นาขั้นบันได วิถีไทยชาวเหนือ

ท่องเที่ยวธรรมชาติ

เดือนก่อน...ผมเดินทางไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดเชียงใหม่ กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยจุดหมายการหรรษาอีกอย่าง คือ การตะลอนชมนาขั้นบันได เค้าว่า...กำลังเป็นที่ชื่นชอบของนักถ่ายภาพ ทั้งมือโปรและมือสมัครเล่น

จะว่าไปแล้ว... "นาขั้นบันได" สื่อสะท้อน "วิถีไทยชาวเหนือ" เป็นอย่างดี ด้วยเกษตรกรรมเป็นอาชีพคู่เคียงคนไทยในทุกภาค มานานแสนนานแล้ว แม้แต่ตามโรงแรม โฮมสเตย์ หรือบ้านพัก ทางด้านของผู้ประกอบการเอง ก็ได้ให้ความสำคัญกับการทำนาข้าว บ้างก็จัดทำเป็นแปลงสาธิต เพื่อเอาไว้ใช้ดึงดูดแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้มาเข้าร่วมเรียนรู้เรื่องของการดำนา-เกี่ยวข้าว แต่ทว่าที่ผมและเพื่อนๆไปพักแรม ณ เฮินไต บ้านแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็มีการจัดสรรพื้นที่ทำนาเหมือนกัน เพียงแต่เพื่อเก็บข้าวเอาไว้ทานเอง

ห้องพักแรมของผม อยู่เคียงกับนาข้าวพอดี

จึงเห็นกันเต็มตา กับต้นข้าวที่กำลังออกรวง

ความเขียวขจีของต้นข้าว กลายมาเป็นมนต์เสน่ห์เสริมให้กับที่พักได้ไม่น้อย ทั้งยังชวนให้เผลอก้าวไปตามคันนา เพื่อจะได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

ข้าวสวยมาก ชาวนาคนหนึ่ง บอกเล่ากับผม

ก็ดีใจแทนเค้า อีกไม่กี่เดือน ได้ผลผลิตเพียบ

ถิรมนัส วงศ์คีรี เจ้าของที่พักว่า...แม้พื้นที่นาไม่มากนัก แต่ได้ผลผลิตดีเยี่ยม เพื่อไปเสริมกับการบริโภคแก่แขก เพราะมั่นใจไม่มีเรื่องสารพิษ แล้วที่นี่...มีน้ำท่าบริบูรณ์ จึงเหมาะแก่การปลูกพืชหมุนเวียน โดยเสร็จสิ้นจากทำนาข้าว ก็ลงมือปลูกกระเทียม จากนั้นปลูกปอเทืองอีก พอต้นมันเติบโตก็ไถ่กลบ เกิดประโยชน์แก่การทำนาครั้งใหม่

มีน้ำ มีนาข้าว มีผลผลิต มีความเป็นอยู่ที่ดี

นาข้าวเจ้าแห่งนี้ เสมือนกับออร์เดิร์ฟมาให้ทำผมเกิดความหลงใหล จนอยากเร่งไปชมนาขั้นบันได อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่...โดยเร็ว

โดยที่จุดหมายปลายทางของเรา อยู่ที่บ้านทุ่งยาว บ้านป่าตึง บ้านตีนผา และบ้านบงเปียง ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมดเลย

การทำนาข้าวขั้นบันไดนั้น เป็นการทำนาบนพื้นที่สูง ด้วยการขุดปรับพื้นที่ให้เหมาะสม มักเลือกพื้นที่ที่ไม่ลาดชันมาก ที่สำคัญ...เลือกพื้นที่ที่ใกล้เคียงแหล่งน้ำ เพื่อสามารถจัดทำระบบส่งน้ำไปยังแปลงนาต่างๆได้ง่ายดาย ซึ่งการทำนาขั้นบันไดบนพื้นที่สูงนั้น เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการช่วยลดปัญหาของการทำไร่เลื่อนลอย และที่สำคัญที่สุด...ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ให้แก่ผู้คนที่อาศัยบนพื้นที่สูง

จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ 20,107.057 ตารางกิโลเมตร หรือราวๆ 12,566,911 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไป มีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาและป่าละเมาะ โดยพื้นที่ภูเขาส่วนใหญ่นั้น จะอยู่ทางทิศเหนือ และทิศตะวันตกของจังหวัด คิดเป็นพื้นที่ร้อยละ 80 ของพื้นที่จังหวัด อันเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร ที่ไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ส่วนพื้นที่ราบลุ่มน้ำและที่ราบเชิงเขา จะกระจายตัวอยู่ทั่วไประหว่างหุบเขา ทอดตัวในแนวเหนือและใต้ อย่างที่ราบลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำฝาง หรือลุ่มน้ำแม่งัด ที่เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะสมต่อการทำเกษตร

อำเภอแม่แจ่ม ก็เหมาะในการทำนาขั้นบันได

ถือเป็นหนึ่ง นาข้าวขั้นบันได ที่สวยงามที่สุด

ปีหนึ่ง...ทำนาขั้นบันไดครั้งเดียว เริ่มต้นราวเดือนสิงหาคม พอถึงช่วงเดือนตุลาคม ต้นข้าวก็ออกรวงท้องแก่ เดือนพฤศจิกายน รวงถึงสุกเหลือง

ตอนเดินทางของเรา ก็เห็นรถกระบะแซงไป แล้วยังมีรถขับเคลื่อนสี่ล้อจี้ตาม แต่เราเลือกเป็นรถประจำทาง ซึ่งเป็นรถสองแถวสีเหลืองแป๋นเชียว โดยเราเหมาทั้งคันมาเพียงพันห้า แล้วพากันนั่งไปเที่ยวได้เป็นสิบ พร้อมกับคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง กระทั่งล่วงรู้มุมกล้องอีกด้วยว่า มีนาขั้นบันไดตรงไหนที่สวยๆ ก็จะจอดให้ลงไปชมทันที

นั่งให้ลมโลมเล้าใบหน้าเนียน ไม่นานเมื่อห่างจากตัวเมืองแม่แจ่ม รถเราก็มาถึงแถวๆบ้านทุ่งยาว ตำบลช่างเคิ่ง อันเป็นจุดชมทิวทัศน์ในจุดแรก อยู่ตรงริมถนนสายแม่แจ่ม-ขุนยวม สามารถมองเห็นไปไกลถึงดอยอินทนนท์ จึงกลายเป็นฉากหลังที่สวยงาม ถัดเข้ามาเป็นนาขั้นบันได แม้จะยังไม่ค่อยให้ความตระการ แต่กลับมีเบื้องหน้าเป็นฝูงวัวตัวโต ที่ต่างก็ทำท่าทางงุนงงกัน แล้วมันคงคิดในใจอยู่ว่า พวกนายถ่ายรูปฉันไปทำไม...เขินนะ

ผมลืมตัว ใส่เสื้อแดง ไปถ่ายรูปวัว วัวก็ฉงน

เห็นมีเชือกสนตะพาย สบายใจได้อีกหน่อย

เราถ่ายภาพกันอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงเคลื่อนตัวสู่จุดหมายต่อไป โดยเริ่มไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเริ่มรู้สึกอื้อในหู และก็ถึงบ้านป่าตึงจนได้ ว่าแล้ว...มาถึงบ้านป่าตึง หูผมก็เลยอึง แต่ในความจริง...มันอยู่ที่ระดับความสูงต่างหาก

วิวที่นี่สวยกว่า เพื่อนช่างภาพหันพูดกับผม

แต่ผมคิดว่า ชาวนาคงมองเลยในความงาม

นาข้าวที่สวยงาม หรือนาข้าวบริบูรณ์พูนผล

ช่างภาพกับชาวนา ความคิดต่างกันเห็นเห็น

ผืนนาข้าวที่ลดหลั่นลงมาเป็นขั้นบันได แลเห็นรวงข้าวอันอวบอ้วน กำลังพลิ้วไหวไปตามแรงลมแผ่ว ตรงกลางพื้นที่นาเขียวขจี เป็นที่ตั้งของกระต๊อบหลังน้อย แต่บางพื้นที่เรียกกันว่า เถียงนา ห้างนา หรือ หนำ ส่วนแถวๆนี้เรียกกันว่า ตูบน่อย

แม้ชื่อจะเรียกขานแตกต่างกันไป แต่ประโยชน์ใช้สอยกลับคล้ายๆกัน คือ เอาไว้เป็นที่พักพิงคลายร้อนหลบฝน หรือสำหรับไว้นั่งกินข้าวร่วมกัน

