รับพรวันตรุษจีน ที่วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ

ศรัทธาสัญจร
ช่างภาพ: 

วันตรุษจีน ปี 2558 นี้ ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ค่ะ ซึ่งวันตรุษจีนไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ แต่ชาวไทยเชื้อสายจีน ถือเป็นวันหยุดพักผ่อนพิเศษ

ตามธรรมเนียมแล้ว วันจ่าย (ตื่อเส็ก) วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนต้องไปหาซื้ออาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ต่างๆมาเตรียมพร้อมไว้ ก่อนที่ร้านค้าต่างๆจะหยุดยาวในช่วงวันตรุษจีน ส่วนวันไหว้ คือวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ เรียกว่า "วันสิ้นปี" มีการไหว้เทพเจ้าต่างๆด้วยอาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ ฯลฯ "วันเที่ยว" "วันถือ" คือวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ เป็น "วันปีใหม่" หรือ "วันตรุษจีน" โดยในวันนี้ชาวจีนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม พากันออกไปท่องเที่ยว และไปไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ที่เคารพรัก ชาวจีนถือว่าวันนี้เป็นวันแห่งสิริมงคล และงดทำบาปทั้งปวง คอลัมน์ศรัทธาสัญจร จึงขอพาคุณผู้อ่านไปเยือนวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ ศาสนสถานนิกายจีน จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อทำบุญไหว้พระ สักการะองค์พระประธาน ซำป่อฮุกโจ้ กันค่ะ

วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 15 กิโลเมตร ใช้เส้นทางไป อำเภอไทรโยค แล้วเลี้ยวไปทางตำบลบ้านเก่า (ทางหลวง 3229) ขับไปจนถึงแยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวง 3228 ตั้งอยู่เลยจากวัดถ้ำพุหว้า ประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อ 14 ปีที่แล้ว พื้นที่ขนาด 242 ไร่บริเวณนี้ เคยเป็นไร่อ้อยรกร้าง พระภิกษุชรินทร์ ฉายา เย็นหมง ธุดงค์ผ่านไปเห็นแนวต้นยูคาลิปตัส ป่าไม้บนเทือกเขายังเขียวขจี ถนนลาดยาง อยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯมากนัก ท่านจึงรวบรวมปัจจัย ก่อสร้างเป็นวิหาร ศาลา และพระพุทธรูปปางต่างๆเพื่อสักการบูชา ตามจิตอธิษฐานและคำปวารณาของท่านที่จะสร้างวัดนิกายจีนมหายาน ให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนานิกายจีนที่ยิ่งใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรี และเพื่อเป็นสถานที่พึ่งทางใจ หรือสำหรับปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชน และเป็นสถานที่ศึกษา ค้นคว้า เผยแผ่พุทธศาสนานิกายจีนในประเทศไทย

เมื่อเดินทางเข้าสู่บริเวณวัด เราก็เข้าไปในศาลาโพธิญาณเฉลิมพระเกียรติ (ศาลาเมตตาธรรมโพธิญาณ) ซึ่งได้ประทานนามจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยสร้างจากไม้ทั้งหลัง ประดิษฐานพระพุทธรูปต่างๆ พระประธาน เรียกว่า ซำป่อฮุกโจ้ พระอวโลกิเตศวร (พระแม่กวนอิม) พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (เรียงตามลำดับ อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต) เทพเซียนต่างๆ และ 18 อรหันต์ ทำจากไม้ต่างๆ แกะสลักจากจีน เช่น ไม้แดง ไม้สัก ไม้พยุง ไม้เกาลัด พื้นเป็นไม้มะค่าแผ่นใหญ่ หันหน้าสู่ทิศเหนือ หรือปากน้ำเต้า

พระพุทธรูปองค์ที่นั่ง เป็นกวนอิมปางหนึ่ง ชื่อ "จื่อจ๋าย" อีกองค์เป็นอาจารย์ตั๊กม้อ ทำจากไม้สีขาวเป็นไม้สัก มีเทพเจ้ากวนอู (กวนกง) ชาวจีนจริงเรียก "เคนำถ่อสัก" ที่ดูแลคฤหาสน์คนมากราบไหว้มาก เป็นองค์เดียวกันมีหลายปาง คำว่า "ซำป่อฮุก" หมายถึง อดีต ปัจจุบัน อนาคต อดีตคือพระไพศาลคุรุเภสัช (รอบรู้เรื่องยา) ถ้าเราหันหน้าเข้า จะตั้งอยู่ด้านขวามือสุด องค์กลาง คือ พระพุทธโคดม เป็นองค์ปัจจุบัน คือ ศีล ปัญญา คนจีนเรียก "เส็กเกียมาหนี่ฮุก" องค์ซ้ายคือ อนาคต พระอมิตพุทธ คือปรินิพพาน ที่คนเราทำสมาธิทั้งหลายก็เพื่อพอสิ้นบุญไปแล้วไปสู่ดินแดนสุขาวดี

