ทุ่งดอกไม้สายรุ้ง ที่ฮอกไกโด

บันทึกนักเดินทาง

ตอนที่ 3 เสียงเพลงยังคงมีมนต์ขลัง ที่พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี

 ตอนที่ตัดสินใจมาเที่ยวฮอกไกโด ยอมรับว่า...รายการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ที่เมืองโอตารุ มีส่วนอย่างมาก เรียกว่า มีน้ำหนักครึ่งต่อครึ่งกับการมาชมทุ่งลาเวนเดอร์ทีเดียว ผู้เขียนเป็นอีกคนหนึ่งที่หลงไหลในเสียงไพเราะของกล่องดนตรี ที่เรียกทางสากลว่า "Music Box" อย่างมากคนหนึ่ง "กล่องดนตรี" ที่ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเบาๆ ช่วยสร้างความผ่อนคลายทางความรู้สึกได้ไม่น้อย รู้สึกผ่อนคลาย และมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นนักบัลเล่ต์ผู้หญิงตัวเล็กๆใส่กระโปรงบานฟูฟ่องหมุนตัวไปมาตามเสียงเพลง และความยาวของเสียงเพลงนั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาที่เราไขลานไว้ เชื่อว่าใครหลายๆคนคงมีของสะสมที่ชื่นชอบเป็นของตัวเองมากบ้าง น้อยบ้างแล้วแต่ความพากเพียรในการค้นหา และความชื่นชอบของแต่ละคน

ผู้เขียนเคยสะสมกล่องดนตรี แต่ยังไม่ถึงขั้นมืออาชีพ มีแค่ไม่กี่ชิ้น ชิ้นโบราณเก่าแก่ที่สุด น่าจะเป็นขวดเหล้าสมัยคุณพ่อยังหนุ่ม ใครเคยเห็นบ้างคะ ขวดเหล้ารูปทรงเดียวกับขวดแชมเปญ เป็นแก้วใส ภายในขวดเหล้า จะมีครอบแก้วใสอีกชั้นหนึ่ง บรรจุแท่นมีตุ๊กตาตัวเล็กเป็นรูปชายหญิงในชุดนักเต้นรำ ประคองคู่กันเต้นรำในเพลง Fascination อันแสนหวาน ยามไขลานที่ด้านล่างของขวด กล่องดนตรีรูปตัวตลกใบหน้ายิ้มแย้ม แต่มีหยดน้ำตาบนสองแก้ม เป็นอีกชิ้นที่โปรด นั่งมองตัวตลกที่ทำหน้าตาหยอกล้อเรา ขณะที่หมุนตัวไปตามจังหวะดนตรี แต่ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มนั้นกลับมีหยดน้ำตาคราวใด อดสะท้อนใจความโหดร้ายในชีวิตมนุษย์ไม่ได้ อีกชิ้นเป็นกล่องดนตรีที่ที่ทำเลียนแบบหีบเพลงโบราณ มีจานเสียงและลำโพงพร้อมเล่นเพลง Fur Ellise ที่แสนไพเราะ กล่องเพลงการ์ตูนของดิสนี่ย์เล่นเพลง Happy Birthday สำหรับโอกาสการฉลองวันคล้ายวันเกิด และกล่องใส่เครื่องสำอางที่เมื่อเปิดกล่องจะมีเสียงดนตรีขับกล่อมทุกครั้งครา นอกจากสะสมกล่องดนตรีแบบไม่เป็นทางการแล้ว ผู้เขียนยังยังชื่นชอบแผ่นซีดีเพลง Music Box เคยมีแผ่นเพลงที่ค่ายเพลงแกรมมี่ฯเคยทำจำหน่ายเมื่อหลายปีก่อน รวมเพลงฮิตติดชาร์ตของแกรมมี่ฯ ทั้งเพลงของ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ และศิลปินในค่ายคนอื่น เพราะจริงๆ เหมาะสำหรับฟังตอนขับรถ และก่อนนอน...หลับสบายจริงๆ

