เวียงแหง... เมืองแห่งชาติพันธุ์อันหลากหลาย

ชีวิตกับการเดินทาง

เวียงแหง ถือเป็นเมืองที่มีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น นั่นคือ เป็นเมืองที่มีหลากหลายทางชาติพันธุ์อาศัยอยู่รวมกัน ซึ่งมีทั้งคนพื้นเมือง ลาหู่ ลีซู ไทใหญ่ จีนคณะชาติ ดาระอั้ง และปะกาเกอญอ ปะโอ ตั้งถิ่นฐานอยู่กระจัดกระจายไปตามไหล่เขาและทุ่งราบหุบเขา

เคยมีการสำรวจกลุ่มชาติพันธุ์ในเวียงแหง ประกอบด้วย คนพื้นเมืองล้านนา 39% อดีตทหารจีนคณะชาติและจีนฮ่อ 6.02% บุคคลบนพื้นที่ราบสูง 23.13% ปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) 6.82% ลีซู (ลีซอ) 5.66% ลาหู่ (มูเซอ) 2.66% ผู้พลัดถิ่นจากพม่าและแรงงานพม่า 6.31% รวมจำนวนประชากรทั้งสิ้นประมาณ 25,000 คน ประชากรในพื้นที่อำเภอเวียงแหง ส่วนใหญ่นอกจากเป็นกลุ่มคนพื้นเมืองล้านนาแล้ว ยังมีประชากรที่เป็นผู้อพยพหนีภัยสงครามจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ชาวไทใหญ่ ชาวจีน ก่อนมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตพื้นที่เวียงแหงอย่างถาวรที่บ้านเปียงหลวง ต่อมาได้มีอีกหลายกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น ลีซู ลาหู่ ดาระอั้ง ปะโอ อพยพเข้ามาอยู่อาศัย และแน่นอน จึงทำให้บ้านเปียงหลวง และหมู่บ้านอื่นๆ

เราจึงสัมผัสได้ว่าเวียงแหง มีวิถีชีวิตยังเป็นอยู่เรียบง่ายแบบชนบท ครอบครัวส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นครอบครัวขยาย อาศัยอยู่รวมกันหลายชั่วอายุคน ชนแต่ละเผ่ามีวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่างกันออกไปตามความเชื่อและการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ อย่างเช่น ประเพณีกินวอ ประเพณีปอยส่างลอง ประเพณีตานหอพระเจ้าของชาวไทใหญ่ หรือจองพารา ประเพณีปอยหอลม ปอยหางน้ำ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง ประเพณีตานก๋วยสลาก ประเพณีสรงน้ำพระธาตุแสนไห ประเพณีลอยกระทง ประเพณีคริสต์มาส ประเพณีตรุษจีน ปอยส้มต่อ ประเพณีเลี้ยงผีฝาย เหมืองฝาย และประเพณีกี่จึ๊ (ผูกข้อมือ) กลุ่มชนเผ่าปะกาเกอญอ เป็นต้น

ฉบับนี้ เราอยากพาเราไปรู้จักชุมชนบ้านแม่แพม...ชุมชนคนกับป่า พึ่งพาอาศัยกัน

หมู่บ้านแม่แพม ตั้งอยู่ในหุบเขาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวอำเภอเวียงแหง เป็นชุมชนชนเผ่ากะเหรี่ยง หรือที่ชาวบ้านเรียกตัวเองว่า ปะกาเกอญอ เผ่าพันธุ์ที่รักความสงบ สันโดษ มีวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมสอดคล้องและสัมพันธ์กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาอย่างแนบแน่นและยาวนาน

