมากที่สุดในชั้นเรียน

นับว่าสายพระเนตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเล็งเห็นการณ์ไกลเป็นไปตามที่ทรงมีพระราชวินิจฉัยทุกประการ เพราะการศึกษาขั้นปฐมวัยของพระเจ้าลูกยาเธอ ณ โรงเรียนจิตรลดาได้ปลูกฝังให้พระราชโอรสพระองค์เดียว ได้เติบโตเจริญวัยด้วยความเพียบพร้อมสมบูรณ์ โดยเฉพาะในด้านของความมีวิริยะอุตสาหะและความเข้มแข็ง

ยามที่ต้องทรงเข้าร่วมในพิธีสวนสนามของลูกเสือท่ามกลางแสงแดดแผดกล้า หากทูลกระหม่อมทรงได้ยินคนพูดว่า "โถ ทูลกระม่อมจะทรงทนแดดไหวไหมนะ" จะทรงมีรับสั่งว่า "ต้องได้ซิ ทำไมจึงดูถูกกันอย่างนี้นะ"

ครั้งนั้นได้ทรงพิสูจน์ให้เห็นในคราวงานซ้อมใหญ่สวนสนามฉลองครบรอบวันกำเนิดลูกเสือไทย 1 กรกฎาคม 2508 ซึ่งฝนได้เทลงมาอย่างหนักไม่ลืมหูลืมตาจนบรรดาผู้ควบคุมการฝึกลงความเห็นว่าควรจะเชิญเสด็จเข้าที่ประทับในชายคาจะดีกว่า เพราะอาจจะทำให้ประชวรหวัดได้ เจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งถึงกับวิ่งออกมาทูลเชิญกลับไปประทับที่ชายคา ทูลกระหม่อมทรงมองหน้าผู้พูดพร้อมกับสั่นศีรษะ มีรับสั่งอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

"ทำไมจะต้องให้ฉันหลบเข้าไปด้วยล่ะ ใครๆเขาตากฝนได้ฉันก็ตากได้เหมือนกัน ฉันแข็งแรงพอ"

ต่อมาเมื่อเสด็จเข้าค่ายลูกเสือวชิราวุธ ที่บางพระ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี และทรงเข้าร่วมเดินทางไกลฝึกการใช้ชีวิตให้อยู่รอดกลางป่า ต้องเสด็จแต่เช้ามืดโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสห้ามมิให้ผู้ใดตามเสด็จนอกจากราชองครักษ์ซึ่งก็ให้เป็นการตามเสด็จไปเพียงห่างๆเท่านั้น ทูลกระหม่อมทรงสนุกสนานเพลิดเพลินกับการทรงทำกับข้าว โปรดทำข้าวสวยคลุกไข่แล้วปั้นเป็นก้อนทอด บางคราวโปรดทำอาหารด้วยหม้อและเตาดินเผาเล็กๆ แล้วจะประทับเสวยพระกระยาหารอย่างเอร็ดอร่อยร่วมกับผู้ตามเสด็จ

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ ทรงศึกษาอยู่ที่โรงเรียนจิตรลดาจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จึงเสด็จไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ

ชีวิตที่โรงเรียนจิตรลดา นับเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงประทับในพระราชหฤทัย เพราะทรงเริ่มต้นการศึกษาปฐมวัยไม่ต่างไปจากสามัญชน อันเป็นพระราชประสงค์ของพระราชบิดาและพระราชมารดา