สื่อในความเรียบง่าย สื่อในวิถีไทยชาวเหนือ

พอถัดมาจากนาข้าวบ้านป่าตึง เราต้องไต่ระดับความสูงขึ้นไปอีก กับเส้นทางสาหัสสากรรจ์ทีเดียว เริ่มจากที่ต้องประสบกับถนนลูกรัง อันมีฝุ่นฟุ้งกระจายตามล้อรถที่เคลื่อนไป ต่อด้วยหลุมบ่อขนาดเล็กใหญ่ ขวางกั้นแบบไม่ให้มีทางหลบหลีก

เรา...จากที่นั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน ต่างมองหาที่ยึดมั่นเกาะกันให้แน่น แล้วก็นั่งหัวสั่นหัวคลอน ตามแรงโขยกเขยกของรถไปตลอดเส้นทาง

เวลาผ่านไปไม่รู้ว่า มันได้ยาวนานเท่าไร แต่เมื่อเรามาถึงบ้านตีนผา แล้วพอเดินโซเซลงมาจากรถ ก็ทำให้รู้สึกว่า...คุ้มค่ากับความสวยงามที่เห็น

ว้าว!!!ทิวทัศน์ที่ตระการตามากมายเหลือเกิน

ตะเกียกตะกายไปที่หลังคารถ ก็ยิ่งดูอลังการ

ผมเห็นว่า...สภาพพื้นที่ที่คล้ายกับแอ่งกระทะนั้น ได้มีหมู่บ้านหรือชุมชนอาศัยเป็นหย่อมๆ พอเลยออกไปก็เป็นนาขั้นบันได ที่กำลังถูกแสงอาทิตย์โลมไล้อยู่ บางส่วนพื้นที่เป็นไร่ข้าวโพด ออกฝักยืนต้นแห้งตาย พร้อมเก็บเข้าโรงงานทำอาหารสัตว์

แลเบื้องหลังที่อยู่สุดสายตา เป็นเทือกเขาที่ใหญ่โตได้แก่ ดอยอินทนนท์ ซึ่งตั้งตระหง่านสูงเสียดฟ้า ที่ในขณะนี้ส่วนปลายยอดของดอย ถูกห่มคลุมไปด้วยแผ่นเมฆหนา แต่พอเผลอไปแป๊บเดียวเอง ก็เห็นแสงจ้าจากด้วยอาทิตย์ เล็ดลอดลงมา

ธรรมชาติไม่เคยหยุดนิ่ง เราก็ไม่อยู่นิ่งเช่นกัน

เพราะนาข้าวขั้นบันไดที่บ้านบงเปียง ยังเป็นจุดหมายสุดท้ายที่รออยู่ ซึ่งต้องเร่งไปให้ทันกับแสงสุดท้าย และก็อีกเช่นเคย...ที่แม้ว่าหนทางจะไม่เต็มใจให้ แต่ทว่าเรากลับเต็มใจอดทน ถึงโคลงเคลงกระแทกกระทั้น มาตลอดเส้นทางก็ตามที

เพื่อนๆยกให้บ้านบงเปียง เป็นไฮไลท์ของเรา ความสวยงามเกินจะบรรยาย ที่ให้ตระการตาไปด้วยต้นข้าว ซึ่งเรียงตัวอยู่ในแต่ละแปลงนา แล้วเลื่อมล้ำไล่ลงมาเป็นชั้นๆ ราวกับพรมสีเขียวปูลาดที่ขั้นบันได ขณะที่มีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ เริ่มลดองศาลงสู่เหลี่ยมเขาไกล แต่ด้วยสภาพอากาศมักแปรปรวน ฉับพลันก็มีกลุ่มเมฆฝนมาบดบัง และกลั่นตัวเป็นหยาดฝนโปรยปรายไปทั่ว

นับเป็นความงามอีกมิติ ที่พบเห็นไม่ได้ง่าย

แม้ไม่พบแสงสุดท้าย แต่ก็เห็นฝนปลายฤดู

ก่อนเปลี่ยนโปรแกรมไปเป็นอย่างอื่น น้องในทีมงานของ ททท. ขอพาทิ้งทวน ด้วยการนำไปชมนาขั้นบันได ที่แวดล้อมไปด้วยบรรยากาศในยามเช้า แม้ต้องตื่นนอนกันแต่เช้าตรู่ แต่เราก็ไม่ปริปากบ่นสักคำ เพราะติดใจภาพนาขั้นบันไดซะแล้ว

ถ่ายภาพนาข้าวไปพลาง ท้องก็ร้องไปด้วย