ในดวงมาน :: 7 Days $ister <บทที่ 6>

Author: 
กษิรดา

บทที่ 6 :: เฉือนหัวใจ           
 
            เมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อย่าง วันเสาร์ และอาทิตย์ ได้ผ่านพ้นไป ทุกชีวิตต่างก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าของวันจันทร์ เพื่อที่จะเตรียมตัวเริ่มต้นกับการงาน และหน้าที่ที่จะต้องทำในช่วงสัปดาห์ใหม่ของเดือน
            บนถนนในตอนเช้าของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร คลาคล่ำไปด้วยรถรา และผู้คนที่เร่งรีบไปทำงานกันตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น ร้านรวงต่างๆ ริมถนน ก็ได้ทยอยเปิดประตูเหล็กบานใหญ่ขึ้นมา เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า สินค้าในร้านพร้อมวางจำหน่ายแล้ว รวมไปถึงเด็กๆ ในชั้นเรียนต่างๆ ที่กำลังเดินทางไปโรงเรียนกับเพื่อนๆ หรือไม่ก็ผู้ปกครอง รวมไปถึงตัวของผู้ที่เป็นครูอาจารย์เองก็เช่นกัน
            แสงแดดในยามเช้าถักทอผ่านม่านสีขาวมายังห้องของสาวที่เพิ่งจะโสดอย่างพิมพ์ประภัสร์ เธอลุกขึ้นตื่นจากที่นอน เพื่อมาทำกิจวัตรประวันตั้งแต่หกโมงเช้า และเสร็จในเวลาไม่กี่นาทีถัดมา เธอรู้สึกว่า เดี๋ยวนี้เธอมักจะทำอะไรคล่องแคล่วขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก นั่นอาจเป็นเพราะเธอรู้ตัวว่า จะต้องรู้จักใช้ชีวิตอยู่อย่างลำพังโดยไม่มีเขาคนนั้นได้แล้ว แม้ว่า ความรู้สึกของเธอข้างในยังไม่สามารถที่จะตัดใจจากเขาได้เด็ดขาดก็ตาม แต่เธอก็จะต้องแสดงท่าทีที่เข้มแข็งออกมา เพื่อให้ใครๆ ได้มองเห็นว่า เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรอีกแล้วในชีวิตของเธอ
            พิมพ์ประภัสร์ขับรถมาถึงมหาวิทยาลัยโดยใช้เวลาไม่นาน เธอรู้จักเลือกใช้เส้นทางที่เลี่ยงรถติด เธอจอดรถสีส้มประกายทองคันเก่งของเธอ จากนั้นจึงเติมหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะลงจากรถตามปกติเหมือนที่เคยทำ อยู่ๆ เสียงข้อความในโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น...ตรงเวลาเป๊ะ!! เธอคิดอยู่ในใจ จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูข้อความนั่น
“ ให้โอกาสผมได้อธิบายนะ...ยังรักคุณเสมอ จาก เมฆ...หึ!! ไม่มีทางเสียหรอก!! ” เธออ่านข้อความจากคนรักเก่าที่ส่งมา และคิดได้ทันทีว่า จะไม่เปิดโอกาสให้เขาได้กลับมาพูดอะไรอีกอย่างแน่นอน พอกันทีกับความรักแบบนี้...เธอกดปุ่ม ลบ ข้อความ แล้วก็วางโทรศัพท์ลงอย่างไม่สนใจไยดี เธอพยายามที่จะลืม พยายาม...พยายามอยู่อย่างนั้น แต่เธอก็ต้องยอมรับด้วยเช่นกันว่า เธอก็ต้องใช้เวลาที่จะตัดใจจากเขาให้ได้จริงๆ เพราะเธอก็ยังมีความรู้สึกดีๆ กับเขาอยู่ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะลงจากรถเพื่อมุ่งไปที่ตัวอาคาร ยังห้องทำงานของเธอ
