อลิซ วอลตัน ทายาทห้างวอลมาร์ท

บทความ-บุคคลต่างแดน

อลิซ วอลตัน ทายาทซูเปอร์สโตร์ที่มีสาขา ๘,๕๐๐ แห่ง ใน ๑๕ ประเทศ และมีพนักงานทั้งสิ้นกว่าสองล้านคน คือสตรีเจ้าของทรัพย์สินมากที่สุดเป็นอันดับที่ ๙ ของสหรัฐฯ ตามการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ และเป็นผู้สะสมงานศิลปะรายสำคัญในสหรัฐอเมริกาเจ้าของโครงการพิพิธภัณฑ์คริสตัลบริดจ์ ศูนย์รวมงานศิลปะแห่งอเมริกา

อลิซ วอลตัน วัย ๖๒ ปี คือบุตรคนสุดท้องและลูกสาวคนเดียวของ แซม วอลตัน ผู้ก่อตั้งวอลมาร์ท และเป็นน้องสาวของ เอส ร็อบสัน วอลตันแชร์แมน คนปัจจุบัน อลิซจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์และการรเงินจากมหาวิทยาลัยทรินิตี้ เมืองซานแอนโต รัฐเท็กซัส หลังสำเร็จการศึกษาอลิซทำงานในธุรกิจของครอบครัวพักหนึ่งก่อนปลีกตัวไปเป็นนักวิเคราะห์การเงินและทรัพย์สินให้ First Commerce Corporation และต่อมาปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานกรรมการและหัวหน้าฝ่ายธุรกิจการลงทุนของ Arvest Bank Group ก่อนตั้งบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนเป็นของตัวเองชื่อ Llama Company ในปี ๑๙๘๘ และเคยเป็นโบร้คเกอร์ของบริษัทอี.เอฟ ฮัตตัน (บริษัทนายหน้าซื้อขายหุ้น) อยู่พักหนึ่ง

อลิซคือประธาน Northwest Arkansas ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันโครงการสร้างสนามบิน Northwest Arkansas Regional Airport ที่เมืองไฮฟิลล์ รัฐอาร์คันซอ อำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่งเป็นอย่างมากให้กับอีกหลายเมืองโดยรอบ สนามบินแห่งนี้จึงถูกตั้งชื่อเป็นเกียรติแด่อลิซว่า Alice L. Walton และบรรจุชื่อเธอไว้ในหอเกียรติยศการบินอาร์คันซอ
อลิซ วอลตัน บริจาคเงินสนับสนุนกิจกรรมของ Progress for America (องค์กรที่ก่อตั้งในปี ๒๐๐๑ เพื่อสนับสนุน "การทำงานเพื่ออเมริกา" ของ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช) ถึง ๒.๖ ล้านเหรียญ และในสมัยเลือกตั้งปี ๒๐๐๔ Progress for America ทุ่มโฆษณาประกาศสนับสนุนการทำสงครามกับอิรัก และสรรเสริญ ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช ที่พยายามไม่ให้เกิดวินาศกรรม ๙/๑๑ อีกเป็นครั้งที่ ๒
ในแง่ของการทำประโยชน์เพื่อสังคม อลิซ วอลตัน คือหนึ่งในคณะกรรมการมูลนิธิตระกูลวอลตัน (Walton Family Foundation) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้โอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อนมนุษย์ เน้นความสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและแม่น้ำลำคลอง นอกจากนี้อลิซยังเป็นกรรมการด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายกิจการนักศึกษาปริญญาโทของมหาวิทยาลัยอาร์คันซอ และในปี ๑๙๙๖ มหาวิทยาลัยดังกล่าวก็ได้แต่ตั้งให้อลิซนั่งตำแหน่งประธานฝ่ายการเงินอีกหนึ่งตำแหน่งเพื่อเดินหน้าสร้างความเป็นเลิศทางการศึกษาทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ และด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของอลิซ ค่ายฤดูร้อนสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ ๗-๑๗ จึงได้รับการก่อตั้งขึ้นมาในชื่อ Camp War Eagle เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มาร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ระหว่างปิดเทอมภาคฤดูร้อนเช่น ว่ายน้ำ ขี่ม้า เต้นรำ ยิงปืน สเก๊ตบอร์ด ฯลฯ รวมทั้งสิ้นกว่า ๖๐ กิจกรรม โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

อลิซ วอลตัน มีใจรักงานศิลปะมาตั้งแต่เด็กและเริ่มซื้อภาพจำลองบลูนู้ด ของปิกัสโซจากร้าน "เบ็น
แฟรงคลินสโตร์" ของบิดา (วอลตันเริ่มก้าวสู่ธุรกิจค้าปลีกด้วยการเป็นเจ้าของร้านเบ็นแฟรงคลินก่อนเปิดวอล
มาร์ทสาขาแรกขณะอลิซมีอายุ ๑๓ ปี) เป็นภาพแรกและระหว่างเดินทางไปพักผ่อนในชนบท อลิซกับมารดามักจะวาดภาพสีน้ำด้วยกันเสมอ ด้วยความผูกพันที่มีต่องานศิลปะเช่นนี้ อลิซจึงเป็นตัวตั้งตัวตี ชักนำให้มูลนิธิตระกูลวอลตันให้การสนับสนุนโครงการสร้างพิพิธภัณฑ์ Crystal Bridges Museum of American Arts ที่เมืองเบนตันวิลล์ รัฐอาร์คันซอท่ามกลางบรรยากาศรื่นรมย์ของสวนและป่าโปร่ง เพื่อใช้เป็นที่แสดงผลงานของศิลปินชาวอเมริกันและเป็นศูนย์การเรียนรู้ ภายในมีภาพวาดสำคัญๆ มากมาย อาทิ ภาพวาด ประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน ฝีมือ กิลเบิร์ต สจ๊วต ในปี ๑๗๙๗ มูลค่า ๘ ล้านเหรียญรวมอยู่ด้วย งบประมาณในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ Crystal Bridges แห่งนี้สูงถึง ๘๐๐ ล้านเหรียญ หลายคนจึงเฝ้ารอกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน ๒๐๑๑ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาถึงความสมบูรณ์แบบและคุณค่าของศิลปะที่นำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

นอกจากงานศิลปะ อลิซยังรักม้าเป็นชีวิตจิตใจและเป็นเจ้าของไร่ Rocking W Ranch บนเนื้อที่กว่า ๓,๒๐๐ เอเคอร์ ที่เมืองมิเนอรัลเวลส์ กลางรัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกและเพาะพันธุ์ม้าชื่อดังแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เพราะม้าจาก Rocking W Ranch ของอลิซเคยชนะการแข่งขันมาแล้วหลายสนาม และบ้านหลังปัจจุบันของอลิซก็คือ Rocking W Ranch นี่เอง
อลิซ วอลตัน เคยแต่งงานครั้งหนึ่งเมื่ออายุประมาณยี่สิบกว่าๆ แต่หย่ากับสามีหลังจากอยู่ร่วมบ้านกันได้ไม่นานและไม่เคยแต่งงานใหม่