ดื่มด่ำเสน่ห์อดีตไปกับรถม้าเมืองลำปาง

เล่าขานตำนานไทย
ช่างภาพ: 

รถม้าเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4 ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงสั่งรถม้าเข้ามาอีกเป็นจำนวนมากเพื่อใช้เป็นรถหลวง เมื่อทางกรุงเทพฯ มีรถยนต์ใช้มากขึ้น รถม้าจึงกระจายไปสู่เมืองต่างๆในแต่ละภาคของไทย

ต่อมาผู้ประกอบการรถม้าในแต่ละเมืองเลิกกิจการไป คงเหลือแต่เฉพาะจังหวัดลำปางแห่งเดียว ที่ยังคงใช้รถม้าอยู่ตราบจนทุกวันนี้ รถม้าคันแรกของจังหวัดลำปางเป็นของ เจ้าบุญวาทย์ วงศ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง กิจการรถม้าได้ดำเนินมาถึง34 ปี จึงได้มีผู้ก่อตั้งสมาคมล้อเลื่อนจังหวัดลำปางขึ้น ในพ.ศ.2492 โดย ขุนอุทานคดี ท่านเป็นผู้ริเริ่ม และยังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมคนแรก ที่ได้ร่างกฎระเบียบว่าด้วยสมาคมขึ้น พ.ศ.2495 เจ้าบุญส่ง ณ ลำปาง เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกสมาคม คนที่ 2 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมรถม้าจังหวัดลำปาง (The Horse Carriage in Lampang Province) กิจการรถม้าลำปางเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว ในพ.ศ.2501 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ มอบเงินให้ เจ้าบุญส่ง ณ ลำปาง และรับรถม้าเข้าไว้ในความอุปถัมภ์ รัฐบาลช่วยเหลือสมาคมรถม้าและตั้งกองทุนให้สมาคมรถม้าอีก 1 กองทุน

วันที่ 1เมษายน พ.ศ. 2459 เริ่มมีรถม้าที่เรียกกันว่ารถม้าแท็กซี่ คอยรับผู้โดยสารจากสถานีรถไฟเข้าสู่ตัวเมืองนครลำปาง ณ ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมืองลำปาง อันเป็นจุดเชื่อมต่อกับถนนสามสายแรกในภาคเหนือของประเทศไทย ในยุคนั้น รถม้าแท็กซี่มีสารถีสวมชุดเคาบอยร่วมสมัยแบบคลาสสิคเดอร์บลุกซ์ ยุคหนังเงียบฮอลลีวู้ดอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลำปางโดยแท้ รถม้าจึงเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับชาวลำปาง ผู้คนใช้บริการยามสัญจรไปมาภายในจังหวัด รถม้าจึงค่อยๆเพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่เมื่อมาถึงยุคปัจจุบัน ยานพาหนะต่างๆที่สะดวกรวดเร็วเข้ามาแทนที่ ถนนที่เคยมีแต่เสียงเกือกม้ากระทบพื้นถนน จึงเต็มไปด้วยเสียงแตรรถ เสียงเครื่องยนต์ และมลพิษ

แต่เพื่อให้รถม้าได้อยู่คู่เมืองลำปาง ทางจังหวัดจึงส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการนั่งรถม้าชมเมือง ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวลำปางอย่างใกล้ชิด ได้ชมสถาปัตยกรรม บ้านเรือนผู้คน และโบราณสถานต่างๆซึ่งมีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี ชัดเจนบริเวณสองข้างทาง โดยมีคำกล่าวว่า หากใครมาถึงจังหวัดลำปางแล้ว ไม่ได้นั่งรถม้าเที่ยวชมเมืองลำปาง ก็เหมือนยังมาไม่ถึงลำปาง รถม้าลำปางจึงเป็นเสน่ห์ที่น่าภาคภูมิใจ เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นเพียงจังหวัดเดียวในประเทศไทย

ม้าในลำปางส่วนใหญ่ เป็นม้าพันธุ์พื้นเมือง ตัวเล็กแต่ว่องไว เชื่อง และฝึกง่าย แหล่งทำรถม้า มีหลายหมู่บ้านซึ่งเป็นทั้งแหล่งรวมรถม้าและคนขับรถม้า เช่น บ้านวังหม้อ บ้านท่าคราวน้อย บ้านศรีบุญเรือง บ้านนาก่วมเหนือ และบ้านนาก่วมใต้ ถ้าใครสนใจอยากเป็นเจ้าของรถม้า พร้อมได้รับการฝึกม้าให้ด้วยในราคากันเอง ตกตัวละประมาณ 40,000-50,000 บาท