            ภายในห้องพักครู เธอกล่าวทักทายเพื่อนอาจารย์ด้วยกันอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส โดยไม่มีอากัปกิริยาใดๆ ที่แสดงออกมาให้เห็นถึงความอ่อนแอนั้นๆ อาจารย์สาวหลายคนยังอดที่จะชื่นชมในตัวเธอไม่ได้ว่า เธอเป็นผู้หญิงแกร่ง ที่สามารถฟื้นตัวเองได้เร็วในเรื่องของความรัก โดยที่ไม่ทำให้เสียการเสียงาน นอกจากนี้ก็ยังมีอาจารย์หนุ่มๆ หลายคนในมหาวิทยาลัย ต่างก็คิดที่อยากจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กับอาจารย์สาวคณะมนุษย์ฯ อย่างเธอเช่นกัน แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าพอที่จะเปิดประเด็นขอสานสัมพันธ์นั้น เว้นแต่ เสกสรรค์ อาจารย์หนุ่มคณะสังคมศาสตร์คนหนึ่งที่กล้าเป็นผู้ท้าชิง แต่ก็โดนเธอปฏิเสธกลับมา เพราะเหตุผลที่ว่า เธอยังไม่พร้อมที่จะเปิดใจรับใคร จึงทำให้อาจารย์สาวๆ หลายคน ต่างก็รู้สึกเสียดายแทน และเข้าใจตัวเธอไปพร้อมๆ กัน และก็ไม่ลืมที่จะให้กำลังใจเธอถึงการเริ่มต้นกับคนใหม่ๆ เหล่านั้นด้วย
            หลังจากที่เข็มสั้นของนาฬิกาชี้เลขแปด และเข็มยาวชี้เลขสิบสอง นักศึกษาต่างเร่งตัวเองเพื่อที่จะรีบขึ้นไปเรียนวิชาแรกของสัปดาห์ให้ทัน วาดลัดดาเองก็เช่นกัน เธอกุลีกุจอเร่งฝีเท้าขึ้นบันไดโดยไม่รอลิฟท์โดยสารของอาคาร เพราะวิชาแรกของวันนั้นเป็นวิชาที่สอนโดยพี่สาวของเธอเอง เธอไม่อยากให้พี่สาวมาค่อนขอดได้ว่า เธอไม่สามารถจัดการเวลาของตัวเองได้ และกลัวที่จะต้องโดนบังคับให้มาอยู่ด้วยกันกับพี่สาวของเธอที่คอนโดฯ เธอมาถึงทันเวลาก่อนที่พี่สาวของเธอจะเข้าสอนในไม่กี่นาที ด้วยอาการที่หืดหอบจากการขึ้นบันไดในตอนเช้า
            พิมพ์ประภัสเข้ามาในห้องพลางกวาดสายตามองหาวาดลัดดาเป็นคนแรก และเมื่อเธอเห็นน้องสาวของเธออยู่ในห้อง เธอแสดงสีหน้าออกมาด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ ก่อนที่จะเริ่มต้นสอนวิชาเรียนในคาบ
            ทางวาดลัดดาเองก็รู้อยู่แล้วทุกครั้งว่า หากเป็นคาบที่พี่สาวของตนเข้าสอนทีไร เธอก็จะต้องกระวีกระวาด รีบเข้าชั้นเรียนอย่างนี้ทุกครั้ง แม้จะต้องขึ้นบันไดแทนใช้ลิฟท์ก็ตาม แต่ครั้งนี้เธอกลับรู้สึกเหนื่อยมากกว่าครั้งก่อนๆ ทั้งที่ร่างกายของเธอก็แข็งแรงดี เธอขอยืมยาดมจากเพื่อนข้างๆ มาใช้สูดดมเพื่อคลายความวิงเวียนที่กำลังเกิดขึ้น ช่วงนี้เธอพักผ่อนน้อยไปหรือไร ทำไมสุขภาพกายดูย่ำแย่ลง มิหนำซ้ำช่วงนี้เธอก็ไม่ค่อยอยากจะรับประทานอะไร ทั้งที่เคยชอบทานอยู่เป็นประจำ แต่ใครๆ กลับบอกว่า เธอดูอวบขึ้นจนสังเกตได้ ไม่เว้นแม้แต่พี่สาวของเธอเอง
“ อะไรกันยายวาด เดินขึ้นบันไดมาห้าชั้นแค่นี้ ถึงกับหมดแรงเลยเหรอ ? เห็นปกติเรียนชั้นแปด ชั้นเก้าเธอก็เดินขึ้นมาอย่างสบาย ” เพื่อนสาวของเธอถามขึ้น
“  สงสัยฉันพักผ่อนน้อยมั้งช่วงนี้...เลยเหนื่อยง่าย ” เธอว่า
“ ก็มัวแต่ทำอะไรอยู่ล่ะ...ถึงไม่ค่อยได้พักผ่อนน่ะ!! ” เพื่อนสาวอีกคนแกล้งแซว
“ นี่!!..ยายบ้า พูดจาน่าเกลียด ” วาดลัดดาพูดพลางตีแขนเพื่อนสาว แล้วหัวเราะกันคิกคัก
จนทำให้พิมประภัสร์ถึงกับกระแอมออกมา ขณะยืนสอนอยู่หน้าห้อง
วาดลัดดา และเพื่อนๆ ต่างเงียบลงโดยทันที เพราะกลัวจะโดนดุ...
