"ข้าวแกง" อาหารจานด่วนที่ไม่ธรรมดา

เศรษฐกิจประจำบ้าน

เรื่องปากท้องนับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนเป็นห่วง บางคนถ้าหิวข้าวมากๆก็อาจจะโมโหหิว อารมณ์พลุ่งพล่าน ฟาดงวงฟาดงาคนที่อยู่ใกล้ตัวได้ แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเรื่องแค่นี้เป็นแค่เรื่องขำขัน บางคนถ้าไม่มีข้าวทานถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะเขาเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว อีกหลายปากท้องเลยทีเดียวที่เขาต้องดูแล เป็นเรื่องเครียดเรื่องใหญ่ของครอบครัวเลยก็เป็นได้ วันนี้จึงอยากขอนำเสนอในเรื่องที่เกี่ยวกับ "ข้าวแกง" ให้ผู้อ่านได้รับทราบหลายๆมุมมองเผื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องได้บ้าง...อุ๊บส์...เผลอคิดถึงชาวนามากไปหน่อย...เอาเป็นว่าให้กับคุณๆได้ทราบแล้วกัน

เริ่มจากการหาข้าวแกงรสชาติใช้ได้ราคาประหยัดกันดีกว่า ส่วนใหญ่แล้วเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า กระทรวงพาณิชย์มีโครงการให้ร้านค้าเข้าร่วม "โครงการ ธงฟ้า-ราคาประหยัด" เพื่อแสดงให้ประชาชนได้ทราบว่า ร้านนี้ขายอาหารราคาประหยัด และมีคุณภาพ ตัวอย่างร้านข้าวแกงที่เข้าร่วมโครงการธงฟ้า ภายในกรุงเทพฯ เช่น

เขตดุสิต ร้านสวัสดิการกองทัพบก ตั้งอยู่ตรงข้ามที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากข้าวแกงยังมี ก๋วยเตี๋ยว กวยจั๊บ ข้าวมันไก่ด้วย ครัวรัฐสภา ที่ถนนอู่ทอง และแถวถนนนครไชยศรี จะมีศูนย์อาหารจานโปรด รวมทั้งอาหารเจเพื่อสุขภาพ และอีกหลายร้านนอกเหนือจากข้าวแกงบนถนนนครไชยศรี เขตบางซื่อ อยู่ไม่ไกลจากเขตดุสิต มีร้านอิ่มจังอยู่ในซอยวัดเชิงหวาย ใกล้สถานีตำรวจบางซ่อน เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มีร้านข้าวแกงตั้งอยู่หน้าตลาดโบ๊เบ๊ ตรงข้ามไปรษณีย์พลับพลาไชย เขตบางกะปิ มีหลายร้านที่ตั้งอยู่ในศูนย์อาหารมหาวิทยาลัยรามคำแหง และศูนย์อาหารแฮปปี้แลนด์ เขตบางเขน ที่ตลาด และศูนย์อาหารยิ่งเจริญ เขตบึงกุ่ม ถนนรามอินทรา 40 มีร้านป้านอม และร้านปักษ์ใต้ข้าวแกง คลองท่อม ถนนนวมินทร์ที่ตลาดปัฐวิกรณ์ และถนนนวลจันทร์ 64 ร้านคุณณู ข้าวแกงเลิศรส เขตคันนายาว ในซอยคู้บอน 24 มีร้านข้าวแกงสามบัณฑิต เขตลาดพร้าว ที่ถนนนาคนิวาสมีร้านป้าชาญ ถนนโชคชัย 4 มีร้านเจ๊อ้อย ข้าวแกงปราจีน และร้านอื่นๆอีกหลายร้านเช่นกัน เขตมีนบุรี ร้านฟ้าประทาน แถวแฟลตบางชัน และถนนสีหบุรานุกิจที่ตั้งของตลาดใหม่มีนบุรี ก็จะพบเห็นร้านธงฟ้าอยู่หลายร้านข้ามฝั่งมาด้านฝั่งธนกันบ้าง เริ่มที่เขตคลองสาน ถนนเจริญนคร มีร้านข้าวแกงนายวาณุ ร้านข้าวแกงนครปักษ์ใต้ และร้านตาทู ที่ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 3 เขตจอมทอง ร้านข้าวแกงปากซอยวุฒากาส 37 เขตบางกอกน้อย ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 มีร้านข้าวแกงอำไพ ออกมาริมถนนจรัญสนิทวงศ์ ก็จะมีหลายร้านที่ศูนย์อาหารตลาดสดบางขุนศรี เขตบางขุนเทียน ร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ ในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. ถนนพระราม 2 เขตบางแค ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 3 มีร้านข้าวแกงโบราณ ที่ปากซอย 26 ถนนเศรษฐกิจ มีร้านข้าวราดแกงเพชรบุรี และถนนศิริเกษม 1 และ 9 มีร้านข้าวแกงทั้ง 2 แห่ง เขตราษฎร์บูรณะ ที่ถนนราษฎร์บูรณะและถนนสุขสวัสดิ์ โดยเฉพาะซอย 26 ก็มีร้านข้าวแกงอยู่หลายร้าน ตัวอย่างเขตที่มีร้านข้าวแกงที่ได้นำมาบอกเล่านั้น เป็นเขตในกรุงเทพฯทั้งหมด ส่วนผู้ที่สนใจที่พักอาศัยอยู่ในบางเขตที่ไม่ได้กล่าวถึง หรืออยู่ในจังหวัดอื่นๆ สามารถดูได้จากทางเว็บไซต์ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และคลิกเลือกรายชื่อร้านอาหารธงฟ้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีการแบ่งไว้ตามเขตในกรุงเทพฯ และแบ่งตามภาคและจังหวัด มีชื่อร้านค้าพร้อมทั้งที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ สามารถค้นหาได้อย่างสะดวก (ที่มาข้อมูล กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์)

