บูชา "พระเกศาธาตุ"

ณ พระธาตุลำปางหลวง
ศรัทธาสัญจร
ช่างภาพ: 

ย่างเข้าสู่ปีมะแมแล้วค่ะ ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ไทยต้องช่วยไทย เราชวนกันไหว้พระนมัสการพระมหาเจดีย์ในเมืองไทยกันก่อนนะคะ

พุดน้ำบุษย์ขอพาคุณผู้อ่านไปชมความงามยืนยงมานานนับพันปีขององค์ "พระธาตุลำปางหลวง" พระธาตุประจำปีนักษัตร ฉลู (วัว) แห่งวัดพระธาตุลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปางค่ะ ตามตำนานกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระเถระสามองค์ได้เสด็จจาริกไปตามบ้านเมืองต่างๆ จนถึงบ้านสัมภะการีวัน (บ้านลำปางหลวง)ประทับเหนือดอยม่อนน้อย ชาวลัวะคนหนึ่งชื่อ ลัวะอ้ายกอน นำน้ำผึ้งบรรจุกระบอกไม้ป้างมะพร้าว และมะตูมมาถวาย พระพุทธองค์ฉันแล้ว ทิ้งกระบอกไม้ป้างไปทางทิศเหนือ ทรงพยากรณ์ว่า สถานที่แห่งนี้ต่อไปจะมีชื่อว่าลัมพกัปปะนคร ทรงลูบพระเศียรได้พระเกศามาหนึ่งเส้น มอบให้แก่ลัวะอ้ายกอน ซึ่งได้นำพระเกศาบรรจุในผอบทองคำ และใส่ลงในอุโมงค์พร้อมกับถวายแก้วแหวนเงินทองเป็นเครื่องบูชา แล้วแต่งยนต์ผัด (ยนต์หมุน) รักษาไว้ ถมดินให้เรียบเสมอกัน แล้วก่อเป็นพระเจดีย์สูงเจ็ดศอกเหนืออุโมงค์นั้น ส่วนไม้คานที่ชาวลัวะหาบกระบอกน้ำผึ้งมาถวายพระพุทธองค์นั้น เมื่ออธิษฐานปักลงดินแล้วแผ่กิ่งก้านสาขากลายเป็น "ต้นขะจาว" อยู่มาถึงปัจจุบัน

ประวัติศาสตร์นครลำปางกล่าวว่า เมื่อพ.ศ.2275 นครลำปางว่างจากผู้ครองนคร พม่าเรืองอำนาจได้แผ่อิทธิพลปกครองอาณาจักรล้านนายึดครองนครเชียงใหม่ ลำพูน ท้าวมหายศ เจ้าผู้ครองนครลำพูนอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์พม่า ยกกำลังมายึดนครลำปาง โดยตั้งค่ายอยู่ภายในวัดพระธาตุลำปางหลวง หนานทิพย์ช้าง ชาวบ้านปงยางคก (อำเภอห้างฉัตร) รวบรวมพลต่อสู้กับทัพเจ้ามหายศ โดยลอบเข้ามาในวัด และใช้ปืนยิงท้าวมหายศตาย แล้วตีทัพลำพูนแตกพ่ายไป ปัจจุบันยังปรากฏรอยลูกปืนอยู่บนรั้วทองเหลืองที่ล้อมองค์พระธาตุเจดีย์ ต่อมา หนานทิพย์ช้างได้รับสถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้าทิพย์จักรสุละวะฤๅไชยสงคราม เจ้าผู้ครองนครลำปาง อยู่นานถึง27 ปี (สมัยพระนครศรีอยุธยา-ธนบุรี) และได้พิราลัย พ.ศ.2302 สิริอายุได้ 85 ปี มีโอรสและธิดารวมกัน 6 พระองค์ เป็นต้นตระกูล ณ ลำปาง ณ เชียงใหม่ ณ ลำพูน ณ น่าน และเชื้อเจ็ดตน

วัดพระธาตุลำปางหลวง ตั้งอยู่บนเนินสูง ห่างจากตัวเมืองลำปางไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 18 กิโลเมตร ในบริเวณซากเมืองโบราณลัมพกัปปะนคร มีการจัดวางผังและส่วนประกอบของวัดสมบูรณ์แบบที่สุด มีสิ่งก่อสร้างงดงามทั้งประติมากรรม จิตรกรรม และสถาปัตยกรรม ตามประวัติพระนางจามเทวีเคยเสด็จมานมัสการ และทำการบูรณะซ่อมแซมอยู่เสมอ จึงเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณกาล เป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วดอนเต้า ที่ชาวพุทธเคารพสักการะ

บริเวณพุทธาวาสประกอบด้วยองค์พระธาตุลำปางหลวง เป็นประธาน มีบันไดนาคนำขึ้นไปสู่ซุ้มประตูโขงสวยงามด้วยฝีมือช่างหลวงโบราณ ก่ออิฐถือปูนทำเป็นซุ้มยอดแหลมเป็นชั้นๆ 4ทิศ ประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น รูปดอกไม้ และสัตว์ในหิมพานต์ ประตูโขงแห่งนี้ใช้เป็นสัญลักษณ์เมืองลำปางในตราจังหวัดลำปาง มีผู้จำลองแบบซุ้มประตูโขงนี้ไปสร้างตามวัดสำคัญๆอีกหลายแห่ง

