ผานาง-ผาเกิ้ง...จังหวัดเลย

2
สกู๊ปพิเศษ

องคมนตรีพลากร สุวรรณรัฐ พร้อมด้วยรองเลขาธิการ กปร. หม่อมหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมในการเดินทางตรวจเยี่ยม โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ พื้นที่จังหวัดเลย

ในการเดินทางชมการดำเนินงานครั้งนี้ คณะสื่อมวลชนหลากหลายแขนง ร่วมศึกษาในความสำเร็จของโครงการด้วย โดยเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ได้เดินทางโดยรถยนต์ในระยะทาง 100 กิโลเมตร เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง-ผาเกิ้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย

โดย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความห่วงใยราษฎร ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน และต้องประสบกับวิกฤตการณ์ต่างๆ เช่น น้ำท่วม ความแห้งแล้ง ความไม่แน่นอนของสภาพดินฟ้าอากาศ ทั้งนี้เนื่องจากประชาชนมีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า เพื่อทำไร่เลื่อนลอยกันมาก จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ พล.ต.เรวัติ บุญทับ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 ในขณะนั้น ร่วมกับจังหวัดเลย จัดหาพื้นที่ จัดทำโครงการสำหรับไว้ช่วยเหลือราษฎรยากจนและขาดแคลนที่ทำกิน ให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้ราษฎรมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งเป็นการช่วยลดการบุกเบิกพื้นที่ป่าเขา ในการทำการเกษตรของราษฎรได้อีกทางหนึ่ง

การจัดโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง-ผาเกิ้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย ครั้งแรกมีเนื้อที่ประมาณ 135 ไร่ ปัจจุบันมีเนื้อที่ 541ไร่ 1 งาน 68 ตารางวา โดยเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ที่กรมป่าไม้มอบให้ดูแลจำนวน 1,500 ไร่ ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน ติดตามการดำเนินโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ฯ 5 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2535 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2537 ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2538 ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2539 และ ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2546 ปัจจุบันมีการสานต่อพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราษฎรมีอาชีพและรายได้มั่นคง มีทรัพยากรสมบูรณ์ขึ้น สมดังพระราชประสงค์

นายอำเภอเอราวัณ กิติคุณ บุตรคุณ กล่าวรายงานเบื้องต้นว่า อำเภอเอราวัณ มีเนื้อที่ประมาณ 260 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 4 ตำบล 47 หมู่บ้าน 2 เทศบาลตำบล 2 องค์การบริหารส่วนตำบล มีประชากรประมาณ 35,000 คน แยกเป็นชายหญิงสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ 17,000 คน อาชีพส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรม ทั้งทำไร่อ้อย ไร่มัน หรือสวนยางพารา ซึ่งรายได้ของเกษตรกรเฉลี่ย 52,000 บาท ต่อคนต่อปี

นับตั้งแต่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงริเริ่มโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง-ผาเกิ้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย ในพื้นที่ผานางหมู่ที่ 5 ตำบลผาอินทร์แปลง อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย เสด็จฯไปทรงเปิดโครงการฯ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2535 ทรงเล็งเห็นว่าราษฎรในพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียง ได้รับประโยชน์จากการประกอบอาชีพ รวมทั้งการใช้ชีวิตของคนกับป่าร่วมกัน ทำให้ราษฎรมีฐานะความเป็นอยู่มั่นคงขึ้น มีอาชีพที่เลี้ยงตนเอง ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง-ผาเกิ้ง มีการพัฒนามาเป็นลำดับ และพระองค์เสด็จฯไปทรงติดตามอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอำเภอเอราวัณและส่วนราชการ ตลอดจนองค์การส่วนท้องถิ่น ให้การสนับสนุนโครงการฯ พอสังเขปใน 5 ประเด็น ดังนี้ 1. มีการแต่งตั้งคณะทำงานในระดับอำเภอ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของโครงการ 2. ให้การสนับสนุนงบประมาณ ในการสร้างแหล่งเรียนรู้ ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง 3. ให้การสนับสนุนงบประมาณ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ซ่อมแซมอาคาร จัดทำถนนลาดยาง 4. แนะนำให้ผู้นำระดับท้องถิ่น นำราษฎรเข้ามาศึกษาดูงานในพื้นที่ และ 5. ทางอำเภอและองค์กรท้องถิ่น ได้ใช้โครงการฯเป็นสถานที่ฝึกอบรม ในหลายๆรูปแบบอาชีพ