บรรยากาศของชุมชนแม่แพม จึงเงียบ ง่าย งาม แวดล้อมไปด้วยทุ่งนา ป่าเขา และลำธาร ล้อมรอบหมู่บ้าน จากคำบอกเล่าของผู้อาวุโสในหมู่บ้าน บอกว่า ชุมชนบ้านแม่แพม นั้นมีอายุของหมู่บ้านมากกว่า 200 ปีมาแล้ว โดยผู้เข้ามาอาศัยอยู่รุ่นแรก ซึ่งมีอาชีพเป็นควาญช้าง เป็นลูกจ้างชักลากไม้ให้กับผู้ที่ได้รับสัมปทานป่าผืนนี้ ต่อมา เมื่อมองเห็นความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินผืนป่าแถบนี้ จึงชักชวนญาติพี่น้องมาตั้งถิ่นฐาน เมื่อประมาณ พ.ศ.2428 โดยมี นายกะพอ ซึ่งเป็นผู้นำด้านพิธีกรรม (ฮีโข่) เป็นผู้นำชุมชนในสมัยนั้น จนกลายเป็นชุมชนบ้านแม่แพม มาจนถึงทุกวันนี้ เป็นอีกชุมชนหนึ่งของอำเภอเวียงแหง ที่มีการจัดการดูแลฐานทรัพยากรดิน น้ำ ป่าได้เป็นอย่างดี ในทุกปี จะมีการทำแนวกันไฟ พิธีบวชป่า นอกจากนั้น ผู้คนที่นี่ยังยึดมั่นในวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมของชนเผ่า เช่น นี่ซอโค่ หรือ ประเพณีขึ้นปีใหม่ เป็นประเพณีที่จัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี ตรงกับช่วงหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันขึ้นปีใหม่จะจัดปีละครั้งเท่านั้น เป็นวันที่สำคัญวันหนึ่งของชาวปะกาเกอญอ เพราะเหล่าญาติพี่น้องที่ได้แต่งงาน หรือจากบ้านไปทำงานที่อื่น จะกลับมาร่วมงานปีใหม่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน ในขณะที่ชาวปะกาเกอญอ ที่นับถือศาสนาคริสต์ ก็จะมีพิธีกรรมที่คล้ายๆกัน แต่จะทำในรูปแบบศาสนาของตนเอง คือเข้าโบสถ์ อธิษฐานเสร็จ ทานอาหารร่วมกัน บางปีจะมีการจัดกลุ่มแข่งกีฬาพื้นบ้านชนิดต่างๆ ตกเย็นมีการแสดงละครสร้างความบันเทิง จะไม่มีการดื่มสุรา จากนั้นก็จะแยกย้ายกันกลับบ้านของตนเอง ในช่วงนี้จะมีการอธิษฐานทุกคืนจนครบ 7 คืน จึงจะถือว่าสิ้นสุดพิธีขึ้นปีใหม่

อีกพิธีที่สำคัญ ก็คือ กี่จึ๊ หรือพิธีผูกข้อมือเรียกขวัญ จะมีปีละ 2 ครั้ง คือในช่วงขึ้นปีใหม่ เพื่อเรียกขวัญเป็นสิริมงคลให้ลูกหลานญาติพี่น้องของตน เสร็จแล้วก็เลี้ยงฉลองกันอย่างสนุกสนานรื่นเริง และจัดขึ้นในช่วงกลางปี เพื่อขอให้ดิน น้ำ ป่าพืชพันธุ์อาหารมีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งๆขึ้นไปนั่นเอง เสน่ห์ของแม่แพม จึงอยู่ที่ความสงบ เรียบง่าย เป็นวิถีชนคนอยู่กับป่าอย่างพึ่งพาและยั่งยืน

จะเห็นได้ว่าในอำเภอเวียงแหง มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่ความแตกต่างหลากหลายก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความแตกแยกในกลุ่มชนพื้นเมืองแต่อย่างใด หากเราสัมผัสได้ว่า แต่ละกลุ่มชาติพันธุ์นั้นมีการปรับตัว มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผสมผสานกันได้เป็นอย่างดี

และนี่จึงเป็นมนต์เสน่ห์ที่หลายคนมาเยือนเวียงแหง แล้วหลงรักและประทับใจ