เที่ยวสุดมัน เมืองสวรรค์ ผจญภัย

ท่องเที่ยวทั่วไทย

1. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก จัดโครงการที่ชื่อว่า "เที่ยวสุดมัน เมืองสวรรค์ ผจญภัย" เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ภายในจังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดสระแก้ว พร้อมกับได้เชื้อเชิญสื่อมวลชน ที่ต่างก็คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี ให้เข้ามาร่วมโครงการที่ท้าทายในครั้งนี้ด้วย

เมื่อได้รับจดหมายชวนเชิญ ก็รีบตอบรับการชักชวนทันที โครงการท่องเที่ยวดีๆเช่นนี้ หากมิได้เข้าร่วมสัมผัสด้วยคน ก็คงจะให้รู้สึกเสียดายแย่

เราเริ่มที่จังหวัดนครนายกกันก่อน ซึ่งมีคำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า "เมืองในฝันที่ใกล้กรุง ภูเขางาม น้ำตกสวย รวยธรรมชาติ ปราศจากมลพิษ"

มีทางหลวงหมายเลข 305 เลียบมาทางคลองรังสิต ผ่านอำเภอองครักษ์ ในระยะประมาณ 105 กิโลเมตร ชักนำเราเข้าสู่ "โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า" ซึ่งเป็นโปรแกรมแรก ของวันแรกในการ "ท่องเที่ยวทั่วไทย" ทั้งของผมและเพื่อน

เขตทหารที่เคย...ห้ามเข้า เปลี่ยนมาเป็น...ยินดีต้อนรับ พร้อมกับส่งเสริม ท่องเที่ยวในเขตทหาร โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า...ก็เช่นกัน

อาณาบริเวณเกือบๆสองพันไร่ ของสถาบันการศึกษาวิชาการทางทหาร ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร โดยที่มีเขาชะโงกตั้งเด่นเป็นสง่า อันเสมือนสัญลักษณ์ประจำพื้นที่ รวมไปถึงอาคารกองบัญชาการ 3 ชั้น ที่ได้ก่อสร้างจากคอนกรีตถือปูน ทรงสถาปัตยกรรมอันทันสมัย ส่วนที่อาคารพิพิธภัณฑ์ 100 ปี โรงเรียน จปร. อนุสรณ์แห่งเกียรติประวัติศิษย์เก่า ที่ได้สร้างในคุณงามความดี จนเป็นที่ยกย่องเชิดชูเกียรติ ที่สำคัญภายในอาคารชั้นบน จัดแสดงพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งรัชกาลที่ 5 หรือที่นักเรียนนายร้อยเรียกกันว่า "เสด็จปู่" พระผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียน และมาปิดท้ายด้วยการฟังบรรยายสรุป ด้วยสื่อผสมหรือสไลด์มัลติวิชั่น

แล้วก็แน่นอน...เมื่อเยือนในเขตทหารกล้า ควรไปสัมผัสกิจกรรมที่สุดมัน โดยเริ่มที่สนามยิงปืน ในมาตรฐานระยะ 10 เมตร 25 เมตร หรือ 50 เมตร ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำสนาม ล้วนแต่เป็นผู้ที่ชำนาญการ มาคอยแนะนำควบคุมดูแล ในความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด หรือยังรู้สึกตื่นเต้นไม่พอ ก็ให้ตรงมาที่รอกเลื่อนข้ามลำน้ำ ซึ่งเป็นการฝึกทดสอบกำลังใจอีกอย่าง ที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจไม่แพ้กัน นอกจากนั้นยังมีการไต่หน้าผาจำลองและหน้าผาจริง รวมถึงการกระโดดหอสูง 34 ฟุต ที่ให้สารเอ็นโดร์ฟิน หรือสารแห่งความสุขหลั่งออกมา

บ่าย...บรรยากาศมัวๆ เกรงว่า...ฝนตกแน่ๆ

แต่ก็ยังจะไปเยี่ยมชมน้ำตกงามตามป่าเขา

"น้ำตกสาริกา"...เป็นจุดหมายตอนบ่าย ที่จะให้ความเย็นชื่นใจแก่เรา โดยที่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยทางหลวงเลขสี่ตัว 3049 กับระยะทางราวสิบกว่ากิโล เราก็มายืนอยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ที่คอยเก็บเงินค่าบำรุง