จากนั้น พันเอก เทศศนฤทธิ์ กสิบุตร หัวหน้าชุดปฏิบัติการ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง-ผาเกิ้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย กล่าวบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความห่วงใยราษฎรในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ด้อยโอกาสทางการศึกษา มีการบุกรุกทำลายป่า เพื่อบุกเบิกพื้นที่อยู่อาศัย ทำให้เกิดความแห้งแล้ง น้ำท่วมราษฎรทุกข์ยากเดือดร้อน ผลที่ตามมา คือราษฎรมักจะร้องทุกข์ถวายฎีกา ขอพระราชทานความช่วยเหลือตลอดเวลา จึงทรงมีพระราชดำริให้อนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ ให้คนกับป่าอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน โดยให้ราษฎรเป็นผู้รักษาป่า และดำรงชีวิตอยู่ได้ในป่า มีความเป็นอยู่พอกินพอใช้ มีการศึกษาดี มีสุขภาพดี มีอาชีพที่ตนถนัด ไม่ต้องเร่รอนไปทำงานในต่างถิ่น

โดยมีการจัดซื้อที่ดินบริเวณ บ้านผานาง อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย จำนวน 135 ไร่ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2533 พื้นที่ดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์ อยู่ติดกับเทือกเขาภูผาผีถอน ที่มีป่าธรรมชาติ พื้นที่ป่าบนเขามียังมีสภาพบริบูรณ์ มีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มาก เช่น ลิง ชะมด ไก่ป่า กระรอก มีลำน้ำตามธรรมชาติไหลผ่าน เหมาะสมกับการปลูกสร้างสวนป่า ทำไร่นาสวนผสม ตลอดจนสร้างบ้านเรือนให้ราษฎรอยู่อาศัย ตามโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ เมื่อปี 2535 กราบบังคมทูลของพระบรมราชานุญาติ จัดตั้งโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ในพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ต่อมาได้มีการขยายพื้นที่โครงการเพิ่มเติม กระทั่งปัจจุบันมีพื้นที่ทั้งหมด 541 ไร่ 1 งาน 68 ตารางวา และได้รับมอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์ บริเวณรอบเทือกเขาภูผาผีถอน จากกรมป่าไม้ให้ดูแลอีก จำนวน 1,500 ไร่ ด้วยวัตถุประสงค์ 3 ประการ ตามแนวทางพระราชดำริ คือ 1. รักษาสภาพป่าที่สมบูรณ์ ไม่ให้ถูกทำลาย 2. พัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น มีที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง โดยไม่ได้รับความเดือดร้อน 3. ฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลาย ให้กลับคืนสภาพสมบูรณ์ ให้มีทั้งป่าธรรมชาติ ป่าเศรษฐกิจ และป่าใช้สอย หรือให้ใช้พื้นที่แต่น้อย แต่ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด ด้วยมีเป้าหมายสำคัญที่ว่า "เลิกตัดไม้ทำลายป่า ประชาร่วมใจ แก้ไขปัญหาสังคม นิยมหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ชาวประชาสุขกายสบายใจ" การจัดองค์กรในการดำเนินงานนั้น ตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงดำรงฐานะองค์ประธานโครงการ และทรงแต่งตั้งคณะทำงานถึง 3 ระดับ คือ 1. คณะกรรมการที่ปรึกษา 2. คณะกรรมการอำนวยการ และ 3. คณะกรรมการระดับพื้นที่