หรือว่าคุณเริ่มคิดว่า ร้านธงฟ้าทั้งหลายแถวละแวกบ้านคุณไม่มีเลย ถ้าต้องเดินทางไปหาซื้อตามร้านที่บอกนั้น พอรวมค่ารถแล้ว อาจจะไม่กลายเป็นข้าวแกงราคาถูกก็เป็นได้ ลองไหมล่ะ ลองทำเองดูเลย แล้วคุณจะเข้าร่วมโครงการธงฟ้าหรือไม่ หรือจะขายเองไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ศึกษาข้อมูลกันก่อนดีกว่า ถ้าร่วมแล้วคุณจะได้อะไร ถ้าไม่ร่วมคุณจะเสียอะไรไหม การหาข้อมูลก็ลองเริ่มจาก เข้าเว็บไซต์เดิมที่บอกนั่นแหละ หรือโทร.ถามไปเลยที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 โดยทั่วไป

เมื่อคุณเข้าร่วมแล้ว คุณจะได้รับการรับรองและอนุญาตจากกรมการค้าภายใน ได้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่แสดงสัญลักษณ์ของธงฟ้า แถมไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่คุณต้องสมัครและปฏิบัติภายใต้เงื่อนไขที่ต้องขายอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด ราคาถูก ซึ่งคุณจะถูกกำหนดราคาขายไว้ สรุป ถ้าคุณเข้าร่วมกับธงฟ้า คุณไม่ต้องโฆษณาอะไรมาก คุณมีสื่อที่แสดงสัญลักษณ์แน่ๆแล้วว่า ร้านนี้ราคาประหยัด ไม่ต้องเหนื่อยโฆษณา คุณมีแบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าจากหน่วยงานราชการ ดูน่าเชื่อถือมากเลยทีเดียว แต่คุณเปลี่ยนแปลงราคาขายยากเลยนะ ลดคุณภาพก็ทำไม่ได้เสียด้วย

แต่ถ้าคุณไม่อยากยุ่งยากติดต่อกับหน่วยงานราชการ คุณจะทำเองขายเอง โดยตั้งราคาไม่แพง เท่าราคาที่คุณจะขายธงฟ้า คุณก็ต้องทำการตลาดให้ดี ติดป้ายราคาตัวใหญ่ๆ ให้คนผ่านไปผ่านมาเห็นว่า ร้านนี้ถูก (เว้ย) ยิ่งสมัยนี้ถ้าคุณทำร้านข้าวแกงของคุณให้แตกต่างจากร้านข้าวแกงทั่วไป ใส่ความคิดสร้างสรรค์ให้แปลกใหม่ คนจดจำได้ ร้านข้าวแกงของคุณก็จะไม่ธรรมดา ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันคนหันมาใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น ข้าวของคุณอาจจะหุงกับน้ำสมุนไพร เช่น ขมิ้น อัญชัน ใบเตย บีทรูท เป็นการเพิ่มสีสัน ให้ความหอมและเพิ่มมูลค่าข้าวราดแกงของคุณได้มากยิ่งขึ้น แถมมีประโยชน์ต่อร่างกาย ถ้าคุณทำได้คุณก็ทำ แถมถ้ากับข้าวคุณอร่อยซะอย่าง สักพักคนก็ติดใจรสชาติกับข้าวคุณจนไม่สนใจราคา ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะดีมากทีเดียว

คราวนี้ก่อนที่คุณจะฝันหวานไปเรื่อยๆ ต้องเสริมความมั่นใจให้ตัวเองหน่อย หันกลับมามองดูตัวเองก่อน คุณทำอาหารรสชาติเป็นอย่างไรบ้าง ห้ามเข้าข้างตัวเองว่า อร่อย หรือคนใกล้ตัวว่าอร่อย ทำทานเองกับทำขาย ไม่เหมือนกัน รสชาติที่คุณถูกปาก อาจไม่ใช่รสชาติยอดนิยม ไม่ได้จะให้คุณไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่คุณต้องตระหนักว่า คุณทำให้คนส่วนใหญ่ทาน นอกจากว่ารสชาติที่คุณชอบเป็นรสชาติของคนส่วนใหญ่ คุณก็โชคดีมาก

อันดับแรก คุณต้องสำรวจตัวเองก่อนว่า คุณชอบหรือรักการทำอาหารและการบริการหรือไม่ สนใจในเรื่องการทำอาหาร การค้าขายหรือไม่ เพราะการที่จะเริ่มทำอะไร ถ้าคุณไม่ได้สนใจทำจริงๆ วันหนึ่งถ้าคุณเกิดปัญหา คุณจะหยุดมันลงอย่างง่ายดาย และนั่นคือการเสียเปล่า ทั้งเงิน และเวลา เมื่อคุณรู้จักตัวเองแล้ว และคุณยังตัดสินใจก้าวต่อ ตอนนี้ลองมาลงรายละเอียดกัน

ส่วนที่ยากเรื่องหนึ่งและอาจจะเป็นตัวตัดสินได้เลยว่า คุณจะประสบความสำเร็จในการค้าขายหรือไม่ นั่นก็คือ ทำเลที่ตั้งร้าน หาที่คนพลุกพล่านหน่อย ใกล้ชุมชน ตลาดหรือออฟฟิศ คุณอาจจะต้องเลือกเวลาขายว่าคุณจะขายช่วงเช้าหรือเย็น ที่มีคนมากกว่า หรือถ้าทำเลของคุณสามารถขายได้ทั้งวันก็ดี ไม่ต้องกังวลว่าจะขายไม่ได้ ข้าวแกงเป็นอาหารจานด่วนที่สามารถตั้งอยู่ริมถนน บนบาทวิถี แม้กระทั่ง อยู่บนห้างดัง ใจกลางเมืองก็ได้ แต่ถ้าคุณหาทำเลไม่ได้จริงๆ ลองทำแบบโทร.สั่ง (Delivery) ทำใบปลิวไปแจกตามหมู่บ้าน คอนโดมิเนียม ออฟฟิศ ที่เป็นย่านที่คุณสามารถส่งได้สะดวก มีเมนูอาหารให้ลูกค้าได้ดูว่าแต่ละวันคุณมีรายการอาหารอะไรบ้าง แบบหลังนี้ก็จะทำให้คุณรู้ยอดขายประจำของคุณได้ด้วย

พอคุณได้ทำเลที่ตั้ง หรือกลุ่มลูกค้าของคุณแล้ว คือ เรื่องเทคนิคต่างๆที่คุณควรทราบ ได้แก่ แหล่งหาซื้อวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบอาหารของคุณทั้งหมด ถ้าคุณได้วัตถุดิบจากต้นทางเลย จะช่วยคุณประหยัดและเหนื่อยน้อยลง เช่น การสั่งผัก ถ้าคุณสามารถติดต่อเจ้าของสวนผักที่คุณใช้อยู่ประจำ เช่น ใบกะเพรา ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว ฯลฯ คุณก็จะได้ผักราคาถูกที่ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง หรือแม้กระทั่ง น้ำปลา ซีอิ๊ว คุณต้องใช้ทำอาหารเป็นจำนวนมาก ถ้าคุณมียี่ห้อที่คุณใช้ประจำ คุณก็ติดต่อกับทางบริษัท เพราะส่วนใหญ่แล้วแต่ละบริษัทจะมีผู้รับผิดชอบเขตการขายแต่ละแห่ง เขาก็จะมาส่งผลิตภัณฑ์ให้คุณถึงที่ และได้ราคาถูกกว่าตามท้องตลาดที่วางขาย และไม่ต้องกลัวว่าเขาจะกำหนดให้คุณสั่งขั้นต่ำ เขากำหนดก็จริง แต่ราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับที่คุณต้องเหนื่อยไปแบกเองขนเองด้วย

