ฮิโรชิมา ในวันซากุระบาน

ความสวยงาม สีสัน บนความเศร้า
บันทึกนักเดินทาง

ตอนที่ 7 : ฮานามิ : เทศกาลชมดอกไม้ ในยามที่ดอกไม้บานสะพรั่ง ต้นซากุระทั้งต้น จึงเต็มไปด้วยดอกซากุระ โดยแทบไม่มีใบไม้เลย จึงเป็นภาพที่มีความงดงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง ในปัจจุบัน ดอกซากุระ (Sakura) หรือดอกเชอร์รี่ (Cherry) มีอยู่หลายพันธุ์ โดยดูจากลักษณะและจำนวนกลีบใบ แต่ละพันธุ์มีจำนวนกลีบดอกแตกต่างกันไป มีทั้งชนิด 5 กลีบ 20 กลีบ สีที่พบเห็นได้ง่ายที่สุด คือ สีขาวอมชมพู 5 กลีบ สีชมพูทั้งดอกนั้นมีพบบ้างแต่ไม่มาก ต้นฤดูใบไม้ผลิจึงเป็นช่วงที่อ่อนหวาน เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยสีชมพู ซากุระพันธุ์ที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยมากเป็นพิเศษก็คือ พันธุ์ Yoshino Cherry ที่มีมาตั้งแต่สมัยช่วงปลายของยุคเอโดะ และได้รับการปรับปรุงพันธุ์แล้ว ลักษณะพิเศษของ Yoshino Cherry คือ เป็นดอกไม้ที่มีสีชมพูอ่อนที่ใกล้เคียงกับสีขาว และกลีบของดอกไม้ที่มีความอ่อนตัว 80 เปอร์เซ็นต์ของดอกซากุระญี่ปุ่น คือ Yoshino Cherry และ ภาพของซากุระที่เราเห็นเป็นอิมเมจของญี่ปุ่นนั้นจะเป็นพันธุ์ Yoshino Cherry เป็นส่วนใหญ่

มีดอกซากุระในเกาหลี สหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน หรือที่อื่นๆ แต่ไม่มีกลิ่น ขณะที่ซากุระของญี่ปุ่นนั้นผู้คนจำนวนมากยกย่องชื่นชมกลิ่นซากุระ และมักจะกล่าวฝากความงามของซากุระไว้ในบทกวี ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชมดอกซากุระ (Cherry Blossoms) แตกต่างกันไปในแต่ละเวลา และพื้นที่เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ไปจนถึงพฤษภาคม ของทุกปี จากทางตอนใต้ของประเทศ คือ โอกินาว่า ซึ่งจะบานตั้งแต่เดือนมกราคม จากนั้นบานเรื่อยมาที่โอซาก้า เกียวโต นาโงย่า โตเกียว และสิ้นสุดที่ตอนเหนือ คือ ฮอกไกโด (Hokkaido) ราวเดือนพฤษภาคม ไม่ได้บานพร้อมกันทั้งประเทศ การบานของดอกซากุระจะขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่ว่าที่ไหนหรือเวลาไหนก็บานได้ โดยปกติแล้วจะเป็นช่วงเวลาที่อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป ซึ่งมักจะเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างฤดูหนาวกับฤดูใบไม้ผลินั่นเอง

สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว ดอกซากุระ เป็นดอกไม้ที่บอกถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิ คนญี่ปุ่นหลงรักในดอกซากุระ เพราะการมี "ความไม่แน่นอนในสองสิ่ง" กล่าวคือ เมื่อดอกไม้อันสวยงามบานสะพรั่งขึ้นพร้อมกันแต่กลับร่วงตกมาในเวลาไม่นาน เปรียบเสมือน "สายลมแห่งชีวิต" เปรียบเสมือนชีวิตของคน ถึงแม้จะเป็นคนที่สวย โดดเด่น หรือ มีเงิน มีอำนาจมากพียงใดก็ตาม แต่ในวันหนึ่งก็ต้องพบกับความตาย ดอกซากุระจึงเป็นสัญลักษณ์ของหลักอนิจจังตามหลักศาสนาพุทธ