ปัจจุบันได้รับราษฎรยากจน เข้ามาเป็นสมาชิกโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ฯ จำนวน 50 ครอบครัว ขณะนี้มีสมาชิกจำนวน 162 คน เป็นชาย 81 คน หญิง 81 คน และมีสมาชิกรอบพื้นที่โครงการฯ ที่เข้ามาฝึกฝนอาชีพจำนวน 501 คน มีสมาชิกฝึกอาชีพ 9 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทอผ้าไหม และกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เป็นกลุ่มที่พระองค์ท่าน ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้อนุรักษ์เอาไว้ มีสมาชิกจำนวน 203 คน ดำเนินการทอผ้าไหม ทั้งแบบสองตะกอและสามตะกอ ส่วนใหญ่สมาชิกจะทอผ้าไหม ประเภทมัดหมี่และพื้นเรียบ ใช้วิถีการย้อมธรรมชาติ ผ้าไหมส่วนหนึ่งจัดจำหน่ายในพื้นที่ อีกส่วนหนึ่งส่งให้กับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ

กลุ่มตีเหล็ก...ผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ ทางการเกษตรและในครัวเรือน กลุ่มแปรรูปสมุนไพร...ทำการแปรรูปสมุนไพรอย่างขิง ดอกคำฝอย เห็ดหลินจือ กลุ่มหัตถกรรมจากไม้ ผลิตเครื่องใช้ในครัวเรือนต่างๆ เช่น ตะหลิว ตะเกียบ ทัพพี ช้อน จัดเป็นผลิตภัณฑ์ระดับโอท็อปสี่ดาว ของอำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย กลุ่มปลูกยางพารา เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด ปลูกตั้งแต่ปี 2539 สามารถกีดยางได้แล้ว กลุ่มทำขนม...ทำขนมกะหรี่ปั๊บ และขนมอื่นๆจำหน่ายในพื้นที่ กลุ่มดอกไม้ประดิษฐ์ ผลิตดอกไม้ประดิษฐ์จากเทียน กลุ่มจักรสาน...ผลิตเครื่องจักรสานต่างๆ เครื่องไม้เครื่องมือในการจับดักสัตว์ และกลุ่มสุดท้าย...กลุ่มเลี้ยงโค อีกทั้งยังมุ่งให้เป็นศูนย์เรียนรู้ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง หรือเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ประชาชน ซึ่งมีกลุ่มอาชีพและฐานการเรียนรู้ อาทิ การเลี้ยงกบ การเพาะเห็ด การปลูกพืชผักสวนครัว การทำปุ๋ยชีวภาพ

องคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ กล่าวในที่ประชุมว่า "นับตั้งแต่ได้รับพระราชเสาวนีย์ให้ตามเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับสั่งถึงโครงการฯนี้บ่อยครั้ง โดยคราวนี้ได้ประสานกับทางสำนักงาน กปร.จัดโครงการมาเยี่ยมเยียน พวกเราที่ทำงานถวายในแถบนี้ แล้ววันนี้ก็ถือว่าโชคดี ที่ได้เยี่ยมบ้านเล็กในป่าใหญ่แห่งนี้ พวกเราได้ไปเยี่ยมบ้านเล็กในป่าใหญ่มาหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ทุกโครงการมีความก้าวหน้า มีการพัฒนาไปด้วยดี เป็นไปตามพระราชประสงค์ เป็นไปตามหลักแนวคิด ที่ได้พระราชทานไว้ตั้งแต่ต้น พี่น้องที่เข้าร่วมอยู่ในโครงการ ก็มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณกันทุกครัวเรือน"

หลังจากกิจกรรมรับฟังการบรรยายสรุป ตามด้วยกิจกรรมการเฉลิมพระเกียรติ มีการมอบผ้าห่มกันหนาว และพบปะกับพี่น้องประชาชน จากนั้นเป็นกิจกรรมตรวจเยี่ยมกลุ่มอาชีพ กิจกรรมปล่อยปลา กิจกรรมชมพลับพลาที่ประทับ และกิจกรรมการให้อาหารลิง โดยหลังจากเสร็จกิจกรรมต่างๆ มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีกด้วย