นอกจากนี้ยังมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ และ เจ้าแม่กวนอิมปางต่างๆกว่า 100 ปาง ซึ่งแกะสลักจากไม้หอม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวัดที่ได้รับความนิยมจากชาวพุทธมากราบไหว้ขอพร พระพุทธรูปส่วนใหญ่ในวัดนี้แกะจากไม้ เพราะท่านเจ้าอาวาสมีความเชื่อว่าไม้มีเทพยดาอารักษ์ ในเมืองไทยพระพุทธรูปไม้ที่คนไปกราบไหว้มากที่สุดมี 8 แห่ง เช่น ที่วัดไร่ขิง หลวงพ่อโสธร ไต่ฮงกง ตั่วเหล่าเอี๊ย เล่งเน่ยยี่ ลิ่มโกวเนี้ย พระพุทธรูปที่ประเทศจีนที่คนไปไหว้กันมากมายทำจากไม้ทั้งหมด หรือขึ้นโครงด้วยไม้ ปัจจุบันบางองค์โครงเป็นไม้แล้วหล่อทองเหลืองป้องกันไว้ พระทำจากไม้ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหนมีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะสะสมบารมี พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์นี้ ทำจากไม้ทั้งต้น เป็นปางยืนสี่หน้าเหมือนพระพรหมทั้ง 4 องค์ องค์ละ 250 มือ รวม 1,000 มือ

พระโพธิสัตว์กวนอิมแกะสลักจากเมืองจีน แล้วส่งทางเรือมา จากนั้นก็ใช้ช่างจากเมืองจีนมาประกอบ เพราะถ้าให้ช่างคนไทยแกะ ศิลปะที่ได้ออกมาหน้าตาเป็นพระไทย ถ้าให้ช่างอินเดียหรือช่างพม่าแกะสลัก ก็จะกลายเป็นพระอินเดีย พระพม่า ช่างจีนที่มาทำงานให้เป็นช่างจากเมืองอู๋เซี้ย มณฑลแต้จิ๋ว ไม้ท่อนใหญ่ๆที่นำมาแกะสลักทั้งท่อนนั้น เมืองไทยไม่มีแล้ว เป็นไม้จากพม่า อินโดนีเซีย มาเลเซีย เช่น ไม้แดง ตะเคียนทอง ไม่ปิดทองไม่ทาสี เพื่อให้มองเห็นลวดลายของเนื้อไม้ ผ่านการเคลือบน้ำยาอย่างดี จึงน่าจะอยู่ได้นานเป็นร้อยปี แม้แต่ตัวเสาภายในวิหารใช้ไม้ตะเคียนทองจากประเทศบราซิล ต้นหนึ่งตัดได้ 3 ท่อน ท่อนละ 15 เมตร ราคาลูกบาศก์เมตรละหมื่นกว่าบาท เสาต้นหนึ่งจึงมีราคาประมาณแสนกว่าบาท

ถัดจากศาลา 60 ราศีจีน เป็นศาลาไฉ่ซิงเอี๊ย (เทพเจ้าโชคลาภ) แกะสลักจากไม้ เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ โดยรอบมีพระพิฆเนศ และแม่ลักษมี เพื่อให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้ขอพร นอกจากนี้ยังมี ศาลาไต่ฮงกง กราบไหว้เทพเจ้าไต่ฮงกง ผู้เป็นเลิศในการโปรดดวงวิญญาณ และเชิญบริจาคโลงศพผู้ยากไร้ สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา

ปัจจุบันวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ มีพระประจำ 8 รูป ไม่มีแม่ชี ไม่มีเณร มีคนงาน 94 คน กำลังก่อสร้างทั้งหมด มีโรงครัว เนื่องจากเป็นพระจีน ไม่บิณฑบาต อาหารได้จากโรงครัว เป็นอาหารเจ จากปัจจัยที่ประชาชนถวาย พวกข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมัน แบบสังฆทาน ส่วนใหญ่ผู้ที่ไหว้พระเสร็จแล้ว ก็มารับประทานอาหารเจที่โรงครัว ซึ่งเปิดตั้งแต่เช้า 7 โมง ถึง 5 โมงเย็น ...ทำบุญทำทานแล้วจิตใจเบิกบาน สุขภาพแข็งแรง ค้าขายร่ำรวยๆๆๆๆ กันถ้วนหน้านะคะ

มีโรงครัว เนื่องจากเป็นพระจีน ไม่บิณฑบาต อาหารได้จากโรงครัว เป็นอาหารเจ จากปัจจัยที่ประชาชนถวาย พวกข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมัน แบบสังฆทาน ส่วนใหญ่ผู้ที่ไหว้พระเสร็จแล้ว ก็มารับประทานอาหารเจที่โรงครัว ซึ่งเปิดตั้งแต่เช้า 7 โมง ถึง 5 โมงเย็น ...ทำบุญทำทานแล้วจิตใจเบิกบาน สุขภาพแข็งแรง ค้าขายร่ำรวยๆๆๆๆกันถ้วนหน้านะคะ