กล่องดนตรีหรือ Music Box มีต้นกำเนิดมาจากระฆังระฆังในโบสถ์ที่ใช้สั่นบอกเวลาเป็นเสียงเพลงเมื่อราวๆ สองร้อยกว่าปีมาแล้ว ราวๆ ค.ศ.1776 ช่างทำนาฬิกาคนหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมือง Geneva Antoine Favre ได้ทดลองนำกลไกในการสร้างเสียงเข้าไปติดตั้งในนาฬิกาพก ขวดน้ำหอม และจี้ห้อยคอ โดยกลไกของสิ่งประดิษฐ์ที่เขาสร้างขึ้นนี้ใช้สิ่งที่เรียกว่า "หวี ดนตรี (Music Comb)" หวีดังกล่าวสร้างขึ้นจากเหล็กชุบแข็ง ซี่ของหวีแต่ละซี่จะมีความสั้นยาวไม่เท่ากันซึ่งทำให้เมื่อถูกดีดจะเกิดเสียงก้องกังวานเป็นเสียงโน้ตดนตรีที่สูงต่ำแตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นต้นแบบของ Music Box เป็นต้นมา กล่องดนตรีแบบทรงกระบอก (Cylinder Music Boxes) ทำให้ผู้ฟังสามารถเพลิดเพลินกับดนตรีได้โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้เล่น ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มากสำหรับคนสมัยนั้น ซึ่งหากอยากฟังดนตรีก็ต้องมีคนเล่นดนตรีให้ฟัง ข้อจำกัด คือกล่องดนตรีหนึ่งเครื่องจะเล่นเพลงได้เพียงเพลงเดียวเท่านั้น! ภายหลังจึงได้เกิดแนวคิดของการแบ่งแทร็คของบนทรงกระบอกพร้อมๆกับขยายช่องว่างระหว่างซี่หวี เพื่อที่จะทำให้แทร็กของเข็มเข้าไปสัมผัสกับซี่หวีได้ทีละแทร็ก วิธีนี้ทำให้เราสามารถฟังเพลงได้หลายเพลงโดยใช้ทรงกระบอกเพียงหนึ่งกระบอก ในเวลานั้นเราสามารถฟังเพลงได้มากที่สุดถึง 12 เพลง ต่อหนี่งกระบอก กล่องดนตรีแบบทรงกระบอกบางรุ่นก็พัฒนาให้สามารถเปลี่ยนกระบอกดนตรีได้ เรียกว่าแบบ Interchangeable Cylinder Music Box ถือเป็นยุครุ่งเรืองของกล่องดนตรีแบบนี้เลยทีเดียว

ในค.ศ.1815 ทั้งกรุงเจนีวาและเมืองสเตครัวซ์ กลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมผลิตกล่องดนตรี โดย นายเดวิด เลอ คูลเทร ถือเป็นนายช่างคนแรกที่นำโลหะทรงกระบอกมาใช้ตรึงหมุดในกล่องดนตรี ทั้งเป็นคนเพิ่มซี่เหล็กทำเสียงดนตรีออกเป็น 5 ซี่ (เหมือนหวี) เพื่อเพิ่มเสียงตัวโน้ตมากขึ้น ขณะเดียวกันพี่น้องตระกูลนิโคล ก่อตั้งโรงงานผลิตกล่องดนตรีชื่อ นิโคล-เฟรเรส์ พัฒนาเทคนิคทำกล่องเพลง เช่น ใช้ไม้มาทำเป็นตัวกล่องให้สวยงาม และใช้ตัวควบคุมการทำงานของดนตรี 3 ตัว (ตัวเปลี่ยนเสียงเพลง ตัวเริ่มหยุดเสียง และตัวหยุดเสียงทันที) นอกจากนี้ยังประดิษฐ์ตัวไขลานติดไว้ที่ด้านซ้ายของกล่อง (บริษัทนี้มีชื่อเสียงมากจนถึงปัจจุบัน) ถ้าอยากเห็น ว่ากล่องดนตรีทำงานอย่างไร สามารถเห็นได้จากกล่องดนตรีที่ทำเป็นแก้วใสหรือพลาสติกใส ที่มองเห็นกลไกการทำงานภายในอย่างชัดเจน

