"เมือง" ที่ต้อง...ห้ามพลาดเที่ยว

สกู๊ปท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำการยกระดับแนวคิดเรื่อง "ปีท่องเที่ยววิถีไทย 2558" ด้วยการโหมโปรโมทจังหวัดท่องเที่ยวใหม่ๆ ภายใต้โครงการ "เมืองต้องห้าม...พลาด" ที่มีการคัดสรรมาจาก 12 เมืองทางเลือก ใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย ซึ่งไปเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเมืองหลักเดิม แล้วเน้นจุดเด่นในศักยภาพของจังหวัด ที่มีความเพียบพร้อมด้านต่างๆ อย่างแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรม

สำหรับโครงการ เมืองต้องห้าม...พลาด เกิดจากแนวคิดหลัก ที่นำจุดเด่นของจังหวัดต่างๆอีกหลายจังหวัด ที่คนไทยยังไม่เคยรับรู้ หรือไม่ทราบว่ามีอะไรที่น่าสนใจ จึงอาจจะถูกมองข้ามไป แต่แท้จริงเป็นเมืองที่มีศักยภาพมาก ทั้งมีเรื่องราวที่น่าสนใจ และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่แพ้กับทางจังหวัดท่องเที่ยว ที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ซึ่งมั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะเกิดมุมมอง หรือได้ประสบการณ์ใหม่ และหลงรักประเทศไทยยิ่งขึ้น

ในการคัดสรรทั้ง 12 จังหวัดนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มแหล่งท่องเที่ยว ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งยังช่วยกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น และประการสำคัญ...เป็นการขานรับกับนโยบาย ในด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ปีท่องเที่ยววิถีไทย 2558 ของทางรัฐบาลได้อีกด้วย

เมืองต้องห้าม...พลาด 12 แห่ง 5 ภูมิภาค...

1. ภาคเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลำปาง...เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา เพราะต่อให้ก้าวเดินไปเร็วแค่ไหน เมื่อมาถึงลำปาง...คล้ายจะกลายเป็นคนเดินช้า ที่อยากจะค่อยๆไปซึมซับและสัมผัสความสวยงามของเมือง ที่ไม่หมุนตามกาลเวลาแห่งนี้ อาทิ หอนาฬิกาลำปาง บ้านเสานัก สถานีรถไฟนครลำปาง ชามตราไก่ วัดพระธาตุลำปางหลวง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ถนนสายวัฒนธรรม วัดเจดีย์ซาวหลัง พิพิธภัณฑ์หอปูมละกอน

ส่วน จังหวัดเพชรบูรณ์...ภูดอกไม้สายหมอก ก็คงฟินดีไม่น้อย ถ้าทะเลหมอก ลอยมาเคาะหน้าต่างยามเช้า หรือคงเพลินดีไม่เบา สองตาที่ได้ดื่มด่ำ กับดอกไม้บานกลางภูสูง อาทิ ภูทับเบิก วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เขาค้อ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ทุ่งแสลงหลวง น้ำตกศรีดิษฐ์ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว สวนดอกไม้เมืองหนาวภูทับเบิก

และ จังหวัดน่าน...กระซิบรักเสมอดาว อันเป็นตำนานแห่งขุนเขา เมืองเก่าที่มีชีวิต และวัฒนธรรมที่โดดเด่น ด้วยหัวใจน่ารักของคนน่าน บรรยากาศที่แสนโรแมนติค จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า น่าน...เป็นปฐมบทของการกระซิบรัก อย่างละมุนละไมที่สุดของเมืองไทย อาทิ วัดภูมินทร์ ภาพกระซิบรักบันลือโลก ดอยเสมอดาว (อุทยานแห่งชาติศรีน่าน) อุทยานแห่งชาติขุนสถาน วัดหนองบัว อุทยานแห่งชาติดอยภูคา วัดพระธาตุแช่แห้ง