ดอกซากุระ ถือเป็นเจ้าแห่งดอกไม้ของญี่ปุ่นเลย ถือเป็นสิ่งมงคล เป็นดอกไม้แห่งการเริ่มต้น เพราะดอกซากุระจะเริ่มบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เปรียบเป็นฤดูแห่งการเริ่มต้นหลายๆอย่าง นับว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสดชื่น สดใส ดอกซากุระจะอยู่ให้ชื่นชมความงามหลังจากบานเต็มที่ประมาณ 7 วัน ก็จะเริ่มร่วงโรย และช่วงเวลาที่ซากุระร่วงนั้นก็ดูสวยงามไม่แพ้กัน หากแต่เป็นความงดงามอีกแบบหนึ่ง จนมีสำนวนในภาษาญี่ปุ่นกล่าวถึง "ซากุระ 7 วัน" ซึ่งหมายถึงว่า "ความงามนั้นล้วนไม่จีรังยั่งยืน" ซึ่งใช้เป็นข้อเตือนใจได้เป็นอย่างดีของชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีความหมายที่แฝงเป็นสัจธรรมในการให้กำลังใจอยู่ด้วย ซึ่งหมายถึง "ทุกสรรพสิ่งล้วนมีการเริ่มต้นได้ใหม่เสมอ แม้ดอกซากุระจะร่วงโรยในปีนี้ แต่ปีหน้าเมื่อถึงฤดูกาล ดอกซากุระก็จะกลับมาบานสดใสอีกครั้ง"

ดอกซากุระที่ร่วงโรย ถูกชาวญี่ปุ่นนำไปใช้ในการแสดงเชิงสัญลักษณ์ของละครคาบุกิ หากมีฉากใดที่มีดอกซากุระปรากฏขี้น ฉากนั้นมักจะสื่อความหมายว่าสัญลักษณ์แห่ง "ความพินาศและความตาย โดยผูกโยงเรื่องราวการเสียชีวิตของทหารญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เหล่าทหารได้เสียสละและล้มตายในสนามรบราวซากุระร่วง ดังนั้น ดอกซากุระจึงถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของทหารนักรบและซามูไรชาวญี่ปุ่น อีกด้วย

ในบันทึกบทกลอนที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ที่เรียกว่า Manyoushuu ถูกเขียนขึ้น ในค.ศ.759 อันเป็นยุคสมัยที่ญี่ปุ่นยังคงอิงอยู่กับวัฒนธรรมจากประเทศจีน ในบันทึกนี้ได้รวบรวมบทกลอนย้อนหลังในอดีตประมาณ 400 ปี รวมทั้งสิ้นกว่า 4,500 บท ในจำนวนนี้ มีบทกลอนที่เกี่ยวกับดอกเหมยและดอกซากุระอยู่ประมาณ 140 กว่าบท โดยเป็นบทกลอนเกี่ยวกับดอกเหมยประมาณ 100 บท และบทกลอนเกี่ยวกับดอกซากุระ ประมาณ 40 บท ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การชมดอกไม้ในสมัยนั้น เป็นการชมดอกเหมยเป็นหลัก ตามประเพณีที่สืบทอดมาจากประเทศจีน

ต่อมาในสมัยเฮอัน (ค.ศ.794-1185) ซึ่งเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเริ่มวางรากฐานทางประเพณีและวัฒนธรรมของตนเอง ประเพณีการชมดอกไม้ ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเช่นกัน การชมดอกไม้ในยุคสมัยเฮอัน จึงเปลี่ยนจากดอกเหมยมาเป็นดอกซากุระแทน ดอกเหมยเป็นดอกไม้ที่เริ่มบานในช่วงต้นของฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นช่วงที่ยังคงมีอากาศหนาวอยู่ แต่ดอกซากุระจะบานช้ากว่า คือบานในช่วงที่อากาศอบอุ่นขึ้นแล้ว จึงสามารถสัมผัสถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิได้อย่างชัดเจน เหมาะต่อการจัดงานเทศกาลเพื่อเฉลิมฉลองเทพเจ้า ที่ดลบันดาลให้ฤดูใบไม้ผลิ เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ ซากุระยังเป็นต้นไม้ที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น ดอกไม้มีสีสันที่สวยงาม ในยามที่ดอกไม้บาน ก็จะบานสะพรั่งพร้อมกันทั้งต้น แต่ก็จะร่วงโรยราในเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ จึงถูกนำมาเปรียบกับความที่ไม่จีรังยั่งยืนของชีวิตมนุษย์

