อาจาริยบูชา หลวงปู่เสาร์ ณ วัดดอนธาตุ

ศรัทธาสัญจร
ช่างภาพ: 

ตอนที่ 1 บูรพาจารย์สายพระกรรมฐาน เพื่อระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ในวันครู คอลัมน์ศรัทธาสัญจรขอพาคุณผู้อ่านไปยัง วัดดอนธาตุ เกาะกลางลำน้ำมูล จังหวัดอุบลราชธานี สถานที่ปฏิบัติธรรมของ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล บูรพาจารย์สายพระกรรมฐาน ท่านเป็นพระอาจารย์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ท่านมีนามเดิมว่า เสาร์ เกิดวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2402 ที่บ้านข่าโคม ตำบลหนองขอน อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ท่านได้ศึกษาอักษรธรรม อักษรขอม อักษรไทยน้อย และหนังสือไทยด้วย ท่านอุปสมบทที่วัดใต้ ต่อมาภายหลังญัตติเป็นพระฝ่ายธรรมยุต ที่วัดศรีทอง (วัดศรีอุบลรัตนาราม) อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี พระครูฑา โชติปาโล เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการสีทา ชยเสโน เป็นพระกรรมวาจารย์

จุลศักราช 1254 ( พ.ศ.2435 ) หลวงปู่เสาร์ ได้บุกเบิกสร้างวัดเลียบ อุบลราชธานี จากเดิมที่เคยเป็นสำนักสงฆ์ และถูกทิ้งร้างมานานถึง44 ปี ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดเลียบองค์แรก ได้ลงมือก่อสร้างพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน หน้าตักกว้าง 2.50 เมตร สูงจากฐานถึงยอดเกศ 3 เมตร ปัจจุบันประดิษฐานภายในอุโบสถวัดเลียบ มีพระนามว่า "พระพุทธจอมเมือง" และสร้างอุโบสถไม้ขึ้นเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และกราบบังคมทูลขอพระราชทานวิสุงคามสีมา ตามพระราชโองการที่ 84/303 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 ร.ศ.115 ตรงกับปีที่ 29 ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 และได้ผูกพัทธสีมา เมื่อพุทธศักราช 2445 เป็นเวลา 10 ปี ที่ท่าน ได้สร้างวัดเลียบจนสำเร็จ แล้วท่านก็ได้ออกธุดงค์ไปในสถานที่ต่างๆ ท่านเป็นพระที่สงบเสงี่ยม กิริยามารยาทอ่อนน้อม สุขุมพูดน้อย จิตใจมีแต่ความเมตตา ไม่ค่อยคลุกคลีกับหมู่คณะ และเป็นที่ยำเกรงของทุกคน

หากจำเป็นต้องเทศน์ ท่านก็เทศน์เพียงหนึ่งหรือสองประโยคเท่านั้น พอจับใจความได้ว่า "ให้พากันละบาปและบำเพ็ญบุญ อย่าให้เสียชีวิตลมหายใจไปเปล่าที่ได้มีวาสนามาเกิดเป็นมนุษย์" และ "เราเกิดเป็นมนุษย์มีความสูงศักดิ์มาก แต่อย่านำเรื่องของสัตว์มาประพฤติ มนุษย์ของเราจะต่ำลงกว่าสัตว์ และจะเลวกว่าสัตว์อีกมาก เวลาตกนรกจะตกหลุมที่ร้อนกว่าสัตว์มากมาย อย่าพากันทำ" แล้วก็ลงธรรมาสน์ไป ไปกุฏิโดยไม่สนใจกับใครต่อไปอีก ท่านสนใจในการปฏิบัติภาวนาอย่างมาก จนมีความรู้ความเข้าใจขึ้นโดยลำดับ ท่านมีความคิดอยู่ว่าควรออกไปอยู่ป่าดงหาสถานที่สงบ ระงับจากผู้คนพลุกพล่าน จิตใจคงจะสงบลงได้ยิ่งกว่านี้ ท่านจึงได้ออกธุดงค์มุ่งสู่ป่า โดยตั้งความปรารถนาไว้ว่าการออกป่าดงเพื่อภาวนาและพิจารณาสมาธิธรรมในครั้งนี้ ถ้าแม้เป็นไปจริงดังตั้งใจแล้ว เมื่อกลับเข้ามาสู่วัดจะนำความรู้ที่เกิดจากจิตใจเหล่านั้นมาเผยแพร่ฝึก สอนลูกศิษย์ลูกหาที่หวังความพ้นทุกข์อีกต่อไป