ในช่วง ค.ศ.1850-1870 ถือเป็นช่วงที่มีการประดิษฐ์กล่องดนตรีที่ประณีตที่สุด ทั้งในด้านเสียงเพลงและตัวกล่อง ในช่วง 1880 อุตสาหกรรมผลิตกระบอกโลหะ (ตัวหมุน) เฟื่องฟูมาก เมื่อกล่องดนตรีเป็นที่นิยมแพร่หลาย การผลิตกล่องดนตรีมาชะงัก ปี 1910 เมื่อประชาชนหันไปนิยมเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ โทมัส แอลวา เอดิสัน ประดิษฐ์ขึ้น ในปี 1877 และในปัจจุบันกล่องดนตรีที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมยังคงเป็นกล่องดนตรีของสวิตเซอร์แลนด์ แต่กระนั้นกล่องดนตรีของเยอรมันก็ตามมาติดๆ สามารถครองส่วนแบ่งของตลาดได้มากที่สุดรองลงมา เพลงที่นิยมใช้ในกล่องดนตรีส่วนมากเป็นเพลงคลาสสิค เช่น เพลง Fur Ellise แต่ปัจจุบันนี้มีหลากหลายตามแต่ผู้ผลิตจะนำไปใช้ ทั้งเพลงจากภาพยนตร์ เพลงของวงดนตรีดังๆ อย่าง X-Japan ปัจจุบันจีนเป็นอีกประเทศที่มีการผลิตกล่องดนตรีส่งออกอย่างเป็นล่ำเป็นสัน หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะรูปม้าหมุนยอดฮิต

กล่องดนตรีที่อาจมีตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ ในการเดินทางสามารถพบกับกล่องดนตรีที่สามารถซื้อเป็นของรำลึกถึงของการเดินทางในครั้งนั้นได้ไม่ยาก กล่องดนตรีวันนี้ยังคงเป็นของขวัญที่มีคุณค่าสำหรับผู้รับ Fur Elise - Beethoven...ทำนองเพลงนี้ ถูกนำมาใส่ในกล่องดนตรีไขลาน ในเสียงนาฬิกาปลุก มากกว่าเพลงใด

หลังจากการเที่ยวชม คลองโอตารุ คณะของเราเคลื่อนขบวนมาที่ใจกลางเมือง ที่เป็นย่านธุรกิจของเมืองโอตารุ หัวหน้าทัวร์ให้เวลาแค่ 45 นาที...โอ้โฮ!!! โหดร้าย ทั้งเดินจากลานจอดรถข้ามถนนไปชม "นาฬิกาไอน้ำโบราณ (Stream Clock)" สไตล์อังกฤษ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น คือ ที่เมืองโอตารุ แห่งนี้และอีกเรือนหนึ่งที่ประเทศแคนาดา นาฬิกาไอน้ำนี้เป็นของที่ระลึกที่เมือง Vancouver มอบให้แก่เมือง Otaru นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุกๆ 15 นาที ยืนชมนาฬิกาพ่นไอน้ำฟู่ แล้วเดินเข้าพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีที่อยู่ติดกัน

"พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี" ตั้งอยู่ที่ถนน Takaimashi ตึกหลังนี้เคยเป็นของบริษัท Kyosei ซึ่งป็นบริษัทค้าข้าวที่สำคัญของฮอกไกโด อาคารนี้ก่อตั้ง ในค.ศ.1912 สถานที่ตั้งอยู่ตรงบริเวณแยก Maechen Square ร้านนี้มีชื่อว่า Otaru Orgel Emporium ลักษณะเป็นอาคารเก่าแก่ 3 ชั้น ภายนอกถูกสร้างขึ้นจากอิฐแดง และโครงสร้างภายในทำด้วยไม้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ มีประวัติเริ่มมาตั้งแต่สมัยสร้างเมืองใหม่ๆ เรียกว่าแทบจะกลายมาเป็นแม่แบบของพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีในเมืองอื่นๆ ของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ โดยได้รับอิทธิพลจากชาวยุโรปที่เข้ามาตั้งรกรากที่นี่ในสมัยก่อน จนในปัจจุบันกลายมาเป็นแหล่งผลิตกล่องดนตรีที่มีอายุร้อยกว่าปีที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมกล่องดนตรีสารพัดแบบ ตั้งแต่แบบสมัยเก่า ถึงรุ่นใหม่ มีแบบตุ๊กตาน่ารัก แบบกล่องเครื่องประดับ แบบแขวนผนัง ที่ทับกระดาษ รูปซูชิ