2. ภาคอีสาน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์...เมืองปราสาทสองยุค นับเป็นดินแดนที่หยัดยืนบนรอยอดีต ที่เต็มไปด้วยปราสาทหิน ซึ่งกำลังพลิกโฉมไปสู่ความล้ำสมัย ของปราสาทยุคใหม่ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า บุรีรัมย์กำลัง...อิน อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หมู่บ้านทอผ้าไหม วัดกลางพระอารามหลวง วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง สนามไอโมบาย สเตเดียม (ปราสาทสายฟ้า) สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ปราสาทเมืองต่ำ

และ จังหวัดเลย...เย็นสุด สุขที่เลย เป็นนิยามใหม่ของภาคอีสาน ที่ได้เล่าขานเรื่องราวเย็นสบาย ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีชมพูบนภูสูง ทริปดีๆคราวนี้...คงละ 'เลย' ไม่ได้แล้ว อาทิ ภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูเรือ ภูลมโล ภูทอก วัดเนรมิตวิปัสสนา วัดศรีคุณเมือง วัดศรีโพธิ์ชัยบ้านแสงภา ภูป่าเปาะ ถนนชายโขงเชียงคาน พระธาตุศรีสองรัก

3. ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสงคราม...เมืองสายน้ำสามเวลา สามารถเก็บเกี่ยวความสุขเรียบง่าย กับหัวใจของเมืองสายน้ำ ที่เต็มไปด้วยโมงยาม อันน่ารื่นรมย์ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ อาทิ อาสนวิหารแม่พระบังเกิด-บางนกแขวก วัดบางกุ้ง ตลาดน้ำท่าคา ตลาดเก่าบางนกแขวก ตลาดน้ำบางน้อย ตลาดน้ำอัมพวา วัดบางกะพ้อม อุทยาน ร.2 ดอนหอยหลอด ตลาดร่มหุบ โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ ตักบาตรริมคลอง

และ จังหวัดราชบุรี...ชุมชนคนอาร์ต ความเป็นเมืองศิลปะของจังหวัด สามารถเห็นได้ทุกตารางนิ้ว ไม่ว่าศิลปะจากอุโบสถ ศิลปะจากหนังใหญ่ ศิลปะร่วมสมัย หรือศิลปะเพื่อหัวใจเด็ก สมแล้วที่เมืองเล็กๆแห่งนี้ กลายเป็นจุดนัดพบคนรักศิลปะ อาทิ เซรามิคเถ้าฮงไถ่ บ้านหอมเทียน ตลาดเก่า 119 ปีเจ็ดเสมียน จิตรกรรมฝาผนัง-วัดคงคาราม อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม หอศิลป์ดีคุ้น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี หนังใหญ่-วัดขนอน

4. ภาคตะวันออก 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตราด...เมืองเกาะในฝัน มีทะเลใส หาดทรายสงบงาม รีสอร์ทสวยหรู และบริการเอ็กซ็คลูซีฟ คือ ความสุขของตราด ที่มาเติมฝันของคนรักทะเล ได้อย่างเพอร์เฟ็ค อาทิ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ชุมชนสลักคอก พุทธมณฑลตราด เกาะขาม เกาะหมาก เกาะกูด เกาะกระดาด ชายหาดเมืองตราด

และ จังหวัดจันทบุรี...สวนสวรรค์ร้อยพันธุ์ผลไม้ ซึ่งไม่เพียงเป็นดินแดน ที่ต้อนรับทุกคน ด้วยท้องทะเลสงบงาม หรือวิถีประมงอบอุ่นเท่านั้น หากยังโอบรับทุกคนไว้ด้วยอ้อมกอด ของสวนแห่งความสุขหวานฉ่ำล้ำรสผลไม้ อาทิ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ หาดคุ้งวิมาน ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับ ย่านเก่าริมน้ำจันทบูร อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ตลาดพลอย ตึกแดง หาดแหลมสิงห์

5. ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตรัง...ยุทธจักรความอร่อย ในความอร่อยตลอด 24 ชั่วโมง เป็นสิ่งที่อยู่คู่จังหวัดมายาวนาน ทั้งตำนาน "เมืองแห่งคนช่างกิน" จากเสน่ห์ของเมืองที่มีความสงบเงียบและเรียบง่าย บวกกับวิถีทางวัฒนธรรมการกินเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นพวกหมูย่างหนังกรอบ ติ่มซำคำโต ขนมเค้กมีรูเนื้อนุ่มลิ้น และเมนูพื้นบ้านอาหารพื้นเมืองจานเด็ด ที่ทำให้ไม่ควรพลาดมาลิ้มลองอีกมากมาย อาทิ อิ่มอร่อยยามเช้า-ทุกตรอกซอกซอยกว่า 100 ร้าน อร่อยที่อำเภอห้วยยอด สุดทางรถไฟฝั่งอันดามัน กินลมชมวิวชายหาดปากเมง เค้กเมืองตรัง ผ้าทอนาโยง ถ้ำเขาช้างหาย อนุสาวรีย์พระยารัษฎาขนาดจิ๋ว

ส่วน จังหวัดชุมพร...หาดทรายสวยสี่ร้อยลี้ เมื่อเสน่ห์ของผืนทรายยาวไกลสุดสายตา พร้อมความละเอียดและเนียนนุ่มของเม็ดทราย จึงเป็นดั่งเรื่องราวแสนหวานของจังหวัด ที่เล่าขานสู่กันฟังได้ทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วจะเป็นคนแรก...เมื่อมาเยือน ที่ได้ประทับรอยเท้าลงบนผืนทรายสวยๆ ของจังหวัดชุมพรแห่งนี้ อาทิ หาดถ้ำธง-บางเบิด หาดทรายรีสวี หาดอรุโณทัย หาดทรายรี หาดทุ่งวัวแล่น จุดชมวิวเขาดินสอ จุดชมวิวเขามัทรี จุดชมวิวเขาหัวถ่าน เกาะพิทักษ์ ศาลกรมหลวงชุมพร ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเขาดินสอ สวนกาแฟโรบัสต้า

และ จังหวัดนครศรีธรรมราช...นครสองธรรม ที่สามารถท่องเที่ยวชมนครสองธรรม ที่จะได้พบกับสองมุมที่ต่าง แต่หลอมรวมได้เป็นหนึ่งเดียว ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ "ธรรมะ" กับ "ธรรมชาติ" เป็นเอกภาพที่ไม่สามารถแยกจากกัน อาทิ วัดธาตุน้อย-พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เขาหลวง หมู่บ้านคีรีวง แหลมตะลุมพุก หาดสิชล หาดในเพลา หาดทรายแก้ว หาดหินงาม น้ำตกกะโรม โลมาหาดขนอม

ประธานกรรมการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กลินท์ สารสิน กล่าวในงานแถลงข่าว "เมืองต้องห้าม...พลาด" ว่า "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดโครงการ 'เมืองต้องห้าม...พลาด' ขึ้นนั้น เพื่อตามแนวคิดปีท่องเที่ยววิถีไทย หรือตามแนวนโยบายเชิงกลยุทธ์ด้านการตลาด โดยเป็นการขยายฐานในการท่องเที่ยวจากจังหวัดหลักๆ ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทาง ไปเยือนเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ททท.จึงเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ไปยังจังหวัดทางเลือกทั้ง 12 จังหวัด ซึ่งทั้งมีศักยภาพ มีจุดเด่น มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีวิถีชีวิต และมีศิลปวัฒนธรรมต่างๆมากมาย ที่สำคัญมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ภายใต้โครงการดังกล่าว ซึ่งคาดว่าผลสำเร็จของการจัดโครงการ จะช่วยสร้างกระแสการรับรู้ การหลงรักประเทศไทย และส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลอดปี ได้ไม่น้อยกว่า 136 ล้านคน/ครั้ง"

12 เมืองจาก 5 ภูมิภาค "เมืองต้องห้าม...พลาด" ทั่วประเทศไทยนั้น ไม่ว่าฤดูกาลใด หรือช่วงเดือนใด ก็สัมผัสได้ทุกบริบทในการท่องเที่ยวครับ