จากนั้นท่านได้กลับมาเปิดสำนักปฏิบัติธรรม ณ วัดเลียบ อำเภอเมืองอุบล ท่านได้ฝากจิตใจไว้กับพระพุทธเจ้ามาโดยตลอด พยายามรวบรวมแต่งหนังสือไว้เล่มหนึ่ง ชื่อว่า "จตุรารักข์" เพื่อพุทธบริษัทควรได้ศึกษา เนื้อความมีดังนี้ 1. ให้มนุษย์เราทุกคน รู้จักระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า คือ ให้เจริญพุทธานุสสติ 2. ให้มนุษย์เราทุกคน เมื่อเกิดมาแล้ว เข้าใจตนเองว่านับถือพระพุทธศาสนาแล้ว จงให้เจริญเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นอนุสสติ 3. ให้มนุษย์เราทุกคน จงรู้ว่าเมื่อเกิดมาแล้วจงรู้กฎของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งหนีสิ่งเหล่านี้ไปไม่ได้ คือ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย จึงให้เจริญความไม่เที่ยง มีความทุกข์ และไม่ใช่ตัวตนของเรา ฉะนั้นจงเจริญ อสุภานุสสติ 4. มนุษย์เราทุกคน จงพิจารณากองทุกข์นับตั้งแต่เกิดมาจนวาระสุดท้าย คือ ความตาย เพราะเราหนีความตายไปไม่ได้ จงให้เจริญมรณานุสสติ ท่านได้ย้ำไว้ในหนังสืออีกว่า "เรื่องของกรรมคนเรานี้ ย่อมมีกรรมเป็นของของตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมใดไว้ เป็นบุญหรือเป็นบาป เมื่อยังมีชีวิตอยู่ กรรมนั้นจักเป็นทายาทให้เราได้รับผลของกรรมนั้นสืบต่อๆไป "

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2436 หลวงปู่มั่น ภูริทัตตโต ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดเลียบ เมืองอุบล โดยมี พระอริยกวี (อ่อน) เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการสีทา ชยเสโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูประจักษ์อุบลคุณ (สุ้ย) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังจากนั้นได้ถวายตัวเป็นศิษย์ และได้อยู่จำพรรษากับหลวงปู่เสาร์ ซึ่งท่านก็ได้นำอุบายอันควรให้ หลวงปู่มั่น ภูริทัตตโต น้อมนำจิตใจบังเกิดความสงบ ด้วยคำบริกรรมว่า "พุท-โธ" ซึ่งตรงกับจริตของหลวงปู่มั่นยิ่งนัก ท่านได้ถือเป็นนิสัย จนบังเกิดความสงบทางจิตใจได้ในที่สุด

เมื่อออกพรรษา ท่านทั้งสองออกธุดงค์ไปด้วยกัน ซึ่งสมัยที่ท่านออกบำเพ็ญภาวนาในครั้งนั้น ไม่ค่อยมีใครปฏิบัติกัน เมื่อชาวบ้านเห็นพระธุดงค์จึงพากันหวาดกลัว วิ่งเข้าป่าเข้าบ้านกันหมด หลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มั่น ท่านเข้าใจดีจึงมีแต่ความเมตตาสงสาร หลวงปู่เสาร์ มุ่งปฏิบัติธรรมเพียงอย่างเดียว ไม่เคยสนใจเรื่องภายนอก เพราะท่านถือว่าถ้ายังต้องเกาะเกี่ยวทางโลกอยู่เสมอแล้ว จะทำให้การปฏิบัติภาวนาไม่ก้าวหน้า ปฏิปทาเดิมของหลวงปู่เสาร์ ปรารถนาพระปัจเจกพุทธเจ้า เวลาออกบำเพ็ญเร่งเพียรเข้ามากๆ ใจรู้สึกประหวัดๆถึงความปรารถนาเดิม เพื่อความเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า เวลาออกเป็นเชิงอาลัยเสียดาย ยังไม่อยากไปพระนิพพาน ท่านเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อความเพียร เพื่อความรู้แจ้งซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบัน ท่านเลยอธิษฐาน ของดจากความปรารถนานั้นและขอประมวลมาเพื่อความรู้แจ้งซึ่งพระนิพพานในชาติ ปัจจุบัน ไม่ขอเกิดมารับทุกข์ทรมานในภพชาติต่างๆต่อไป