ในยุคสมัยเฮอันนี้ มีบันทึกบทกลอน เรียกว่า Kokin Waka ซึ่งประพันธ์ขึ้นในค.ศ.905-913 โดยเป็นบทกลอนที่ชาวญี่ปุ่นประพันธ์ขึ้นบนวัฒนธรรมของตนเองทั้งหมด รวมประมาณ 1,100 บท ซึ่งในบันทึกบทกลอนนี้ หากกล่าวถึงคำว่า "ดอกไม้" เมื่อใด ก็จะหมายถึง "ดอกซากุระ" ทุกครั้งไป สาเหตุของการสืบทอด เพลง "ซากุระ ซากุระ" ที่มีมาตั้งแต่ยุคเอโดะนั้น เนื่องจากมีท่วงทำนองของความเป็น "อนิจจัง" และถ่ายทอดความเป็นดอกซากุระได้เป็นอย่างดี

บทเพลงที่เกี่ยวกับดอกซากุระ ที่ปรากฏให้เห็นและเป็นที่รู้จักทั่วไปของชาวญี่ปุ่น...

"ซากุระ ซากุระ จะในป่าเขา จะในหมู่บ้าน ไกลสุดแลเห็น คล้ายเมฆหมอก กลิ่นกรุ่นรับอรุณฉาย ซากุระ ซากุระ ผลิดอกบาน"

บทกวีไฮกุ : The life of ours would not cause you sorrow if you thought of it as like the mountain cherry blossoms which bloom and fade in a day.

ชีวิตของเราจะไม่ทำให้เธอเศร้า ถ้าคิดว่ามันเป็นภูเขาที่ดอกซากุระเบ่งบานและร่วงโรยในวันเดียว

: Scattered petals gather on the road, more colorful than the blossoms on the branches.

กลีบดอกไม้ที่โปรยปรายทั่วท้องถนน ดูมีสีสันกว่าดอกที่ผลิบานบนกิ่ง

อีกเพลงที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของชาวญี่ปุ่น...คือเพลง "Sakura Sakura" หรือ "Cherry Blossoms" เพลงพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่น

"ซากุระ ซากุระ จะในป่าเขา จะในหมู่บ้าน ไกลสุดแลเห็น คล้ายเมฆหมอก กลิ่นกรุ่นรับอรุณฉาย ซากุระ ซากุระ ผลิดอกบาน "

On Meadow-hills and mountains...As far as you can see...Is it a mist, or clouds?

Fragrant in the morning sun. Cherry blossoms, cherry blossoms, Flowers in full bloom.

Cherry blossoms, cherry blossoms, Across the Spring sky, As far as you can see.

Is it a mist, or clouds? Fragrant in the air. Come now, come,

Let's look, at last!

 

ฮานามิ หรือเทศกาล "ดอกซากุระบาน"

เทศกาลชมดอกไม้ หรือที่เรียกว่า ฮานามิ (Hanami) ในภาษาญี่ปุ่นจริงๆ แล้วหมายถึงการชมดอกไม้ (ไม่ได้ระบุว่าเป็นดอกไม้ชนิดไหน) แต่ชาวญี่ปุ่นจะนิยมชมดอกซากุระกันมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่นๆ ที่สำคัญซากุระจะบานแค่ปีละครั้งเท่านั้น ครั้งละประมาณหนึ่งอาทิตย์ ผู้คนก็เลยถือโอกาสนี้ให้เป็นเทศกาลชมดอกซากุระ พร้อมกับเป็นการสังสรรค์ประจำปีกันไปเลยทีเดียว