เมื่อผลักประตูไม้ตรงทางเข้า สิ่งแรกที่จะได้ยินคือเสียงดนตรีอันไพเราะก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณเลย ภายในบริเวณชั้นหนึ่ง ซึ่งมีพื้นที่มากที่สุด จะเป็นโซนจำหน่ายของที่ระลึกและกล่องดนตรีสำเร็จรูปที่มีลวดลายต่างๆ ให้เลือกตามความต้องการหลากหลายแบบหลายราคา ตามขนาด ความประณีตและความสวยงาม โดยราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1,000 เยน ขึ้นไปถึงหมื่นเยน มีทั้งกล่องแบบเรียบ เป็นกล่องสี่เหลี่ยมหรือเป็นรูปหัวใจเพ้นท์ลายกุหลาบหรู กล่องไม้ลวดลายประณีตรูปทรงหีบสมบัติ กล่องที่ทำเป็นแก้วเจียระไนมีหลายแบบ ทั้งสัตว์ตามราศีปีเกิด เป็นรูปกระต่าย ไก่ หมู กล่องใสแจ๋วเปลือยเปล่าเห็นการทำงานของกลไกภายในขณะงาน บ้างประดับตกแต่งให้งามหรู หรือประดิษฐ์เป็นตัวการ์ตูน ม้าหมุน ตุ๊กตาแก้ว จนถึงเป็นภาพวาดประดับผนัง กล่องดนตรีแบบคลาสสิค แบบหมุนไขลาน มีตุ๊กตาหลากหลายแบบประดับด้านบน และอีกมากมายที่จัดวางไว้อย่างสวยงาม ลงตัวเหมือนเปิดบ้านให้ชม บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยแสงไฟสีส้มนวล ให้ความรู้สึกอบอุ่นโรแมนติค จะสังเกตได้ว่ามีคู่รักชาวญี่ปุ่นหลายคู่เดินจูงมือกันมาเลือกซื้อกล่องดนตรีคู่กันเพื่อเป็นของที่ระลึกระหว่างกัน เห็นแล้วแอบอิจฉาความหวาน มีบริการนำเพลงกล่องดนตรีทั้งเพลงญี่ปุ่นและเพลงสากลมาอัดเป็นซีดีโปสการ์ดส่งได้โดยตรงจากทางพิพิธภัณฑ์ เป็นสินค้าให้เลือกซื้อ นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งทำกล่องดนตรีตามสไตล์ของตัวเองได้ โดยการเลือกสารพันสิ่งที่พิพิธภัณฑ์จัดไว้นำมาประดับตกแต่งตามจินตนาการของแต่ละคน และแน่นอนนอกจากกล่องดนตรีแล้ว ภายในยังมีเครื่องแก้วต่างๆ มากมายให้เลือกชมอีกด้วย

จากชั้นหนึ่ง เมื่อเดินขึ้นบันไดไม้ขึ้นมาด้านบน และมองย้อนกลับลงไปที่ชั้นล่างที่เราเพิ่งผ่านมา จะมองเห็นบรรยากาศอันแสนสุขทั้งด้านล่าง และด้านบนนี้ เพราะจะเห็นผู้คนมากมายที่เดินอยู่ภายในร้านพร้อมกับรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หรือเสียงที่เปล่งออกมาถึงความพึงพอใจ กับกล่องดนตรีที่ตัวเองถูกใจ ภายในพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีแห่งนี้ สามารถเดินชมและสัมผัสกล่องดนตรีได้แทบทุกชิ้นที่วางขาย เรียกว่าทั้งชม สัมผัส และลองไขเพลงฟังได้ จนกว่าคุณจะเจอแบบและเพลง ที่ชอบ และใช่เลย