ยังไม่ทันจอดรถให้นิ่งสนิทดี ม่านฝนถูกดึงลงมาจากไหนไม่รู้ ทำให้บริเวณทั่วไปเฉอะแฉะไปหมด ก็เลยกะจะนั่งถ่ายรูปในรถนี่แหละ ทว่าพอเหลือบออกไปเห็นสายน้ำ ที่ไหลจากหน้าผามาเป็นทอดๆ 9 ชั้น คะเนจากสายตาสูงราว 200 เมตร แต่ละชั้นมีแอ่งคอยรองรับ แล้วเห็นมีก๊วนหนุ่มสาวลงเล่นน้ำกันอยู่ แม้ปากจะสั่นด้วยความหนาวเย็น ก็ยังพากันเล่นหัวอย่างสนุกสนาน เมื่อแลเห็นตัวอย่างความเฮฮา จึงออกไปเดินทอดน่องบ้าง

ปูนซีเมนต์ลาดเป็นทางเดินมั่นคง ทอดตัวขนานไปตามธารน้ำไหล ผมเดินมาจนถึงแอ่งน้ำกว้าง ที่อยู่ท่ามกลางโขดหินอัคนีก้อนใหญ่ แล้วพอได้แหงนคอมองตรงขึ้นไป จะเห็นน้ำตกสาริกาชั้นที่สูงที่สุด ในลักษณะที่เป็นน้ำตกโจนตอนเดียว

ยืนกางร่มถ่ายภาพ กับคนกำลังเล่นน้ำตก

ช่างภาพกลัวเปียก แต่คนเล่นน้ำชอบเปียก

น้ำตกสาริกา...ตำบลสาริกา อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครนายก อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งของลำห้วยสาริกา ซึ่งมีต้นน้ำอยู่บริเวณเขาสาริกา ที่ติดต่อกับเขาแก้ว มีระดับความสูงราว 580 เมตร ในระดับน้ำทะเลปานกลาง

น้ำตกที่นี่...มีน้ำไหลทั้งปี มากน้อยตามฤดู

ทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน

พอรถจะเคลื่อนตัวออกจากน้ำตก...ฝนก็หยุดตก เลยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง ที่จะได้ไปเยือนน้ำตกที่วังตะไคร้ อ้อ!!!หากจะเรียกให้ถูกต้องแล้วละก็ ควรเรียกว่า..."อุทยานวังตะไคร้" ซะมากกว่า ด้วยเป็นอุทยานตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ตามเจตนารมณ์ของ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต และ หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแก่คนทั่วไป

โดยในปี 2495 เป็นปีที่ทั้งสองพระองค์ สนใจเกี่ยวกับธรรมชาติ เสด็จมาท่องเที่ยว และซื้อที่ดินจากชาวบ้าน รวมถึงสร้างตำหนักและอุทยาน สำหรับพักผ่อนพระอิริยาบถ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเรียกว่า วังตะไคร้ อันเป็นชื่อเดิมที่ชาวบ้านเรียกกัน

ปัจจุบันอุทยานวังตะไคร้ มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก ให้ความสนใจมาหย่อนใจ ก็เพราะด้วย อุทยานวังตะไคร้ จุมภฏ-พันธุ์ทิพย์อุทยาน หรือ สวนพฤกษชาติวังตะไคร้ มีความสวยงามตา แต่งเติมไปด้วยสวนไม้ประดับ สวนผลไม้ สวนดอกไม้ สวนปาล์ม สวนไม้ผลป่า สวนสมุนไพร สวนป่า และสวนต้นไม้ในวรรณคดี ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ทั้งในและต่างประเทศ ที่นำเข้ามาเกือบทั่วโลกนับร้อยๆชนิด เพื่อให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศ

ผมออกจากรถลงมาเดินเที่ยว ก็ได้มาสัมผัสกับบรรยากาศที่ฉ่ำชื้น คงจะเป็นผลพวงจากน้ำฝน ที่ได้ทำการประพรมลงมาเมื่อสักครู่ จึงทำให้พันธุ์ไม้พุ่มขนาดต่างๆ แข่งขันกันเปล่งสีสันเขียวครึ้มตา แม้จะอยู่อาศัยกันอย่างเบียดตัว แต่พอได้ลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ ยิ่งมารองรับกับสนามหญ้านวลน้อย จึงให้เกิดเจริญหูเจริญตาอย่างมาก