พ.ศ.2458 หลวงปู่เสาร์ธุดงค์บุกป่าดงดิบมาอยู่จำพรรษาที่ถ้ำภูผากูด อำเภอคำชะอี (ปัจจุบัน จังหวัดมุกดาหาร) ท่านได้อยู่นานถึง 5 ปีเต็ม เพื่อเจริญภาวนา ท่ามกลางสัตว์ป่า ท่านพยายามพิจารณากาย เจริญขึ้นทุกวัน พอจวนจะถึงกาลปวารณาออกพรรษา ท่านก็ได้ทราบชัดถึงความจริงทุกประการ ท่านจึงได้บอกให้หลวงปู่มั่นทราบว่า เราได้เลิกการปรารถนา พระปัจเจกโพธิแล้ว และเราก็ได้เห็นธรรมตามความเป็นจริง เมื่อหลวงปู่มั่นได้ยินดังนั้น ก็เกิดปีติยิ่งนัก และได้ทราบในวาระจิตว่า หลวงปู่เสาร์ค้นพบวิมุตติสุขแน่แล้ว ในอัตภาพนี้ แม้หลวงปู่มั่นบวชมาถึงพรรษาที่ 26 แต่ท่านก็ปฏิบัติต่อหลวงปู่เสาร์ตั้งแต่การล้างบาตร ซักจีวร ปูที่นอน ตักน้ำถวายสรง ถูหลังทุกประการ เหมือนสมัยท่านเพิ่งบวชเป็นพระใหม่ หลวงปู่เสาร์ห้ามไม่ให้ทำ แต่หลวงปู่มั่นก็ปฏิบัติได้โดยมิได้มีอาการแข็งกระด้างแต่ประการใด

ในปี 2469 หลวงปู่เสาร์และหลวงปู่มั่น ได้ปรึกษาการจัดวางระเบียบในการเดินธุดงค์อยู่เสนาสนะป่า จากนั้นจึงได้เรียกประชุมคณะศิษย์ทุกองค์มารวมกันที่บ้านโนนแดง หลวงปู่เสาร์ได้วางระเบียบในการปฏิบัติเพื่อให้คณะศิษย์ของท่านทุกองค์นำไปปฏิบัติให้เป็นระเบียบเดียวกัน ซึ่งพระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้น้อมนำมาประพฤติปฏิบัติจนถึงทุกวันนี้

ทุกปี หลวงปู่เสาร์จะธุดงค์ลงไปทางนครจำปาศักดิ์ หลี่ผี ปากเซ ฝั่งประเทศลาว แล้วก็ย้อนกลับมาจำพรรษาที่วัดดอนธาตุ พ.ศ.2483ก็เช่นกัน เพียงแต่ในปีนี้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นกับหลวงปู่เสาร์ กล่าวคือ บ่ายวันหนึ่ง หลวงปู่เสาร์ นั่งสมาธิอยู่ใต้โคนต้นยางใหญ่ มีเหยี่ยวตัวหนึ่งได้บินโฉบไปมา แล้วโฉบรังผึ้งซึ่งอยู่บนต้นไม้ที่หลวงปู่เสาร์นั่งอยู่ตกลงมา ฝูงผึ้งได้รุมต่อยหลวงปู่เสาร์ จนท่านต้องเข้าไปในมุ้งกลด พวกมันจึงพากันบินหนีไป ตั้งแต่นั้นมา หลวงปู่เสาร์ก็อาพาธมาโดยตลอด

แม้กายจะป่วย แต่หลวงปู่เสาร์มีปฏิปทาเข้มแข็งในเรื่องธุดงควัตร พอออกพรรษาแล้วหลวงปู่เสาร์ได้ธุดงค์ไปปากเซ หลี่ผี จำปาศักดิ์อีก จนเกิดอาการทรุดหนัก ท่านจึงสั่งให้หลวงปู่บัวพา และคณะศิษย์ นำท่านกลับมาที่วัดอำมาตย์ นครจำปาศักดิ์ ประเทศลาว โดยทางเรือ ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ ท่านนอนหลับตานิ่งบนแคร่ในเรือประทุนมาตลอด เมื่อถึงนครจำปาศักดิ์แล้ว ท่านลืมตามขึ้นพูดว่า "ถึงแล้วใช่ใหม่ ให้นำเราไปยังอุโบสถเลย เพราะเราจะไปตายที่นั่น" หลวงปู่บัวพา ปญฺญาภาโส จึงได้นำหลวงปู่เสาร์เข้าไปในอุโบสถ ท่านสั่งให้เอาผ้าสังฆาฏิมาใส่ เตรียมตัวเข้านั่งสมาธิ ท่านกราบพระ 3 ครั้ง พอกราบครั้งที่ 3ท่านนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน มรณภาพไปในอิริยาบถนั่งกราบ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2484 รวมอายุ 82 ปี 3 เดือน 1 วัน

เนื่องด้วยหลวงปู่สรวง สิริปุญฺโญ ซึ่งเป็นศิษย์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ได้มีดำริที่จะสร้างกุฏิรับรองพระเถระ ณ วัดดอนธาตุ เพื่อบูชาหลวงปู่เสาร์ งบประมาณค่าก่อสร้าง 3 ล้าน 8 แสนกว่าบาท โดยหลวงปู่ตั้งใจก่อสร้างให้เสร็จทันงานครบรอบวันละสังขาร 73 ปี ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 ที่จะถึงนี้ ท่านใดมีจิตศรัทธา สามารถร่วมทำบุญได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขายโสธร ชื่อ พระอธิการสรวง สิริปุญโญ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 315-0-28873-8 ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยค่ะ

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า