ส่วนบริเวณชั้นสอง จะเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ มีการจัดแสดงประวัติความเป็นมาของกล่องดนตรีแต่ละยุคสมัยให้ชมอย่างเพลิดเพลิน เป็นสถานที่เก็บหีบเพลงตัวแรกที่มาถึงประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งกล่องดนตรีของญี่ปุ่นเอง และกล่องดนตรีจากประเทศอื่น สำหรับที่ชั้นสองนี้ ให้ดูได้แต่ตา ห้ามจับต้อง ห้ามไปไขหรือไปดึงกลไกเพื่อลองฟังเสียงเพลงเป็นอันขาด เพราะเป็นของเก่าหายาก รวมทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการ วิวัฒนาการการสร้างกล่องดนตรี ตั้งแต่ ค.ศ.1660 เป็นต้นมา จนถึงยุคปัจจุบัน โดยกล่องดนตรีเหล่านี้มีประวัติอันยาวนานมาจากยุโรปในสมัยเรอแนซซองส์ มีวิวัฒนาการมาจากการตีระฆังในโบสถ์ที่ตีบอกเวลาและมีเสียงเพลงล่องลอยมาประหนึ่งเสียงจากสรวงสวรรค์ จึงจุดประกายความคิดกับนักสร้างสรรค์ ที่มีความต้องการเก็บความไพเราะเช่นนี้ไว้ฟังเป็นการส่วนตัว โดยไม่ต้องรอฟังเสียงระฆังบอกเวลาจากโบสถ์ ในปลายศตวรรษที่ 18 จึงมีการประดิษฐ์เจ้ากล่องดนตรีขึ้น และยืนยงอยู่คู่กับโลกใบนี้มาจนปัจจุบัน ในส่วนของชั้นสองนี้ แสดงเครื่องดนตรีโบราณ หลายชิ้นทำจากไม้ แกะสลักลวดลายอย่างประณีต สิ่งที่เรียกว่ากล่องดนตรีบางชิ้น เราแทบไม่เคยเห็น กลไกการทำงานภายในของกล่องดนตรี มีการจัดแสดงกล่องดนตรีรุ่นแรกๆที่นำมาจากยุโรปในรูปแบบแตกต่างกันไป ถัดไปจะเป็นกล่องดนตรีระดับหรูหรา ทั้งแบบที่ผลิตเองในญี่ปุ่น และนำเข้าจากต่างประเทศ มีแต่แบบสวย หรู ให้ได้เลือกชมและฟังเพลงอันไพเราะ ราคาสูงมาก จนเลิกล้มความคิดอยากได้เป็นเจ้าของอย่างสนิท ออกมาจากห้องพิพิธภัณฑ์และส่วนที่แสดงกล่องดนตรีเริ่ดหรู เป็นส่วนที่จัดวางจำหน่ายกล่องดนตรีที่ไม่ได้ทำเป็นกล่องแบบตั้งโต๊ะ หากเป็นแบบแขวนผนัง ต้องดึงเชือกที่ห้อยอยู่ใต้กล่องดนตรี จะมีเสียงเพลงจากกล่องดนตรี แบบที่วางขายมีทั้งกล่องดนตรีที่ทำเป็น นกฮูกแบบต่างๆ นกฮูกเป็นสัตว์ประจำเมืองโอตารุ ฉะนั้นจึงมีของระลึกที่ทำเป็นรูปนกฮูก หลายอย่างวางขายทั่วไปในเมืองโอตารุ