เทศกาลชมดอกไม้ หรือฮานามิ มีประวัติความเป็นมายาวนานนับพันปีในประเทศญี่ปุ่น เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ประจำฤดูใบไม้ผลิ เทศกาลชมดอกซากุระบานเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัย "เฮอัน" แต่ยุคนั้นจำกัดไว้ในหมู่ขุนนางชั้นสูง และชนชั้นผู้ดี โดยเฉพาะการจัดงานฮานามิในยุคสมัยเฮอัน จะเป็นลักษณะของงานเทศกาลหรืองานพิธี คือมีการจัดเตรียมอาหาร และมีการแสดงหรือการฟ้อนรำบนเวทีควบคู่ไปด้วย มีการประกวดแต่งกลอน "ไฮกุ" (กลอนไฮกุ มี 17 พยางค์ บรรทัดแรก 5 พยางค์ บรรทัดต่อมา มี 7 พยางค์ บรรทัดสุดท้าย มี 5 พยางค์ ใช้ภาษาเรียบง่าย สั้นๆได้ใจความ บรรทัดสุดท้าย ทิ้งท้ายให้คิด หรือจบแบบพลิกความคาดหมาย "ไฮคุ" นี้ ในปัจจุบันก็ยังคงมีใช้กันอยู่ตาม โรงเรียนต่างๆซึ่งจะยังมีการสอนวิธีการแต่งกลอนผสมสระ "ไฮคุ" นี้กันอยู่) ซึ่งงานพิธีเหล่านี้ก็ยังคงมีหลงเหลือสืบทอดมาถึงปัจจุบันอยู่บ้างเช่นกัน ต่อมาจึงเริ่มแพร่หลายไปสู่ชาวบ้าน ฮานามิ ถือเป็นวัฒนธรรม สืบทอดที่ครอบครัวและญาติมิตรจะมาร่วมปิกนิก ร้องเพลงเต้นรำ สวมเครื่องแต่งกายหลากสีและหน้ากาก อย่างสนุกสนานครื้นเครง เพื่อชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ จนกลายมาเป็นวิถีการดำเนินชีวิตของชาวญี่ปุ่น

นอกจากนี้ยังมีอีกธรรมเนียมหนึ่งของฮานามิที่เก่าแก่กว่าการชมซากุระ นั่นคือการฉลองการบานของดอกพลัม (อุเมะ) ซึ่งยังคงปฏิบัติกันในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในหมู่ผู้สูงอายุ ผู้ต้องการความสงบเงียบมากกว่าการฉลองการบานของซากุระ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น และบางครั้งก็มีคนคับคั่งมากและมีเสียงดังและมีการเฉลิมฉลองโดยทั่วกัน

วิธีการชมดอกซากุระนั้นไม่ได้มีพิธีรีตองมากมาย เป็นเพียงแค่การไปตั้งวงสังสรรค์กันใต้ต้นซากุระ แต่ความสุขที่ได้จากการพบปะเพื่อนฝูงญาติพี่น้องนั้นมีความสำคัญมากกว่า หลังจากต้นซากุระผลัดใบในฤดูหนาวเหลือแต่กิ่งก้าน เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง ดอกที่ผลิบานออกมาจากกิ่งโดยไม่มีใบจึงสวยงามไปด้วยสีขาว สีชมพูเต็มไปทั้งต้นอวดผู้คนให้ได้ชื่นชม ก่อนที่ใบจะงอกออกมาแทนที่เต็มต้นเหมือนต้นไม้อื่นๆทั่วไป

ฮานามิจะถูกจัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน เพื่อต้อนรับฤดูใบไม้ผลิและช่วงเวลาสั้นๆที่ดอกซากุระบานสะพรั่ง ชาวญี่ปุ่นถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของวัฏจักรชีวิต ช่อดอกซากุระจะบานสะพรั่งทั้งต้น (มังกะอิ) หลังจากที่ดอกช่อแรก (คังอิกะ) บานแล้วประมาณหนึ่งอาทิตย์ และเพียงไม่กี่อาทิตย์หลังจากที่ดอกบานสะพรั่งเต็มที่แล้ว ดอกไม้เหล่านี้ก็จะร่วงลงมาจากต้นทั้งหมด เทศกาลดังกล่าวเป็นเวลาแห่งการเฉลิมฉลองอย่างรื่นเริงใต้ต้นซากุระ เป็นประเพณีดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น กล่าวถึงการชมและเพลิดเพลินไปกับความงามของดอกไม้ โดยเฉพาะดอกซากุระ