โดยรองเลขาธิการ กปร. หม่อมหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ ให้เกียรติสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับโครงการฯ ว่า "โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง-ผาเกิ้ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย เป็นพระราชดำริใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำคัญๆ 3 ด้าน คือ 1. เพื่อรักษาป่าไม้ให้คงอยู่ 2. เพื่อให้ราษฎรที่มีฐานะยากจน เข้ามาอยู่ในโครงการฯ แล้วพัฒนาอาชีพ และ 3. เพื่อฟื้นฟูให้ป่าไม้ กลับมีสภาพที่อุดมสมบูรณ์ดั่งเดิม โดยผลงานที่ดำเนินการมา ของโครงการฯด้านอาชีพ อย่างการทำขนม การเลี้ยงปลา การเพาะเห็ด งานหัตถกรรม งานจักรสาน อย่างนี้เป็นต้น ได้ก่อให้เกิดรายได้ขึ้นมา ทราบมาว่า รายได้ปีหนึ่งที่เข้าโครงการประมาณ 2 ล้านบาท ในส่วนของป่าไม้ ก็คงต้องมีการติดตามดูถึงความอุดมสมบูรณ์ หรือมีสิ่งใดที่ต้องทำเพิ่มเติม โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ฯ เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แล้วยังเป็นแหล่งเรียนรู้ ให้กับผู้ที่สนใจ-เยาวชน ได้เข้ามาเรียนรู้ในเรื่องการดำเนินการ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง"

ก่อนเดินทางกลับนั้น ได้พบกับหนึ่งในสมาชิก โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ฯ หนูเจน ไชยดวงดี อายุ 45 ปี พูดคุยด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันว่า "ฉันเข้าร่วมโครงการมาสิบกว่าปีแล้วค่ะ ก่อนหน้านั้น ก็ทำไร่ทำนา แล้วยายก็สอนให้ทอผ้าด้วย เราทำใช้ทำขาย ภายในหมู่บ้านกัน ก็ภูมิใจนะคะ...ที่ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมโครงการฯ แต่ก่อนก็ไม่คิดจะเข้าโครงการฯหรอกค่ะ แต่พอตามยายเข้าโครงการฯมาแล้ว โหย!!! เราเหมือนมีบุญวาสนามากจริงๆที่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกของสมเด็จฯท่าน ได้ทำงานสนองตามแนวพระราชดำริ ก็สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอยู่เสมอ ที่ช่วยทำให้ครอบครัวฉันมีรายได้เสริมที่ดีขึ้น มีเงินพอใช้จ่ายภายในครอบครัว แล้วสามารถส่งลูกเรียนหนังสือ ตอนนี้ลูกเรียนจบ ปวส.เข้าทำงานกันแล้ว ก็มาช่วยครอบครัวได้อีกแรงหนึ่ง รายได้ที่เคยได้รับมากสุด ก็ประมาณ 2 หมื่นบาทค่ะ ทางสวนจิตรดาส่งมาทุกเดือน แต่ละงวดจะได้รับไม่เท่ากัน คือ เราไปทำนาทำไร่ ว่างก็มาทอผ้า เสียดายค่ะ...พระองค์ท่านไม่ได้เสด็จฯ แต่ยังรู้สึกดีใจมาก ที่พระองค์ท่าน จัดตั้งโครงการฯช่วยเหลือชาวบ้าน ฉันเป็นชาวบ้านธรรมดา ก็ได้แต่หวังอยากให้พระองค์ท่าน มีพระวรกายที่แข็งแรง...ทรงพระเจริญค่ะ"

จากนั้นเวลาประมาณ 11.30 น. องคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ พร้อมด้วยรองเลขาธิการ กปร. หม่อมหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนสาขาต่างๆ เดินทางไปยังท่าอากาศยานจังหวัดเลย เพื่อเดินทางโดยเครื่องบินกองทัพอากาศ และถึงท่าอากาศยานทหาร บน.6 (ดอนเมือง) เวลาประมาณ 15.15 น.