เดินต่อขึ้นไปบน ชั้น สาม จะเป็นชั้นสำหรับผู้ที่ได้กล่องดนตรีในรูปแบบเฉพาะของตนเองเพียงหนึ่งเดียวในโลก ก็สามารถมาประดิษฐ์กล่องดนตรีได้ เพียงแค่เลือกเพลงจากรายการเพลงทั้งหมดซึ่งจะมีทั้งเพลงคลาสสิค เพลงป๊อป เพลงฮิตทั้งของญี่ปุ่นและเพลงสากล นำมาใส่กล่องและเลือกตุ๊กตาเซรามิคซึ่งก็มีหลากหลายแบบให้ เลือกกันได้ตามความชอบ แล้วก็มานั่งประกอบเป็นกล่องดนตรีของตัวเอง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก แน่นอนว่าแบบทำเองย่อมราคาสูงกว่าแบบประกอบสำเร็จแล้ว แต่ถือว่าคุ้มค่า

แต่กระนั้นที่นี่เปิดโอกาสให้เลือกสรรรูปแบบกล่องดนตรีสำเร็จที่มีอยู่แล้ว กับรูปแบบตัวตุ๊กตาได้ ในราคาเท่าที่วางขาย หากไม่ถูกใจรูปแบบของกล่องดนตรี และเสียงเพลง สามารถเลือกเปลี่ยนได้ เช่น ชอบกล่องดนตรีที่เป็นรูปนางฟ้าคริสตัลสีฟ้า แต่ไม่ชอบ เสียงดนตรี ที่เป็นเพลง Happy Birthday แต่อยากได้เพลง Wedding สามารถทำได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเลือกเสียงดนตรีที่เขามีอยู่เท่านั้น มิใช่เลือกได้ตามใจปรารถนา ชั้นสาม จะเห็นกล่องดนตรีที่เป็นแบบเฉพาะ รูปแบบแปลกๆเยอะ เต็มไปด้วยกล่องดนตรี ทั้งที่จัดแสดงไว้และที่จำหน่ายเป็นของที่ระลึกจากโอตารุ ส่วนมากเป็นกล่องดนตรีรูปเปียโน แบบตุ๊กตาน้องหมาก็มี กล่องดนตรีรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Snoopy กล่องดนตรีแบบเครื่องแก้ว บ้างทำเป็นม้าหมุน สวนสนุก แต่ต้องดูให้ดีนะคะ เพราะหากดูไม่ละเอียด อาจได้กล่องดนตรี Made in China รูปแบบสวยๆกลับมาแทนกล่องดนตรีที่ Made in Japan และที่นี่ยังมีการเปิดให้ฟังเสียงอัตโนมัติจากเครื่องดนตรีเก่าแก่ประเภทออร์แกนให้ฟังอีกด้วย แสนเพลิดเพลินจนเวลาที่นี่ผ่านอย่างรวดเร็ว

ที่ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ ติดประกาศไว้ว่า ผู้ใดที่ช็อปปิ้งที่ร้านนี้ตั้งแต่ 10,000 เยนขึ้นไป ที่นี่สามารถทำ Tax Refund ได้ทันที สะดวกมากๆ ไม่ต้องไปเสียเวลาทำที่สนามบิน เอาละสิ เข้าทางเลย ตั้งใจมาซื้อกล่องดนตรีอยู่แล้ว เดินชมอย่างไม่รู้เบื่อจนเวลาล่วงเลยไป จะหมดเวลาแล้ว ยังไม่ได้หาซื้อกล่องดนตรีที่ตั้งใจไว้เลย

