ตื้น ลึก หนา ยาน

สมดุลกาย สมดุลจิต

อนุสนธิจากการตรวจข้อสอบลูกศิษย์ทำให้คิดถึงความไม่แน่นอนของสังขารได้เหมือนกัน อย่างแรกคือตาที่เริ่มต้องเพ่งมากขึ้นแล้วปวดค่าที่ข้อสอบเป็นแบบให้เขียนเลยต้องรับมือกับลายมือนานาชนิด บ้างก็สวยราวคัดไทย ในขณะที่บ้างก็สวยเหมือนเพิ่งป่วยมาด้วยโรค "หวัด"

จัดเต็มให้คนสอนได้ฝึกสมองเล่น ไม่รู้ว่าตอนสอบตื่นเต้นหรือผีอีเม้ยหลอกหลอน

เพราะตอนสอนก็ดูดีๆแต่พอมีให้เขียนละสวมวิญญาณไก่เรียกพี่

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องตรวจแล้วรีบส่งเกรดให้คณะไม่เช่นนั้นท่านเจ้าของลายมือจะลำบากเพราะเกรดไม่ออก จะบอกคณะว่ากล้ามเนื้อตาล้าจังขอออกกำลังด้วยการเล่นหูเล่นตาส่งข้อสอบช้าสักนิดคงไม่ได้ นอกจากนั้นการต้องยืนสอนนานๆก็ช่วยเตือนเรื่องสังขารได้มากเหมือนกัน อย่างก่อนออกขึ้นแถลง เอ๊ย...ก่อนขึ้นบรรยายต้องนอนพักผ่อนให้พอแรงไว้ก่อน

เพราะไปพูดทีเบาะๆก็ 2 ชั่วโมง

ถ้าทำรายการยิ่งแล้วใหญ่เพราะต้องทั้งแต่งหน้า,เจอไฟ,อยู่ในสตูฯรอนักแสดงท่านอื่นอีกกว่าจะครบก็สุกงอมไม่ต้องบ่มกินได้ทันที

เพราะน่วมได้ที่แล้ว

 

รอยงามทั้ง 3 โลก

บางทีงานประจำวันก็ช่วยบอกสัญญาณแก่ให้เราได้ด้วยประการฉะนี้ แต่ขอท่านที่รักอย่าเพิ่งหวาดระแวงไปในทุกหายใจของการทำงานเพราะบางทีมันอาจเป็นแค่อาการเหนื่อยล้า

ไม่ได้แก่ชราอย่างที่คิด

อย่างนี้ถ้าได้พักก็หายเป็นปลิดทิ้ง ตรงกันข้ามถ้ายิ่งหักโหมก็จะมีรอยบางๆเกิดขึ้นมาประทับให้รับรู้ไว้ว่าหนักเกินไปเหนื่อยเกินไปเริ่มจากรอยยับตื้นๆบนผิวหน้าถ้ายังบ้าพลังอยู่ก็จะได้รอยลึกขึ้นมาเพิ่มครับ

ดังนั้นเพื่อให้แยกได้ระหว่างปรากฏการณ์ธรรมชาติกับธรรมชาติลงทัณฑ์ไปแล้วจริงๆก็จะขอฝากรอย เอ๊ย...ฝากลิสต์ของรอยหน้าที่ว่าต้องระวังเอาไว้ดังนี้ครับ

1) หน้าผาก มือมืดที่ชอบมาสักยันต์ 5 แถวไว้ที่หน้าผากคือการย่นหน้าไปตามอารมณ์ครับ อาทิ ท่าขมวดคิ้ว ย่นหน้ายู่ ท่านี้มักไม่เกิดกับคนที่ยิ้มบ่อยๆครับ สำหรับแสงแดดก็เป็นผู้ร้ายที่ตอกย้ำรอยยับหน้าผากอีกรายหนึ่งที่ยิ่งทำให้รอยนั้นดูหยาบลึกขึ้นครับ