คนเลี้ยงม้าต้องดูแลเอาใจใส่ม้าของตนอย่างดีเสมือนหนึ่งสมาชิกในครอบครัว ตอนค่ำสุมไฟไล่ยุง ต้องหมั่นพูดคุย แปรงขน และให้อาหาร ถ้าม้าอารมณ์ดีจะใช้ปากงับเจ้าของเบาๆ เป็นการแสดงความรักตอบแทน คนเลี้ยงม้าต้องไม่ค่ำเข (รังแกหรือทรมาน) เพราะมีความเชื่อว่าการรังแกสัตว์จะทำให้การทำมาค้าขายไม่ขึ้น และต้องมีการสู่ขวัญม้า เพื่อรำลึกถึงความดีงามของม้าที่ทำให้แก่ผู้เป็นเจ้าของในเทศกาลปี๋ใหม่เมือง โดยเอาน้ำขมิ้นส้มป่อยไปขอโทษที่ทำ เคยดุด่าว่ากล่าวหรือตีให้ม้าต้องเจ็บและเสียใจ จากนั้นก็นำอาหารที่ม้าชอบให้กิน ถือว่าเป็นการเสร็จพิธีการ

ส่วนประกอบที่สำคัญของรถม้า คือ โครงหลังคา ทำด้วยผ้าเทียมหนังหรือหนัง สมัยก่อนจะทึบ เปิดปิดได้ ด้านในประกอบด้วยโครง ทำด้วยไม้หรือเหล็ก2 ข้าง ดันโครงหลังคาให้ตึง ตัวถัง ทำด้วยไม้บุด้วยทองเหลืองหรือแผ่นเหล็กด้านหลัง และด้านข้างทั้ง 2 ข้าง แหนบ รถม้าจะใช้แหนบประกบกันให้โค้งเป็นรูปไข่แหนบกว้าง 11/4 นิ้ว หัวท้ายยึดด้วยน็อตยืดหยุ่นได้ ลูกโม่ เป็นส่วนสำคัญหรือหัวใจของรถม้าในการเลี้ยวซ้ายและขวา ลูกล้อและเพลา ล้อไม้ ล้อหน้า 12 ซี่ ล้อหลัง 14 ซี่ ตะเกียงรถม้า มีหลายรูปแบบ มีให้ชมที่พิพิธภัณฑ์วัดพระแก้ว จังหวัดลำปาง ปัจจุบันใช้ไฟจากแบตเตอรี่เพราะรถยนต์มากขึ้น หากแสงจากตะเกียงไม่สว่างพอ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ระฆัง มี 2 ฝา ประกบกัน มีเหล็กเหยียบ มีเสียงสะท้อนเป็น 2 เสียง ดังกังวานไพเราะและเป็นสัญลักษณ์แทนเสียงม้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ปัจจุบันรถม้าในจังหวัดลำปางมีประมาณ 120คัน มีจุดจอดรถม้าประมาณ10แห่ง อาทิ หน้าศาลากลางหลังเก่า ,หน้าโรงแรมทิพย์ช้างลำปาง ,โรงแรมเวียงลคอร ,โรงแรมลำปางเวียงทองและวัดพระธาตุลำปางหลวง โดยมีเส้นทางรอบเมืองเล็ก150-200 บาท ขึ้นที่ศาลากลางเก่า เลี้ยวซ้ายตรงสามแยกเข้าถนนทิพย์ช้าง ชมย่านร้านค้าโบราณ เลี้ยวซ้ายที่สามแยกการไฟฟ้าฯชมแม่น้ำวังไหลขนานไปกับถนน ผ่านห้าแยกหอนาฬิกาจุดศูนย์กลางของเมือง แล้วพาเข้าถนนบุญวาทย์อันเป็นย่านใจกลางธุรกิจยุคใหม่ กลับมาสิ้นสุดตรงจุดเดิมใช้เวลา ประมาณ 25 - 40 นาที

เส้นทางรอบเมืองใหญ่ 300-500 บาท ใช้เส้นทางเริ่มต้นเหมือนรอบเมืองเล็ก ตรงไปตามถนนวังขวาเลียบแม่น้ำวัง ผ่านบ้านบะเก่า สวนธารณะเขลางค์นคร ตลาดอัศวิน ถนนท่าคร่าวน้อย ห้าแยกหอนาฬิกาเข้าถนน บุญวาทย์ หรือไปกราบหลวงพ่อเกษมและชมความงามของวัดเจดีย์ซาว สิ้นสุดทางที่จุดเดิมใช้เวลาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง โดยสารถีเล่าเรื่องราวประวัติจังหวัดลำปาง โบราณสถานที่สำคัญ แนะนำแหล่งท่องเที่ยวและร้านอาหารที่ขึ้นชื่อของจังหวัดให้ด้วยค่ะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สมาคมรถม้าลำปาง โทรศัพท์ 0-5421-9255 0-5422-4166 0-5422 5-555 หรือ 08-1881-2847...มาเยือนเมืองลำปาง อย่าลืมย้อนวันวานผ่านรอยอดีตบนรถม้าเมืองลำปางกันนะคะ