น่าน...ในความทรงจำ และผูกพันมิรู้เลือน

ท่องเที่ยวไป...ใจเปี่ยมสุข

ครั้งล่าสุดที่เราไปน่าน Again คือเมื่อเดือนกันยายน 2556 เป็นทริปวันเกิด เริ่มต้นที่เชียงใหม่ เที่ยวเชียงใหม่อยู่ 4 คืน นอนแม่ริม 3 คืน ดอยอ่างขาง 1 คืน จากนั้นขึ้นดอยแม่สลอง ค้างที่แม่สลองเมาเท่นโฮม 1 คืน เดินทางผ่านเชียงรายไปพะเยา ค้างที่ภูพะเยา 1 คืน ออกจากพะเยา ตอนแรกวางแผนจะไปค้างที่อุทยานแห่งชาติภูนาง...จะไปดูนกยูงกัน แต่ตอนออกจากเมืองพะเยา...หลงทาง แทนที่จะเข้าสาย 1021 ไปทางอำเภอดอกคำใต้ เราเลี้ยวซอยแรก สาย 1202 ไปทางอำเภอภูกามยาว แต่เราดูแผนที่แล้ว เห็นว่ามีทางเชื่อมไปสาย 1021 ได้ จึงขับไปเรื่อยๆ ในเส้นทางนี้ เราค้นพบข้าวซอยเจ้าอร่อย สะอาดสุดสุด ช้อนส้อมห่อพันด้วยทิสชูใส่ถุงพลาสติก ผักเครื่องเคียงจัดเป็นระเบียบ มีผ้าขาวคลุมมิดชิด ชื่อร้าน "วนิดากุยช่าย" แต่เราไม่ได้ลองชิมกุยช่าย ท่านใดผ่านเส้นทางสาย 1202 ที่จะไปอำเภอภูกามยาวลองแวะชิมดู รับรองไม่ผิดหวัง ที่ร้านนี้มีอาหารขายหลายอย่าง หน้าร้านมีป้ายใหญ่โต ไม่หลงแน่นอน

เราเปลี่ยนใจระหว่างเส้นทาง ไม่ไปค้างที่อุทยานแห่งชาติภูนางแล้ว เพราะอากาศไม่เย็นพอ บ้านพักไม่มีเครื่องปรับอากาศ ค่อยหาโอกาสมาพักตอนอากาศเย็นดีกว่า เราขับรถตัดเข้าสาย 1021 ไปทางอำเภอจุน เข้าไปเดินเที่ยวในตลาด ที่นี่ยังคงเงียบเหงาเหมือนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนใช้ชีวิตเรื่อยๆช้าๆ แต่ดูมีความสุขอย่างพอเพียง จากนั้นตัดเข้าสาย 1148 ถนนสายโรแมนติคที่ในวันนี้ยังคงโรแมนติคอยู่ ถนนเส้นนี้สวย รถน้อย ยังไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากนัก ผ่านทั้งแดดและฝนเป็นช่วง จนเข้าเขตน่านที่อำเภอสองแควเช่นเคย ไม่มีร้านอาหารที่เราพึงใจ เราเลยผ่านสองแควไปสู่ท่าวังผา แวะหาส้มสีทองที่รสชาติหวานอร่อย แม่ค้าบอกว่า...ส้มสีทองจะออกเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น แป่วว!! อดเลย...ไม่เป็นไร ถ้าไม่มีเหตุขัดข้อง ปีหน้า 2557 เดือนกุมภาพันธ์ เราจะมาท่องล้านนาตะวันออกอีกครั้ง อาจเจาะลึกเฉพาะพะเยา - น่าน เพราะเรามีแผนจะมาชม ทองกวาวบานตระการตาตลอดเส้นทาง1021 จากอำเภอดอกคำใต้ ไปอำเภอจุน ซึ่งเป็นเส้นทางสายสวยที่สุดสายหนึ่งกับดอกทองกวาวที่บานสีแสดกระจ่างตลอดระยะกว่า 20 กม. ดีเลย...ครั้งหน้าเพิ่มเส้นทาง ทุ่งช้าง...แหล่งผลิตส้มสีทองเมืองน่าน และจะเลยขึ้นไปถึงอำเภอเฉลิมพระเกียรติ แล้ววนไปออกเส้นทางติดชายแดนลาว ลงมาทางบ่อเกลือ

