เยือนอุบล ยลแก่งชมโบก ตามลำโขง

ท่องเที่ยวทั่วไทย

2. เรือหางยาวแผดเสียงดัง แข่งกับเสียงคุยของเรา พอเลี้ยวให้หัวเรือไปชนหาด แล้วนายท้ายก็ตะโกนดังๆว่าถึง หาดหินสี และเราค่อยๆทยอยลง

ลูกเรือวัยคะนองสามสี่คน บ้างก็คอยนั่งเฝ้าเรือ บ้างก็พาเราตระเวนเที่ยว หรือบ้างก็คุยให้ฟังว่า หาดหินสี...มาจากที่หินบริเวณนี้ มีสีคล้ายๆกับสีทองแดง เค้าก็ยังไม่แน่ใจว่า...จะเป็นแร่ธาตุประเภทใด เพียงแต่ได้รู้ในความมหัศจรรย์ ว่ามีหินรูปแจกันตรงที่ใด จึงพาไปชมไม่ให้เสียเวลา เมื่อเรามาแลเห็นเข้า ก็ร้อง เอ้อ!!! แจกันทรงสูงปากบาน

ไฮไลท์สำคัญที่หาดหินสีแห่งนี้ มิได้มีแต่เพียงหินรูปแจกันเท่านั้น ซึ่งไม่ห่างกับหินรูปแจกันออกไป ยังได้มีหินในรูปแบบปะการังอีกด้วย โดยได้แยกออกไปเป็นการส่วนตัว เรียงรายตัวเองเป็นแผ่นผืนที่กว้างใหญ่ แล้วก็แข็งแรงรับได้กับแรงคน ที่มักจะขึ้นไปยืนเดินเสียด้วย และผมก็ต้องได้มาร้อง เอ้อ!!! อีกว่า...มันก็ช่างคล้ายกับปะการังเสียจริง

เรียลลิสติกทางธรรมชาติ ที่มิต้องจินตนาการ

แลเห็นปุ๊บ เข้าใจปั๊บ แล้วอุทาน เอ้อ!!! เหมือน

เรือหางยาวติดเครื่องรออยู่ เมื่อกลับมานั่งประจำที่พร้อม หัวเรือก็แล่นทวนแม่น้ำโขง ผ่านคนกำลังตกปลา คนกำลังกู้อวนปลา เห็นแล้วก็เพลินดี

ธรรมชาติริมโขง เพียงสัมผัสด้วยตา ก็สุขใจได้

ความสุข บ้างก็เกิดจาก ที่ไม่ได้เข้าไปแตะต้อง

แล้วก็มาถึงสถานที่ท่องเที่ยวถัดมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต่อกับสามพันโบก ได้แก่ หาดหงส์ หากเวลาจะมาเที่ยวเตร่ ต้องสัญจรทางเรือหางยาวเท่านั้น

เราลงไปสัมผัสกับจุดเด่นของหาด คือ เนื้อทรายอันละเอียดราวแป้ง ซึ่งมาทับถมกันให้เป็นเนินสูง ริ้วลายของแผ่นทรายที่กว้างขวาง กลายเป็นเท็กซ์เจอร์ให้ความกังขา ที่ไม่อยากย้ำเท้าไปให้เสียริ้วรอย จึงพากันเดินเรียงเป็นแถวตอน แต่สักพักเราก็กระจัดกระจายตัวกัน แล้วผมก็แว่วมาอีกว่า เคยเป็นโลเคชั่นเรื่อง ฟ้าจรดทราย หนังทางช่อง 7

มิน่าล่ะ!!! ผมถึงรู้สึกว่า ราวกับอยู่ในซาฮาร่า

ดีนะ!!! ที่ไม่มีอูฐมาปล่อยเดิน...ไม่งั้นชัดเล้ย

ราวๆสี่ห้าโมงเย็น ในช่วงที่ท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม กับความเจิดจ้าของพระอาทิตย์ ที่ส่องแสงเป็นสีเหลืองอ่อน สะท้อนไปที่เนินทรายสูง จึงให้แลดูเป็นสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งเห็นลูกเรือวัยรุ่นของเรา กำลังกระโดดลิงโลดบนเนิน อย่างสนุกสนานกันสองคน ขณะที่เนินทรายในอีกด้าน ที่ได้แซมไปด้วยกอหญ้าเขียว มีชาวบ้านสองคน หาบมัดหญ้ากลับบ้าน