ในบรรดาเทศกาลญี่ปุ่นตลอดทั้งสี่ฤดู เทศกาลใดที่คนญี่ปุ่นเฝ้ารอมากที่สุด คือ "เทศกาลฮานามิ" (Hanami Festival) นั่นเอง เทศกาลชมดอกซากุระประจำปี มีเพียงไม่กี่วันเท่านั้น การมาของซากุระเป็นสัญญาณว่าฤดูใบไม้ผลิได้มาเยือนแล้ว การได้ชมซากุระบานจึงเป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นเฝ้ารอคอยกันทั้งปี การเริ่มเบ่งบานของซากุระจึงถือเป็นข่าวใหญ่ในญี่ปุ่นเลยทีเดียว ผู้ที่เข้าร่วมชมดอกซากุระเบ่งบานจะมานั่งสังสรรค์จิบน้ำชาหรือเหล้าใต้ต้นซากุระ และถ้าจะให้ได้บรรยากาศแบบสุดสุด คือ ต้องให้กลีบซากุระร่วงลงมาในจอก เมื่อถึงฤดูกาลที่ดอกซากุระผลิบาน ชาวญี่ปุ่นจะจัดปาร์ตี้เล็กๆที่เรียกว่า โอฮานามิ พวกเขาจะปูเสื่อใต้ต้นซากุระ ทานอาหารอร่อยๆ และดื่มเหล้าสังสรรค์ร่วมกันอย่างครื้นเครง โอฮานามิได้กลายมาเป็น วัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชาวญี่ปุ่นตั้งแต่ราว 500 ปีก่อน ปัจจุบัน พอถึงช่วง โอฮานามิ จะเห็นบรรดาพนักงานบริษัท และเหล่านักเรียนนักศึกษา มารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ส่งเสียงดังครึกครื้นอยู่ใต้ต้นซากุระ

สำหรับสถานที่ยอดนิยมในการร่วมชมดอกซากุระ ได้แก่ บริเวณที่มีต้นซากุระมากๆ เช่น สวนสาธารณะ ปราสาท วัด และศาลเจ้า บางแห่งถึงกับจัดเป็นงานวัด มีการออกร้านขายอาหาร ร้านขายของในบรรยากาศงานวัด บางคนเตรียมข้าวกล่อง "เบ็นโตะ" อาหาร สุรา มานั่งล้อมวงสังสรรค์กันตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ ไปจนถึงดึกดื่นในวันที่อากาศกำลังเริ่มอบอุ่นขึ้นหลังจากที่เพิ่งผ่านฤดูหนาวไป และเพื่อให้ได้ที่นั่งดีๆบางคนถึงกับปูเสื่อรอตั้งแต่ซากุระยังไม่บานเลยก็มี โดยเฉพาะ ที่สวนสาธารณะที่ยอดนิยมจะมีคนที่ไปจับจองที่นั่งกันตั้งแต่เช้าเพื่อชมดอกไม้

สถานที่แนะนำในการชมดอกซากุระ

(1) เมืองโตเกียว (Tokyo) : สวนสาธารณะอุเอะโนะ (Ueno Park) : สวนสาธารณะชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen) ชิโดริกาฟุจิ (Chidorigafuchi) : สวนสาธารณะสุมิดะ (Sumida Park) สุสานโอยามะ(Aoyama Cemetery) : สวนสาธารณะอิโนคาชิระ(Inokashira Park)

(2) เมืองโยโกฮาม่า (Yokohama) : สวนสาธารณะคามอนยาม่า(Kamonyama Park) : สวนซังเคเอ็น (SAnkeien)

(3) เมืองคามาคุระ (Kamakura) ดันคาสุระ (Dankazura)

(4) เมืองนาโงย่า (Nagoya) : ปราสาทนาโงย่า (Nagoya Castle)

(5) เมืองเกียวโต (Kyoto) : สวนสาธารณะมารุยาม่า (Maruyama Park) : เส้นทางนักปราชญ์ (Philosopher's Trail) : ศาลเจ้าเฮอัน(Heian Shrine) อาราชิยาม่า (Arashiyama) : ริมแม่น้ำกาโม่ (Kamogawa) : วัดไดโกจิ (Daigoji) : ศาลเจ้าฮิราโน่ (Hirano Shrine) : คลองโอคาซากิ (Okazaki Canal)

(6) เมืองฮิเมจิ (Himeji) : ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle)

(7) เมืองอาโอโมริ (Aomori) : ปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle)