จากท่าวังผา เราตรงเข้าที่อำเภอปัวเหมือนคราวก่อน เรามาถึงปัวบ่ายแล้ว โทรศัพท์ไปที่บ่อเกลือวิวเพื่อจอง "บ้านห้วยล้อม" หลังเดิมที่เราเคยพักคราวก่อน ปรากฏว่ายังว่าง เราวนเที่ยวในตัวอำเภอ ปัวในวันนี้คึกคักกว่าหลายปีก่อน เราไปแวะซื้อเสบียง พอร้านค้ารู้ว่าเราจะไปบ่อเกลือ...ทำหน้างงๆเหมือนว่า...จะไปทำไมกัน? เย็นย่ำขนาดนี้แล้ว ทางก็ไม่ดี แถมมีฝนตกพรำ ในสายตาของคนน่านคงมองว่าบ่อเกลือไม่มีอะไรกระมัง? เส้นทางปัว-บ่อเกลือในวันนั้นไม่เหมือนครั้งที่เรามาตอนเดือนกุมภาพันธ์ ถนนลื่นมาก ฝนตกเกือบตลอดทาง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ เราทำความเร็วไม่ได้เลย ตอนออกจากปัวประมาณบ่ายสามโมง โทร.ถาม "ป้าขัน" กุ๊กที่บ่อเกลือวิว บอกว่าขับรถจากปัวไปบ่อเกลือ น่าจะใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า เรามาถึงบ่อเกลือวิวประมาณห้าโมงเย็น อากาศที่นั่นมัวซัว ดูวังเวงมาก ถาม "น้องยุ้ย" ผู้จัดการรีสอร์ท บอกว่าคืนนี้เราเป็นผู้ครอบครองรีสอร์ทแต่ผู้เดียว ไม่มีแขกอื่นเข้าพักเลย เรารับกุญแจขึ้นไปที่ "บ้านห้วยล้อม" ที่เป็นบ้านพักหลังสุดท้ายที่อยู่ติดน้ำตก อยู่ในชัยภูมิที่สูงที่สุด วิวดีที่สุด ขึ้นบ้านไป...ทำไมใจมันหวิวๆวังเวง หลอนๆไงไม่รู้ เผ่นดีกว่า ลงมาเดินสำรวจบ้านหลังล่างที่อยู่ใกล้ร้านอาหาร "ปองซา" แล้วนำกุญแจมาคืนน้องยุ้ยขอเปลี่ยนเป็น "บ้านสะเกี้ยง" ที่อยู่ด้านล่างแทน น้องยุ้ยยิ้มและไม่ถามเหตุผล คงเข้าใจน่า เราพักที่ "บ้านสะเกี้ยง" อย่างสุขกายสบายใจถึงสองคืน ก่อนอำลาบ่อเกลือวิว

พักบ่อเกลือวิวคราวที่แล้วเราไม่ได้ลิ้มลองอาหารเช้า เพราะตื่นสายและต้องรีบเดินทางต่อ คราวนี้ "น้องยุ้ย" และ "ป้าขัน" จัดเต็ม เป็นอาหารฝรั่ง มีไข่ดาว ไข่ม้วน สลัดผักสดจากไร่ของรีสอร์ทจานใหญ่ ขนมปังปิ้งจากเตาถ่านสุดแสนคลาสสิค สารพัดแยมที่กวนเอง ข้าวต้มข้าวกล้องธัญพืช ผัดหมี่สุดอร่อย ที่นี่เน้นอาหารสุขภาพ พวกมังสวิรัติ ผักปลอดสารพิษปลูกเอง ไม่เน้นเนื้อสัตว์ ตบท้ายด้วยกาแฟสดหอมกรุ่น และเครป...อร่อย...แบบซูเปอร์เว่อร์ วันที่ 2 ของหวานเป็นผลไม้สด ทุกอย่างจัดแต่งสวยงามสมกับที่คุณทวน เชฟใหญ่เจ้ารีสอร์ทประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ คุ้มค่าคุ้มราคาจริงๆ สำหรับ..บ่อเกลือวิว

ระหว่างพักที่บ่อเกลือ ตอนแรกเราตั้งใจจะกินกลางวันที่ร้านอาหาร "ปองซา" แต่เนื่องจากมื้อเช้า "น้องยุ้ย" และ "ป้าขัน" จัดหนัก จึงอิ่มมาจนบ่าย เปลี่ยนแผนลงไปเดินเล่นที่บ้านบ่อหลวงที่อยู่ด้านล่างของรีสอร์ท และเป็นหมู่บ้านแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์โบราณ วันนั้นเตาต้มเกลือปิดเกือบทุกเตา เราไปหาลาบขมกิน ลาบส่วนใหญ่ที่เราเคยกินเป็นลาบอีสาน มีทั้งลาบหมู ลาบเนื้อ ลาบไก่ ลาบเป็ด ไป ที่เชียงใหม่เรียกลาบคั่ว พอไปสั่งที่บ่อเกลือแม่ค้าบอกว่า มีแต่ลาบขม เป็นลาบเนื้อมีรสขม ไม่อร่อย แต่คอนเซ็ปต์ในการท่องเที่ยวของเรา คือมาแล้วต้องลองอาหารพื้นบ้าน อาหารที่สั่งอีกอย่างเป็นต้มเนื้อ ตบท้ายด้วยผัดซีอิ๊ว ถามเจ้าถิ่นบอกว่าร้านนี้อร่อยสุดแถบนี้ แต่เราว่า...งั้นๆ

ออกจากบ่อเกลือวิว เราใช้เส้นทางเดิม คือผ่านอำเภอสันติสุข คราวนี้ถนนดีแล้ว สิ่งที่ขาดหายไป คือสองข้างทางที่เคยเขียวชอุ่มด้วยป่าเขา กลายเป็นไร่ข้าวโพดกว้างไกลสุดสายตา เข้าเมืองน่าน ครั้งนี้เราไม่ได้แวะเที่ยวที่อื่น มุ่งตรงไปที่ร้านจางตระกูล แต่กว่าจะหาเจอ ต้องขับรถวนอยู่หลายตลบ น่านในวันนี้ แตกต่างเปลี่ยนไปจากน่านที่เราเคยรู้จักค่อนข้างเยอะ ถนนขยายใหญ่ขึ้น มีแยกไฟแดงเยอะ ผู้คน รถราพลุกพล่าน ถนนบางสายเป็นวันเวย์ เราใช้เวลากว่าสองชั่วโมงอย่างเพลิดเพลินที่ร้านจางตระกูล ที่ขยายร้านใหญ่โตกว้างขวางกว่าเดิมมาก

เราอำลาน่าน...และสัญญากับตัวเองว่า...น่าจะเป็น...กุมภาพันธ์หน้า อาจเป็น 2558 แต่ต้องเป็นเดือนกุมภาพันธ์...เท่านั้น เราจะกลับมาน่านอีก...แน่นอน