เมื่อคุณหาแหล่งวัตถุดิบได้แล้วต่อมาคือเรื่อง สูตรอาหารที่คุณจะขาย รวมทั้งเคล็ดลับความอร่อย ซึ่งคุณคงจะต้องศึกษาหาข้อมูลและทดลองทำสูตรต่างๆ ที่สำคัญูสูตรอาหารต่างๆที่เป็นที่นิยมของร้านข้าวแกง เช่น แกงเขียวหวาน แกงพะแนง แกงจืด ผัดผัก ยำต่างๆ ไก่ทอด หมูทอด เป็นต้น คิดว่าคุณคงสามารถหาเองได้ เช่น หนังสือสอนทำอาหาร อินเทอร์เน็ต หรือสถาบันสอนทำอาหารต่างๆ อย่าลืมว่ารสชาติและหน้าตาของอาหารต้องดูดีและอร่อยเป็นที่นิยมของคนส่วนใหญ่อย่างที่บอกไปแล้วด้วย

เรื่องสุดท้าย คือเรื่องการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการร้าน คิดต้นทุน ทำบัญชีร้าน คิดค่าใช้จ่ายต่างๆ การบริหารจัดการคน การจัดวางอาหารที่ขาย ทุกเรื่องเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะแม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็อาจทำให้คุณเกิดสะดุดได้ทั้งนั้น หรือ

บางเรื่องลืมนึกไปก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ ผู้เขียนเคยอ่านเรื่องหนึ่งที่มีคนแบ่งปันไว้ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค เกี่ยวกับคนค้าขาย ที่เป็นคนขายของเอง และขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเสียด้วย แต่กลับเจ๊ง เพราะว่า ด้วยความที่ขายเอง เก็บเอง ใช้เอง ก็เลยไม่ทันได้ระวังเรื่องการหยิบใช้ ไม่ได้แบ่งเงินไว้เป็นสัดส่วน คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของเงินทั้งหมด ไม่กันเงินที่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการค้าขายไว้ต่างหาก ซึ่งเป็นค่าต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ เอาเงินที่ได้มาใช้ไปกับเรื่องส่วนตัวของตนเอง เช่น จ่ายค่าผ่อนรถ สังสรรค์ การจะสร้างวินัยทางการเงินในกรณีที่ค้าขายเองแบบนี้ เขาแนะนำไว้ว่า ให้เจ้าของตั้งเงินเดือนที่สมเหตุสมผลให้กับตนเอง เสมือนตัวเองเป็นลูกจ้างคนหนึ่ง และใช้เงินเดือนของตนเองนี้ใช้จ่ายในเรื่องส่วนตัว ห้ามใช้เงินที่ได้จากยอดขายในแต่ละวัน เพราะเงินจำนวนนั้นยังไม่ได้ถูกหักค่าใช้จ่าย และยังต้องเก็บเป็นทุนหมุนเวียนไว้อีกด้วย จะทำให้ไม่มือเติบกับการใช้เงินได้ ข้อคิดนี้น่าจะเป็นสิ่งที่คนเป็นเจ้าของที่ค้าขายเอง ต้องลองหันกลับมาฉุกคิดได้บ้าง ว่าตัวเราเป็นเช่นนั้นหรือไม่

ถึงตอนนี้แล้ว ข้าวแกง อาหารที่คนไทยต้องทานกันเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นแกงหรือผัดเผ็ด แกงพะแนง แกงมัสมั่น แกงกะหรี่ แกงป่า แกงจืด พะโล้ ต้มยำ เมนูตระกูลไข่และสารพัดน้ำพริก ที่ทำให้ทุกคนได้อิ่ม รวมทั้งตัวคุณที่ทั้งอิ่มและไม่แน่เผลอๆ อาจจะสร้างอาชีพให้กับคุณได้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ว่าแล้วก็ไปทานข้าวแกงกันดีกว่า...ขอแกงเขียวหวานไก่กับไข่พะโล้จานหนึ่งนะพี่...