กระทั่งเผลอปากไปว่า ดินแดนสวรรค์ชัดๆ

หากมิเรียกขานขึ้นรถ...คงจังงังอยู่ตรงนั้น

จากนั้นเราก็เคลื่อนขบวนกันต่อไป เพื่อไปสู่เป้าหมายที่อยู่ข้างหน้า คือ "น้ำตกนางรอง" และเป็นการปิดท้ายท่องเที่ยว ในจังหวัดนครนายก

การเดินทางมาน้ำตกนางรองนั้น ก็ยังคงได้ความสะดวกสบายดี จากทางหลวงหมายเลข 3049 ในระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3050 จากนั้นเลยไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก็ถึงน้ำตกนางรองแล้ว

ที่สำคัญ...ยังมีรถบัสปรับอากาศ ที่นำสู่จังหวัดนครนายก โดยสามารถเดินทางได้ทุกวัน ณ สถานีขนส่งสายเหนือ หรือสายตะวันออกเฉียงเหนือ (หมอชิต 2) แล้วเมื่อถึงจังหวัดนครนายก ก็ให้ใช้บริการรถท้องถิ่น ที่นำสู่น้ำตกนางรองได้เช่นกัน

น้ำตกนางรอง...มีชื่อเสียงมาช้านาน จัดให้เป็นน้ำตกขนาดกลาง ที่เกิดมาจากป่าเขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง ภายในพื้นที่จังหวัดนครนายก

เมื่อรถของเราแล่นผ่านเข้ามา จะพบเห็นความเป็นระเบียบ แล้วยังสะอาดสะอ้านตาด้วย แม้จะเรียงรายไปด้วยร้านค้า ทั้งร้านขายของฝากของที่ระลึก หรือร้านที่ขายของกิน ซึ่งส่วนมากจะเป็นจำพวกไก่ย่าง ส้มตำ ลาบ น้ำตก ที่ก็ไม่รู้ว่า...มาเกี่ยวคู่กับสถานที่ท่องเที่ยวเมื่อใด โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทะเลและน้ำตก...มีแทบทุกๆแห่ง

เราผ่านบริเวณที่เหมาะแก่การเล่นน้ำไป เป็นบริเวณด้านล่างของน้ำตกนางรอง ก็มองเห็นนักท่องเที่ยวส่วนมาก นิยมมาเพลิดเพลินแบบปิกนิก ปูเสื่อนอนพักผ่อน หรือพากันลงเล่นน้ำ พอรถแล่นเลยขึ้นไปอีกหน่อยเดียว...ก็จอด แล้วให้เราลงเดินขึ้นไป ตามถนนลาดยาง 200 เมตร จะได้พบเห็นสะพานทางด้านขวามือ ที่พาดตัวยาวผ่านข้ามน้ำตกไป แต่หากเดินตรงขึ้นไปจนสุดถนน ก็จะเจอบ้านพัก จอมพล ป.พิบูลสคราม ที่ร่มรื่นนัก

แต่เรามาชุมนุมกันบริเวณสะพาน ที่ถือเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามมาก เพราะได้มองเห็นน้ำตกนางรอง ซึ่งกำลังไหลลดหลั่นรุนแรงเป็นชั้นๆ จึงเป็นที่นิยมแก่นักท่องเที่ยว มาถ่ายรูปน้ำตกที่จุดนี้กัน เราเองก็ไม่พลาด อ้าว!!! มาเซลฟี่กันหน่อย

และก่อนจะปิดตาหลับนอน ยังมีภาพความงามสุดท้าย อยู่นอกหน้าต่างออกไป คือ เขื่อนขุนด่านปราการชล ที่สร้างขึ้นบรรเทาทุกข์ ในการจัดสรรทรัพยากรน้ำ ให้ชาวนครนายกและจังหวัดใกล้เคียง ก็เลยให้รู้สึกได้ว่า น้ำ...สำคัญอย่างยิ่ง

เพราะเรานำมา...ทั้งกิน ทั้งใช้ ทั้งเที่ยว

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า