เกร็ดน่ารู้สำหรับซากุระ : ตัวแทนของดอกไม้ญี่ปุ่น

:) ซากุระสีชมพูเป็นสัญลักษณ์ของเลือดทหารและซามุไร : ซากุระไม่ได้มีเฉพาะสีชมพู แต่มีทั้งสีขาว สีชมพูอ่อน ชมพูเข้ม สีม่วง สีเหลือง และสีเขียวด้วย

:) ภาษาอังกฤษเรียกซากุระว่า Cherry Blossom หรือ Japanese flowering Cherry :) :) ภาพซากุระที่คุ้นกันก็มักจะเป็นดอกไม้ที่มี 5 กลีบ แต่จริงๆแล้วซากุระมีหลายพันธุ์ และอีกหลายพันธุ์ก็มีมากกว่า 5 กลีบ

:) การชมซากุระ ไม่เพียงแต่จะชมในตอนกลางวันเท่านั้น แต่ยังนิยมในการชมซากุระในยามกลางคืนอีกด้วย เรียกว่า Yo Zakura โดยในยามกลางคืน ดอกซากุระจะมองเห็นเป็นสีขาว ซึ่งเมื่อสะท้อนกับแสงจันทร์จะมองเห็นเป็นภาพที่สวยงามมาก สวนสาธารณะหลายแห่งในใจกลางเมือง จะอนุญาตให้เข้าชมดอกซากุระ หรืออนุญาตให้จัดงานเลี้ยงเพื่อชมดอกซากุระในยามค่ำคืนด้วย ดังนั้น หากมีโอกาส จึงไม่ควรพลาดการชมดอกซากุระในยามค่ำคืนด้วยเช่นกัน

:) พายุหิมะซากุระ ฤดูใบไม้ผลิ เป็นฤดูที่มีลมค่อนข้างแรง ดังนั้น ในวันที่ลมพัดแรง กลีบดอกซากุระบานจะปลิวว่อนไปทั่วทั้งบริเวณ เรียกว่า sakura fubuki หรือพายุหิมะซากุระ ซึ่งเป็นภาพที่ทั้งงดงามตระการตา และทั้งชวนให้เกิดความหดหู่ในความไม่จีรังยั่งยืนของวัตถุที่สวยงาม

:) เมื่อดอกซากุระร่วงหล่นจนหมดต้น ใบไม้ก็จะเริ่มผลิบานกลายเป็นต้นไม้ใบเขียว เรียกว่า Ha Zakura แต่จะมีหนอนผีเสื้อมากัดกินเป็นจำนวนมาก ต้องคอยพ่นยากำจัดอยู่ตลอดเวลา จึงจัดเป็นต้นไม้ที่มีความลำบากในการดูแลอย่างมาก

:) ในกรุงโตเกียวและจังหวัดใกล้เคียง ดอกซากุระจะบานสะพรั่ง ประมาณต้นเดือนเมษายน เป็นเวลานานประมาณ 1 สัปดาห์

:) เพื่อมิตรภาพอันดีระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นได้ส่งต้นซากุระ 6,000ต้น ให้เป็นของขวัญแก่สหรัฐอเมริกา ในค.ศ.1912 โดยครึ่งหนึ่งให้ปลูกที่รัฐวอชิงตัน อีกครึ่งหนึ่งให้ปลูกที่ นิวยอร์ก ปัจจุบันนี้ต้นซากุระเหล่านั้นก็เติบโตมาอย่างสวยงาม แม้กระทั่งตอนนี้ เมื่อถึงเดือนเมษายน ที่รัฐวอชิงตัน ก็จะมีการจัดงานเทศกาล "ดอกซากุระ" ขึ้นทุกปี และมีผู้คนมากมายไปเยี่ยมชมดอกซากุระ

ตอนอยู่ที่ฮิโรชิมา เราเห็นคนญี่ปุ่นมานั่งชมซากุระอยู่สองแห่ง คือ ในวันแรกที่ริมแม่น้ำที่อยู่ติดกับสวนสันติภาพและพิพิธภัณฑ์สงคราม ที่ซากุระบานสะพรั่งเป็นสีชมพูใสไปทั่วบริเวณ และอีกแห่ง คือ เทศกาลชมดอกซากุระแห่งสะพานคินไตเคียว ที่ริมแม่น้ำนิชิกิ เห็นแล้วเบิกบาน...สุขใจจริงๆ

โปรดอ่านต่อฉบับหน้า