ซึ่งที่โอตารุนี้สมควรที่จะใช้เวลาอยู่อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะเป็นครึ่งวันนะคะเราว่า แต่มากับทัวร์ เวลาสำหรับทุกสถานที่สั้นมากๆ ไม่จุใจเลย (อย่างว่า ทัวร์เค้าบรรจุรายการท่องเที่ยวเยอะ อยากให้เราได้ไปดู ไปรู้ ไปเห็นครบ ว่าเค้าก็ไม่ได้) คราวหลังต้องมาเองแก้ตัวอีกครั้ง...หมายมาดในใจ เหลือเวลาอีกไม่ถึง 20 นาที ตอนเดินลงมาเลือกซื้อกล่องดนตรีตามที่ตั้งใจไว้ ตอนแรกหมายใจกล่องดนตรีที่ทำเป็นชิงช้าหมุนที่ทำเลียนแบบชิงช้าหมุนในสวนสนุก มีทั้งชิงช้าหมุนสีพาสเทลหวาน สีชมพูอ่อนสลับสีฟ้าและม่วงอ่อนใส กับอีกอันเป็นชิงช้าหมุนสีเขียวและแดงสดใสเหมาะกับเทศกาลคริสต์มาส กำลังลังเลใจว่าจะเลือกแบบไหนดี แต่พอสอบถามจากเจ้าหน้าที่ว่าเป็นสินค้าจากจีน ทำให้เราละมือจากชิงช้าหมุนอย่างไม่ไยดี ใช้เวลาที่เหลืออันน้อยนิดสอดส่ายสายตาหาเป้าหมายใหม่ เผอิญเห็นสาวน้อยญี่ปุ่นถือตุ๊กตานางฟ้าแก้วใสสีอำพันยืนรอจ่ายเงิน ไม่รอช้ารีบเดินไปตามล่าตุ๊กตานางฟ้า มีอยู่หลายสี ทั้งเขียวสดใส ฟ้าสวยใส ชมพูหวาน และม่วงอ่อน ลองไขฟังเสียงเพลง นางฟ้าแต่ละสีมีเสียงเพลงแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่เป็นเพลงญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่ไม่รู้จัก เราเลือกนางฟ้าสีอำพันที่มีเสียงเพลงคลาสสิคคุ้นหู และเป็นนางฟ้าที่ Made in Japan จ้า มาญี่ปุ่นทั้งที มาซื้อของที่ระลึกราคาแพง Made in China กลับไป (ราคากล่องดนตรีม้าหมุนกับนางฟ้าใกล้เคียงกัน) มันเสียความรู้สึกนา

ส่วนเพื่อนอีกสองคน สาวเจี๊ยบได้กล่องดนตรีรูปกระต่ายน้อย สาวอ้อยได้กล่องดนตรีรูปกระต่ายและตุ๊กตานางฟ้าสีเขียวใส รวมกันแล้วมูลค่าสินค้าเพียงพอที่จะทำ Tax Refund ได้ แต่กว่าสาวเจ้าแคชเชียร์จะบรรจุนางฟ้าลงหีบห่อ และทำเรื่อง Tax Refund เสร็จ เราแทบต้องเดินกึ่งวิ่งกลับไปที่รถ เวลาเหลือแค่ 6 นาที ถนนสายขนมหวานเป็นอัน...อดกัน ไม่ได้เดินชิม ชม ช็อป ยังดีที่ได้ชิมเค้กและช็อกโกเลตที่ร้านค้ามายืนแจกตอนขาไป เป็นอันว่าอดซื้อซอฟท์ชีสเค้กเนื้อนุ่มอร่อย ที่ Le tao แต่หัวหน้าทัวร์บอกว่า ไม่ต้องห่วงที่สนามบินมีทุกอย่าง

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ในฤดูร้อนเปิดถึง 19.00 น. ในวันหยุดจะมีการจัดแสดงโชว์กล่องดนตรีและหีบเพลงให้ฟังกันเป็นรอบๆให้ฟังเพลินๆด้วย และอยากจะขอเตือนสำหรับท่านใดที่จะมาเดินเลือกซื้อกล่องดนตรีที่นี่จะต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินสักนิด เพราะกล่องดนตรีส่วนใหญ่จะทำมาจากแก้วและเซรามิค ด้วยพื้นที่อันจำกัด ประกอบกับผู้คนที่เข้ามาในร้านจำนวนมากอาจจะทำให้คุณเดินชนกล่องดนตรีแตกได้ ดังนั้น "จงเดินอย่างมีสติ มิฉะนั้นอาจจะเสียสตางค์โดยใช่เหตุ"

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีที่โอตารุก็เป็นอีกหนึ่ง Highligh ที่ไม่ควรพลาด

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า