2) ข้างจมูก รอยย่นนี้มักลึกและเป็นซิกเนเจอร์ส่วนบุคคลได้ ดูอย่างในการ์ตูนล้อคนดัง จุดเด่นที่นักวาดเอามาเขียนจุดหนึ่งคือรอยยับข้างจมูกนี่เองครับ วิธีป้องกันทางหนึ่งคืออย่านอนตะแคงข้างทับหน้านานๆจนเกิดเป็นสลี้ปลายน์ได้

3) ใต้คอ ไม่ขอเรียกว่าเหนียงเพราะคนไม่ใช่ไก่งวงแต่ถ้ายื่นออกมาเป็นพวงก็แสดงว่ามีไขมันที่มาพอกอยู่ด้วย อาการรอยย่นลึกใต้คอส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อใต้คอหย่อนไป จากคอลลาเจนที่ช่วยดึงผิวนั้นถูกทำลายเกิดเป็นจิตรกรรมลายย่นละเอียดปนหยาบใต้คอ ขอให้หมั่นเงยคอให้บ่อยจะเป็นการฝึกดีครับ

4) หางตา อาการยิ้มจนตาหยีแล้วมีรอยย่นหางตานั้นไม่ใช่เรื่องน่ากลัวครับ หลายครั้งที่เราได้ยินกันผิดๆมาว่า "อย่ายิ้ม" เดี๋ยวหน้าย่น จริงแล้วการทำหน้าบึ้งตึงใช้กล้ามเนื้อมากกว่ายิ้มมากครับ ถ้าจะจับรอยย่นกันคนที่ทำหน้าถมึงทึงบอกบุญไม่รับเรื่อยมักมีรอยหน้าเยอะครับ รับรองว่ายิ้มไว้ไม่เสียหายแน่เชื่อผมเต๊อะพี่เต๊อะ

นอกจากนั้นยังมีบริเวณผิวที่บอบบางง่ายต่อการบอบช้ำที่ควรต้องทราบไว้ด้วยอีก 2-3 จุดครับ หนึ่งคือที่รอบตาและหลังหู สองที่ใต้คางและคอ สำหรับส่วนสุดท้ายคือหลังมือครับ ถ้าดับสัญญาณแก่ที่ 3 จุดนี้ได้ด้วยจะทำให้การต้านชรานั้นครบองค์ขึ้น

ไม่มีหน้าตึงแต่คอย่นปนมือเหี่ยว

อาการยานไม่ใช่เรื่องร้าย แต่ถ้ายานแล้วแย่จากสุขภาพข้างในแย่ด้วยก็ไม่ดีนักอย่างท่านที่หักโหมออกกำลังหรือออกแดดบ่อยอย่างนี้จะโทรมจากข้างในด้วยครับ ท่านอาจลองใช้วิธีง่ายๆแก้ครับ เหมือนอย่างที่เล่าให้ท่านที่รักฟังว่าผมเองก็ใช้เทคนิคนี้เป็นประจำ

นั่นคือ "นอน" ครับ

หลับอุตุนิยมบำบัดนี่แหละครับ นอนได้นอนดี รู้สึกว่าถ้าจะทำงานให้ดีต้องเริ่มจากนอนเท่านั้นที่ครองโลก คือขอให้มีช่วงว่างสักแวบหนึ่งผมก็สามารถนอนได้ครับ ยืนบนรถไฟฟ้าก็ยังหลับมาแล้ว เป็นสิ่งมีชีวิตที่ผ่านการปรับตัวมาแล้วสำหรับการกินง่าย,อยู่ง่ายและนอนง่ายครับ(แฮ่)

สำหรับคนที่ตอบโจทย์ตัวเองได้ว่าใช้ชีวิตแบบไม่รีบเร่งจนเกินไป หมั่นฟังเสียงหัวใจบ้างว่า "พอดี" อยู่ตรงไหน

จะช่วยไล่รอยยับแห่งชีวิตที่ประดิษฐ์อยู่ตามตัวได้ครับ