ลุง...นั่นหญ้าอะไรน่ะ เพื่อนมันตะโกนถาม

หญ้าเลา...ลุงตอบแบบไม่มองมาที่คนถาม

ผมก็ถามสวนบ้าง...แล้วเอาไปทำอะไรครับ

ลุงหันหน้าตอบแวบเดียว...ให้วัว-ควายกิน

อ๋อ!!! หญ้าของเรา ลุงไปให้สัตว์ของเขากิน

ด้วยแสงสุดท้ายใกล้มาเยี่ยมเยือน เกรงจะไปไม่ทันในจุดหมายต่อไป น้องๆ ททท. จึงเรียกให้กลับไปที่เรือด่วน กับใช้เวลาราวสิบกว่านาที เราก็มาถึงที่ สามพันโบก แหล่งท่องเที่ยวสุดท้ายของเรา และยังทันที่มานั่งรอชม ในแสงสุดท้ายด้วย

ทว่าผมกลับเลือกไปเตร็ดเตร่ จนพบแอ่งน้ำที่เค้าว่า...แก่งมิคกี้เม้าส์ เอ้อ!!! จะมองให้เหมือน...ก็คลับคล้าย หรือจะมองไม่ให้เหมือน...ก็เป็นไปได้

ธรรมชาติพิศวง จินตนาการ เกิดเป็นจุดขาย

มีจุดขาย มีความโดดเด่น ดึงดูดนักท่องเที่ยว

สามพันโบก หรือ แก่งสามพันโบก ได้ตั้งอยู่ที่บริเวณหาดสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร เป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง ในช่วงฤดูที่น้ำหลาก จะเกิดแรงน้ำวนที่กัดเซาะ แล้วก็กลายเป็นแอ่งมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3,000 โบก ซึ่งคำว่า โบก หรือ แอ่ง หมายถึงบ่อน้ำที่ลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำ โดยคำว่า โบก เป็นภาษาของคนลาว ที่นิยมใช้เรียกขานกัน

สำหรับการเดินทาง สามารถสัญจรมาทางรถยนต์ได้ โดยทางหลวงหมายเลข 2050 ผ่านมาทางอำเภอตระการพืชผล แล้วเข้าสู่อำเภอโพธิ์ไทร

บริเวณแก่งสามพันโบก จะปรากฏให้เห็นในช่วงฤดูแล้ง หรือช่วงแม่น้ำโขงแห้งขอด โดยมีแก่งหินโผล่พ้นน้ำ กลายเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่สุดอลังการกลางลำน้ำโขง ทั้งมีความสวยงามแปลกตา จนชาวบ้านเรียกขานกันว่า แกรนแคนยอนน้ำโขง ซึ่งสามารถสัมผัสบรรยากาศได้ ตั้งแต่ระหว่างเดือนธันวาคม ถึงเดือนพฤษภาคม

ณ เนินหินขนาดมโหฬาร ผมค่อยๆเริ่มหย่อนลำตัวลง เพื่อไปสู่หินก้อนที่อยู่ข้างล่าง แล้วก็มากระเด้งตัวลงไปอีก จากหินก้อนเล็กสู่หินก้อนที่ใหญ่กว่า นำตัวคืบคลานขึ้นไปหน่อย สู่ก้อนหินที่ตั้งอยู่เบื้องสูง โดยใช้เท้าหยั่งๆก่อน ว่ามั่นคงดีแน่ แล้วจึงก้าวข้ามได้อย่างเต็มๆ และก็เจอกับทางที่คับแคบมาก ทำให้ต้องค่อยๆเบี่ยงตัวเดิน ซึ่งต้องให้ระมัดระวังอย่างดี จากนั้นได้มาทรุดตัวลงอย่างช้าๆ แล้วมานั่งตรงทางเข้า ที่เป็นแกรนแคนยอนแม่น้ำโขง มีหินที่คล้ายกับหัวสุนัข และตรงนั้นเอง...เห็นนักท่องเที่ยวชาวจีนสูงวัย ต่างแห่มาถ่ายภาพกันยกใหญ่ ที่สำคัญก็ยังได้ยินมาว่า ทั้งพวกอาเจ๊ก อาเจ๊ อาอึ้ม อาม้า อากง เดินมาทางลัดที่เรียบๆ

