ธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลก

เกษตรน่ารู้

​ลึกเข้าไปในภูเขาอันไกลโพ้นในหมู่เกาะสวาลบาร์ด ครึ่งทางระหว่างนอร์เวย์แผ่นดินใหญ่กับขั้วโลกเหนือ ที่ที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ไม่มีพืชพันธุ์ใดๆ สามารถเจริญเติบโตได้ที่นี่ เพราะสภาพอากาศหนาวเย็นติดลบ 14 องศาเซลเซียส ทั้งห่างไกล หนาวและโดดเดี่ยวจนไม่มีใครอยากไปเยือนหรือไปท่องเที่ยว แต่ทว่า สถานที่แห่งนี้กลับมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับมวลมนุษยชาติและอนาคตของโลก เพราะที่นี่มี Svalbard Global Seed Vault หรือ อุโมงค์ธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลกสวาลบาร์ด...ธนาคารสำหรับเก็บเมล็ดพันธุ์พืชที่ใหญ่ที่สุดและแข็งแรงที่สุดในโลก

ที่เรียกว่าเป็นอุโมงค์ธนาคารก็เพราะว่า ตัวอาคารสร้างขึ้นจากการระเบิดและขุดเจาะลึกเข้าไปในภูเขาเขตอาร์กติก ใกล้กับหมู่บ้านลองเยียร์บีเย่น โดยตัวอุโมงค์มีความยาวราวครึ่งหนึ่งของสนามฟุตบอลมาตรฐาน ผนังห้องทั้งสี่ด้านของธนาคารสร้างด้วยคอนกรีตอย่างหนาที่มีความทนทานต่อทุกสภาพ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว การถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก รวมถึงมหันตภัยทางธรรมชาติทุกชนิด ที่สำคัญคือมีความปลอดภัยจากการถูกน้ำท่วม เนื่องจากอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 130 เมตร และห่างไกลจากผู้คนเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวมากและมีแต่หิมะ จึงไม่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาที่นี่ดังที่กล่าวไปข้างต้น สวาลบาร์ดจึงเป็นสถานที่มีความเหมาะสมกว่าธนาคารเมล็ดพันธุ์อื่นๆในโลกที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 1,400 แห่ง และนอกจากจะมีความปลอดภัยทางธรรมชาติแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำการอยู่ที่ประตู มีสัญญาณเตือนภัย รวมถึงมีระบบป้องกันไม่ให้หมีขาวขั้วโลกบุกเข้ามาขโมยเมล็ดพืชไปกินด้วย

สำหรับห้องเก็บเมล็ดพืชนั้นก็ถูกสร้างเป็นห้องสุญญากาศที่สามารถเก็บรักษาเมล็ดพืชให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ได้นานแสนนาน ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหนก็ตาม โดยเมล็ดพืชจะถูกบรรจุอยู่ในซองและเก็บไว้ในกล่องพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง ซองแต่ละซองจะมีบาร์โค้ดตรงกับฐานข้อมูล ลักษณะทางพันธุกรรม สายพันธุ์ และรายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับเมล็ดพืชนั้นๆพิมพ์อยู่ เพื่อช่วยให้นักวิชาการเรียกค้นข้อมูลมาดูสะดวกขึ้น

ธนาคารสวาลบาร์ด ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกองทุนความหลากหลายของพันธุ์พืชโลก สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์พืชจากทั่วโลกได้ไม่ต่ำกว่าสองพันล้านชนิด ซึ่งประเทศหรือฝ่ายผู้บริจาคจะนำเมล็ดพันธุ์ของตนบรรจุใส่ลงใน "ซอง" และเก็บเอาไว้ใน "กล่องดำ" ที่ทำจากพลาสติกผสมอีกชั้นหนึ่ง ก่อนนำส่งเจ้าหน้าที่กองทุนฯ หลังจากนั้นกล่องจะถูกปิดผนึกและไม่มีการเปิดนำเอาตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ออกมากระทำการใดๆอีกเด็ดขาด

ประเทศไทยของเราก็ได้ส่งเมล็ดพันธุ์พืชไปเก็บรักษาไว้ที่ธนาคารแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยในครั้งแรกพระองค์ได้เสด็จเยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์ ในเดือนมีนาคม 2556 ทรงนำเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวและถั่วพุ่มไปเก็บไว้ในธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลกสวาลบาร์ด หลังจากนั้นก็มีพระราชประสงค์ให้กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเมล็ดพันธุ์ข้าวของไทยไปเก็บรักษาไว้ในอีก 3 เดือนต่อมา โดยกรมการข้าวได้คัดเลือกพันธุ์ข้าวจำนวน 81 สายพันธุ์ จาก 25,000 เชื้อพันธุ์ข้าวของไทย เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ที่ธนาคารสวาลบาร์ด เมล็ดพันธุ์ข้าว 81 สายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ดีเด่นที่มีอัตราการงอกสูงและเป็นตัวแทนความหลากหลายของพันธุ์ข้าว

ธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลกแห่งนี้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2551 เพื่อเก็บรักษาตัวอย่างเมล็ดพันธุ์พืชที่มีความหลากหลายจากทั่วโลกให้รอดพ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ และสงคราม เพื่อประชากรจะได้มีพืชพันธุ์ธัญญาหารต่อไป เนื่องจากภายในห้องเก็บมีอุณหภูมิลบ 18 องศาเซลเซียส อยู่ใต้ดินของภูเขา ความสูง 130 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และมีความปลอดภัยต่อความเสี่ยงจากภัยพิบัติและสงคราม ด้วยสภาพอากาศของชั้นดินที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าเยือกแข็งและชั้นหินที่หนาปึ้ก แม้ในกรณีที่เกิดไฟฟ้าดับ ตัวอย่างของเมล็ดพันธุ์พืชมากมายหลายล้านเหล่านี้จะยังคงถูกเก็บรักษาในสภาพที่สมบูรณ์ได้อีกเป็นร้อยๆปี