บ้านไม้ของคนรักดนตรี

แต่งบ้านด้วยรัก

ฉันรักเธอ แม้เทียบเสมอกับดวงชีวิต รักเธอ ชั่วนิจนิรันดร

เพลง ชั่วนิจนิรันดร ซึ่งประพันธ์คำร้องและทำนองโดย ครูพยงค์ มุกดา ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ลูกทุ่ง) เพลงนี้ ใช้บรรยายความรักภายในครอบครัวจีนสลุต ของครูอุปถัมภ์ และคุณยุพา ภรรยา ใต้หลังคาบ้านไม้หลังเก่าแก่กว่า 110 ปีนี้ ได้เป็นอย่างดีเหลือเกินครับ

คุณยุพาได้กรุณาเล่าประวัติของบ้านสวยหลังนี้ให้ฟังว่า "บ้านหลังนี้สร้างจากไม้เต็งซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง เดิมเป็นเรือนหอของคุณพ่อพี่ คุณตามาช่วยกันปลูกกับว่าที่เขย ไม่ได้ลงเสาเข็มนะ แต่ทำเป็นคอกหมูไว้ทุกเสา เวลารถหนักๆ อย่างสิบล้อวิ่งผ่านบ้านจะไหว แต่ก็ไม่ทรุดนะ (หัวเราะ) แล้วเมื่อก่อน บริเวณรอบๆนี้เป็นสวนผลไม้ ทุเรียน มังคุด ลิ้นจี่ การเดินทางก็ใช้เรือ ข้างล่างก็เลยเป็นใต้ถุน มีปลาตีน ปลาอะไรต่างๆเยอะเลย"

ครูอุปถัมภ์เพิ่มเติมข้อมูลของบ้านให้ด้วยว่า "แถวนี้เดิมเป็นหมู่บ้านทวายของชาวมอญ ก็จะออกแบบบ้านให้มีช่องระบาย ข้อดีคือเย็น อยู่สบาย ถามว่า ถ้าจะเทียบกับปูน บ้านไม้อย่างนี้อยู่สบายมาก แต่ช่วงนี้ เป็นช่วงบ้านชราภาพแล้ว คือพอสักแปดสิบปี ไม้จะหมดอายุตามธรรมชาติ ปลวกจะหอมเลย ถึงเราจะกำจัดอย่างไร มันก็จะแอบขึ้นบ้านมาตามต้นไม้ใบไม้ บ้านไม้รักษายากตรงที่ปลวกขึ้นนี่แหละ เราเสียเชนไดร้ท์ไปตั้งสิบๆกระป๋อง เทที่เสาเอง แล้วเอาปูนซีเมนต์อัดลงไปแล้วทาสี ก็พอช่วยได้"

ปัจจุบันนี้ หลังเกษียณอายุราชการที่โรงเรียนพาณิชยการเจ้าพระยา ครูอุปถัมภ์ได้เปิดบ้านให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย บ้านครูอุปถัมภ์ จีนสลุต มิวสิคแฟคตอรี่ เพื่อสอนการบรรเลงขิมแก่เด็ก เยาวชน และผู้สนใจ "ผมซึมซับเรื่องดนตรีมาแต่เกิด เพราะพ่อผมเป็นนักดนตรีไทย แล้วผมเป็นลูกศิษย์โดยตรงของ ครูมนตรี ตราโมท ผมเลือกเรียนขิม เพราะเสียงเพราะถูกใจ ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้เปิดให้มาเรียนได้แบบตามใจเลย ซึ่งวิธีที่จะทำให้เขามา คือ ไม่ได้เก็บตังค์ และยังมีขิมให้เขาเล่นด้วย เขามาแต่ตัวแล้วมานั่งเล่น ถูกใจก็เรียนไป เด็กมาเล่นกับเราจนโต เรียกว่าติดเลย ถือเป็นการสร้าง แต่ถ้าใครอยากให้คิดเงิน ก็มาเรียนในวันที่เราไม่สอนฟรีได้ เราสอนฟรีในวันเสาร์ เก้าโมงครึ่งถึงเที่ยง ทำแล้วมีความสุขครับ ทำให้เรารู้สึกว่า ได้ช่วยเหลือชาติ เด็กที่มาก็จะชอบ แถมยังเอาการบ้านมาทำ อยู่จนไม่ยอมกลับบ้านเลย กลิ้งเกลือกกันแถวนี้ เสื่อก็ไม่ปู บอกหนูขอนั่งบนพื้นไม้ เพราะเอาเสื่อมารองแล้วมันไม่เย็น แล้วเราเชื่อใจลูกศิษย์หมดทุกคน ว่าเขาไม่ได้มาหยิบของอะไรไป แถมยังจะถนอมบ้านหลังนี้ให้เราด้วย"

"เท่าที่สังเกต เวลาเด็กมากับผู้ปกครอง จะค่อยๆก้าวเดินขึ้นบันไดบ้านเพราะเขาไม่เคยชินกับบ้านไทย ชินแต่เดินตึก บางคนก็กลัวจะเดินพลาดตกบันได ก็จูงกันสองคน บอกค่อยๆเดินนะลูก (หัวเราะ) ทุกคนเข้ามาจะบอก ยังมีบ้านไม้อย่างนี้อยู่กลางกรุงเทพฯ อีกเหรอ แต่เราอยู่มานานก็ชินแล้ว"

นอกจากความงดงามที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ บ้านไม้โบราณหลังนี้ ยังอบอวลไปด้วยความรักความอบอุ่นระหว่างสมาชิกครอบครัวจีนสลุต และความรักที่มีต่อดนตรีขิมที่พร้อมจะถ่ายทอดสู่ลูกศิษย์ลูกหา เพื่อให้สืบทอดมรดกนี้ให้ยืนยาวชั่วนิจนิรันดร จึงทำให้ทุกตารางนิ้วของบ้านเต็มไปด้วยความรักที่แท้จริง สอดคล้องกับเทศกาลวาเลนไทน์นี้ได้เป็นอย่างดีทีเดียวครับ

 

ภายในบ้านไม้หลังเก่าแก่ที่ตกแต่งไว้อย่างมีเอกลักษณ์

 

ครูอุปถัมภ์ คุณยุพา และบุตรธิดา อิศรายุว์ และ อิสราภา

 

เหนือตู้โชว์ของสะสมเป็นภาพรัชกาลที่ 1 ที่ครูอุปถัมภ์วาดเอง

 

ช่องระบายเหนือผนังด้านบน ช่วยทำให้บ้านเย็น

 

คันฉ่องอายุกว่าร้อยปี และของสะสมจากคุณแม่คุณยุพา