สมน้ำหน้าตัวเอง...ไม่ถามไถ่เส้นทางให้ดีก่อน

ก็เลย...ได้มาออกกำลังกาย อย่างที่ไม่ได้ตั้งใจ

ดีนะ!!! ไม่มีเพื่อนฝูงเห็น ไม่งั้นเสียฟอร์มแย่แน่

ทางที่ดี...ควรถามไถ่ ควรศึกษา ก่อนท่องเที่ยว

หรือ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย ถามได้ทุกวัน

แต่ผมก็โชคดีอย่างหนึ่ง คนแถวๆนั้นเล่าถึงที่มา ในหินที่คล้ายหัวสุนัขว่า ตามตำนานที่เล่าขานต่างๆนานา บ้างก็ว่าแต่ก่อนมีเจ้าเมืองท่านหนึ่ง เป็นผู้ที่เรืองอำนาจมาก เกิดความประทับใจ ในความงามของสามพันโบก ได้เดินทางพร้อมเหล่าเสนาของตน เข้ามาศึกษาสำรวจเพิ่มเติม เมื่อมาแล้วพบกับขุมทรัพย์ ที่เป็นทองคำจำนวนมาก จึงให้สุนัขเฝ้าทางเข้าเอาไว้ จนกว่าที่เจ้าเมืองจะออกมา ฝ่ายเจ้าเมืองเมื่อเห็นสมบัติมากมาย ก็เกิดความโลภขึ้นมาทันที พร้อมกับที่เกรงกลัวไปว่า เหล่าเสนาจะขอส่วนแบ่ง จึงได้เดินออกไปเส้นทางอื่น ปล่อยให้สุนัขที่ภักดี ก็เฝ้ารอนายอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งตายไปในที่สุด ในบางตำนานก็กล่าวว่า ลูกพญานาคในลำน้ำโขง เป็นผู้มาขุดโบกที่สามพันโบก เพื่อจะให้เกิดลำน้ำอีกสายหนึ่ง และได้มอบหมายให้สุนัข ไปคอยเฝ้าทางเข้า ระหว่างการขุดร่องน้ำ กระทั่งสุนัขได้ตายลง กลายเป็นหินรูปสุนัข

เป็นตำนาน นิทาน เรื่องเล่า ที่อาจพิสูจน์มิได้

แต่ในความเป็นจริง หลายคนมองเหมือนสุนัข

จะเป็นสุนัขพันธุ์ใดมิรู้ แต่เห็นเพียงมันอ้าปาก

นอกจากนั้นบริเวณสามพันโบก มีแหล่งท่องเที่ยว คือ หาดสลึง เป็นหาดทรายสีขาวเนื้อละเอียด ทอดตัวยาวออกไป ตลอดแนวของแม่น้ำโขง

ดวงอาทิตย์ขนาดกลมโต ได้ลดระดับลงอย่างเร็ว ฉับพลันได้เกิดความมัวมืด ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่เรายังไม่ได้ท่องเที่ยวให้ถ้วนทั่วเลย

แต่ก็ยังรู้สึกเพลินใจหน่อย ในระหว่างทางที่เดินกลับ บางช่วงที่เห็นเป็นแผ่นผืนทราย จะมีการทำเกษตรกรรม ก็ชาวบ้านในละแวกนี่แหละ ฉวยช่วงโอกาสอันเหมาะเจาะ ที่ได้แบ่งเส้นเขตจัดดินแดน แล้วบ้างก็มาลงมือปลูกมัน ปลูกข้าวโพด หรือปลูกถั่วเขียว แต่ว่าในบางพื้นที่ปลูกเป็นผัก อย่างพวกผักคะน้า ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง หรือพืชผักสวนครัวพวกมะเขือ พริก กะเพราะ โหราพา ซึ่งก็จะเห็นเลยว่า...กำลังเติบโตวัน กำลังงอกงามคืน และคงไม่เกินระยะเวลา 3 เดือน สามารถมาเก็บกินเก็บขายได้สบาย หากทางจีนไม่ปล่อยน้ำมาเสียก่อน

แม่น้ำโขง พัดพาความอุดม เพาะปลูกงอกงาม

แม่น้ำโขง พัดพาสายน้ำวน เกิดแก่งเกิดโบกขึ้น

แม่น้ำโขง พัดพาทรายทับถม เป็นที่ที่ท่องเที่ยว

และแม่น้ำโขง พัดพาความสุข มาให้เราอีกด้วย