องค์พระธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงล้านนา ก่ออิฐถือปูน ประกอบด้วยฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมด้วยบัวมาลัยสามชั้น เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่หุ้มด้วยทองจังโก (แผ่นทองเหลือง ฉลุลาย) เมื่อพ.ศ.2500 เกิดฟ้าผ่ายอดพระธาตุเจดีย์หักเอียง มีผู้พบแก้วมณีมีค่าเม็ดโตตกอยู่บริเวณฐานเจดีย์ เรียกกันว่า "แก้วหมอก มุ่งเมือง" เมื่อนำยอดเจดีย์ลงมาซ่อม ในพ.ศ. 2500 จึงรู้ว่ายอดเจดีย์บรรจุของมีค่ามากมายแบ่งตามลำดับคือ ชั้นที่ 1 (ยอดสุด) เป็นแก้วหมอกมุ่งเมือง ชั้น 2 เป็นทองคำ ชั้น 3 เป็นแหวนโบราณจำนวน 83 วง (มีผู้ลองเอานิ้วสวมแล้วปรากฏว่าหลวมมาก แสดงว่าคนสมัยก่อนนั้นน่าจะมีรูปร่างใหญ่โตกว่าคนยุคปัจจุบัน) ส่วนชั้น 4 เป็นแก้วแหวนเม็ดเล็กๆจำนวนมาก การนำยอดเจดีย์ลงซ่อมนั้น ทางวัดได้ขออนุญาตกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการ โดยเจ้าหน้าที่ได้มาตรวจสอบและร่วมเป็นสักขีพยาน หลังซ่อมเสร็จแล้วก็ต้องตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนยกขึ้นเก็บไว้ที่เดิม

วิหารหลวง เป็นวิหารประธานของวัด ตั้งอยู่บนแนวเดียวกับประตูโขง และองค์พระธาตุเจดีย์ เป็นวิหารจั่วรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทรงวิหารโล่งตามแบบล้านนายุคแรก หลังคาจั่วซ้อนกันเป็นชั้นๆ ภายในวิหารบรรจุมณฑปพระเจ้าล้านทอง ด้านในของแนวคอสอง มีภาพเขียนสีโบราณเรื่องชาดก วิหารน้ำแต้ม เป็นวิหารบริวารตั้งอยู่ทางทิศเหนือขององค์พระธาตุเจดีย์ เป็นวิหารเครื่องไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า รูปร่างและสัดส่วนงดงาม ภายในคอสองมีภาพเขียนสีโบราณที่เก่าแก่ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 45 นิ้ว หอพระพุทธ เป็นสถาปัตยกรรมก่ออิฐทรงสี่เหลี่ยม ฐานเจดีย์สร้างครอบรอยพระพุทธบาทไว้ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1992

วิหารพระพุทธ สร้างขึ้นคู่กับวิหารน้ำแต้ม ประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 40 นิ้ว มีพุทธลักษณะงดงาม วิหารพระพุทธเป็นวิหารทิศ ตามจักรวาลคติ มีองค์พระธาตุเจดีย์เป็นศูนย์กลาง สร้างขึ้นเป็นวิหารหลังแรกของวัด ในพ.ศ.2019 สมัยของพระเจ้าติโลกราช เดิมเป็นวิหารโถงมีฝาย้อยคอยกันแดดและฝน โครงสร้างภายในใช้วิธีการรับน้ำหนักของเครื่องบนแบบขื่อม้าต่างไหมซึ่งเป็นแนวคิดของช่างล้านนา ไม่ปรากฏในพื้นที่อื่น และมีเสาหลวง 10 ต้น แบ่งพื้นที่ภายในเป็น 5 ห้อง เมื่อมีการบูรณะ ในพ.ศ.2345 ได้มีการก่ออิฐขึ้นมาเป็นฝาปิดทึบตามแนวเดียวกับฝาย้อยและกั้นปิดห้องแรกเพิ่มซุ้มประตูขึ้นมา ส่วนที่สวยงามที่สุดของวิหารหลังนี้น่าจะเป็นลายคำ ที่ช่างสมัยนั้นบรรจงสร้างสรรค์ตกแต่งวิหารให้สวยงาม มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เป็นวิหารลายคำหนึ่ง ในสามหลังของวัดพระธาตุลำปางหลวง ลายคำที่เสาหลวงมีร่องรอยของการบูรณะมาแล้ว ซึ่งน่าจะทำในคราวเดียวกับการกั้นฝาวิหาร เมื่อประมาณ พ.ศ.2331พระเจ้าดวงทิพย์ เจ้าผู้ครองนครลำปาง สร้างบันไดทางขึ้นด้านหน้าวัด เป็นรูปมังกรคายพญานาคทั้งสองข้างบันได เชิงบันไดมีรูปสิงห์ปูนปั้นขนาดใหญ่สองตัว

เมื่อปี 2504 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จฯมาเยือนวัดพระธาตุลำปางหลวง ยังความปลาบปลื้มแก่ชาวอำเภอเกาะคาเป็นล้นพ้น ทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (ปี๋ใหม่เมือง) วันที่ 13 -18 เมษายน เปิดให้ประชาชนสรงน้ำพระแก้วมรกต และสรงน้ำพระธาตุ โดยมีการชักรอกนำน้ำขึ้นไปสรงพระธาตุยังด้านบน วัดพระธาตุลำปางหลวง นับเป็นโบราณสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ นักท่องเที่ยวต้องแต่งกายให้ความเคารพต่อสถานที่ สุภาพสตรีไม่ควรใส่กระโปรง หรือกางเกงสั้นเข้ามาในบริเวณวัด

คำบูชาพระธาตุ (ตั้งนะโม 3 จบ) ยาปาตุภูตา อะตุลานุภาวาจีรัง ปะติฎฐาสัมภะ กัปปะปุเร เทเวนะ คุตตา อุตตะราภิทัยยา นะมามิหันตัง วะระชินะธาตุง ฐะเปติ มะหา ฐาเน เจติยัง ปูชิตา นะระเทเวหิ อะหัง วันทามิ ธาตุโย