“ นี่!! ยายวาด ถามจริงเถอะ...พี่สาวของเธอเขารู้หรือยังว่า เธอมีแฟน แถมพามานอนกกกันที่ห้องด้วย ?!! ” เพื่อนในกลุ่มกระซิบถามขึ้น
“ จะบ้าเหรอ ?? ให้รู้ได้ยังไง!! ถ้ารู้ฉันก็โดนด่าสิ!! ” เธอบอก
“ แล้วเธอคิดที่จะปิดเขาไปถึงเมื่อไหร่ ?!! ” เพื่อนของเธอถามอีก
“ ฉันก็ไม่รู้!! รู้แค่ว่า ตอนนี้ฉันมีความสุขดีอยู่ก็พอแล้ว!! ” เธอตอบแก่เพื่อนสาว แล้วทำทีเป็นตั้งใจเรียน เพราะพี่สาวจอมเฮี้ยบของเธอ แอบซุ่มสังเกตการณ์อยู่หลายครั้ง
            บทสนทนาที่กลุ่มเพื่อนๆ ของวาดลัดดากำลังกระซิบกระซาบพูดคุยกันอยู่นั้น ชวนเรียกร้องความสนใจแก่คณิตเป็นอันมาก เขาละโสตประสาทจากเรื่องราวหน้าห้อง เพื่อมาฟังเรื่องที่สาวๆ เปิดประเด็นกัน แน่นอนว่า มันไม่ใช่เรื่องที่เขาอยากรู้เสียเท่าไหร่ แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวาดลัดดาโดยตรง เขายินดีที่จะสนใจฟังในทุกๆ เรื่องราวของเธอ แม้ว่า เรื่องนั้นมันจะมีชื่อของเธอปรากฏอยู่เพียงน้อยนิด หรือมันจะทรมานจิตใจเขามากแค่ไหนก็ตาม
“ แล้วเธอไม่คิดที่จะบอกอาจารย์พิมพ์เลยเหรอ ?? ” หนุ่มน้อยคณิตกล่าวถามวาดลัดดา ขณะเดินเล่นกันอยู่ที่ศูนย์การค้า แถวมหาวิทยาลัยในช่วงพักลางวัน
“ ไม่มีทาง!! ทุกวันนี้พี่พิมพ์ยังเห็นฉันเป็นเด็กอยู่เลย รอให้ถึงเวลา หรือทุกอย่างมันพร้อมก่อน ไว้ฉันจะบอกเขาเอง ” วาดลัดดาพูดถึงแผนการของเธอ
“ แล้วเธอคิดว่าเมื่อไรล่ะ ?? ” เขาถามอีก
“ ก็...คงเมื่อฉันเรียนจบมั้ง!! ” เธอบอก
“ เธอคิดว่า เธอจะคบกับเขานานขนาดนั้นเลยเหรอ ? ” คณิตถามอย่างสงสัย
วาดลัดดารู้สึกไม่สบอารมณ์ที่เพื่อนของเธอถามอย่างนั้น เธอหยุดเดิน แล้วหันมาถามเขาอย่างเอาเรื่อง “ นี่นายก้อง!! ทำไมเธอถึงถามอย่างนั้นล่ะ ?!!! ”
“ เฮ้ย!!! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่องเธอนะ แต่ฉันแค่ถามเฉยๆ เพราะเป็นห่วงเธอเท่านั้นเอง ” เขารีบแก้ต่าง
“ ฉันรักเขานะก้อง และก็ไม่มีทางที่ฉันจะปล่อยเขาไป หรือเลิกรากับเขาเป็นอันขาด!!! ” เธอประกาศกร้าว
ก้องรับฟัง และน้อมรับในสิ่งที่เธอพูด วาดลัดดาคงหลงรักโชติวุฒิอย่างจริงจัง รักจนไม่ยอมสนใจอะไรเลย และเขาเองก็หวังว่า โชติวุฒิจะรักเธอเทียบเท่ากับที่เธอรักเขาเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ความหวังของหนุ่มน้อยคงไม่มีวันเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน...
“ เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้วก้อง พี่พิมพ์เดินมาโน่นแล้ว!! ” สาวน้อยปรามเพื่อนของเธอ เมื่อเห็นพี่สาวกำลังเดินมาจากที่จอดรถ
“ โทษทีที่พี่มาช้า...กว่าจะหาที่จอดรถได้ต้องขับวนอยู่หลายรอบ!! ” พิมพ์ประภัสร์บอกกล่าวแก่น้องของเธอ
“ ช่างเถอะค่ะพี่พิมพ์ แต่ตอนนี้หนูหิวแล้ว เราไปหาอะไรทานกันดีกว่า ” สาวน้อยบอกกับพี่สาวพลางเอามือยกขึ้นลูบท้องตัวเอง
           ทั้งหมดต่างตกลงกันได้ว่า เที่ยงนี้พวกเขาจะรับประทานสเต็กที่เป็นร้านขึ้นชื่อในแถบนั้น ซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของห้างสรรพสินค้า ทั้งสามได้ที่นั่งติดกับกระจกใสบานใหญ่ ซึ่งมองเห็นทัศนียภาพภายนอกอย่างชัดเจน อาจารย์สาวรู้สึกชื่นชอบทิวทัศน์ของสังคมเมืองช่วงกลางวันเป็นอย่างมาก และรู้สึกว่า ตนโชคดีที่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้
           ...แต่ทว่าในช่วงนี้ ความโชคดีมักจะอยู่กับเธอได้ไม่นาน เมื่อสายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นคู่กรณีเก่าอย่างทิพย์อำพันเดินเข้ามาในร้านเดียวกันกับเธอ แล้วที่แย่ไปกว่านั้นคนรักเก่าอย่างคุณหมอเมฆก็มาด้วย พิมพ์ประภัสร์แทบจะทำอะไรไม่ถูก เธอได้แต่ร้องบอกให้น้องสาว และลูกศิษย์ย้ายร้านกันเดี๋ยวนั้น
“ อะไรกันคะพี่พิมพ์ เมื่อครู่ยังบอกอยู่เลยว่า ชอบที่นั่งตรงนี้ ? ” วาดลัดดาถามพี่สาว
“ เถอะน่า!! ยายวาด ย้ายร้านเถอะ...พี่ไม่อยากนั่งแล้ว ” หญิงสาวอ้อนวอน
           ซึ่งทำให้วาดลัดดา และคณิต งงกับอาจารย์สาวผู้นี้เป็นอย่างมาก แต่ไม่ทันที่จะได้ไถ่ถามกันต่อ คู่กรณีก็เหลือบมาพบกับเธอพอดี ทิพย์อำพันแสยะยิ้มให้กับพิมพ์ประภัสร์ก่อนที่จะลงมือป่วนประสาทเธอด้วยแผนการที่คิดได้เดี๋ยวนั้น
            สาวน้อยร่างเล็กทำทีเป็นปัดฝุ่นที่เกาะอยู่ตามเสื้อของคุณหมออย่างเอาใจใส่ ทำให้คุณหมอถึงกับงุนงงเล็กน้อย แต่ก็ยอมให้เธอปัดแต่โดยดี ซึ่งเป็นภาพที่บาดตาบาดใจพิมพ์ประภัสร์เป็นอย่างมาก จนเธอทนไม่ได้ เธอลุกขึ้นยืนจากโต๊ะ และสะพายกระเป๋าออกมาจากที่นั่งตรงนั้นอย่างไม่พอใจ และทำทีเป็นไม่สนใจในความอี๋อ๋อของคนทั้งคู่ ทำให้คณิต และวาดลัดดาต่างต้องลุกขึ้นตามเธอออกมาอย่างงงงวย
            ทิพย์อำพันเห็นดังนั้น จึงแกล้งทำทีเป็นว่า มีฝุ่นติดอยู่ที่แว่นของคุณหมออีกเช่นกัน เธอถือวิสาสะถอดแว่นของเขาออกมา โดยที่คุณหมอไม่ทันได้ระวังตัว จึงทำให้เขามองเห็นอะไรไม่ชัดนัก ซึ่งรวมไปถึงมองไม่เห็นด้วยว่า พิมพ์ประภัสร์เพิ่ง กลั้นใจ เดินผ่านเขาออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ ซึ่งหลังจากนั้นเพียงแค่เสี้ยววินาที คุณหมอก็แย่งแว่นคืนได้จากทิพย์อำพัน และสวมมันกลับเข้าที่ทันที ทำให้เขาเหลือบไปเห็นวาดลัดดา และคณิตก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกไป
“ อ้าว...วาด!! ” คุณหมอร้องทักสาวน้อย
สาวน้อยชะงัก และมองนายแพทย์หนุ่มผู้นั้น ก่อนที่จะตกใจเล็กน้อย และเข้าใจโดยทันทีว่า เพราะเหตุใดพี่สาวของเธอจึงลุกขึ้นเดินหนีออกมา เธอมองเขา และหญิงสาวที่มาด้วยกัน ก่อนที่จะผละจากพวกเขาไปอย่างไม่สบอารมณ์เหมือนพี่สาวของตน
นายแพทย์หนุ่มงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเมื่อครู่ จึงเดินตามสาวน้อยออกไปเพื่อถามไถ่ นั่นยิ่งทำให้ผิดแผนจากที่คาดการณ์ของทิพย์อำพันไว้อย่างสิ้นเชิง เธอจึงรีบเดินตามเขาออกไป โดยที่มีคณิตตามไปติดๆ
“ วาด!!...เดี๋ยวสิ...จะเดินหนีพี่ทำไม ?!! ” นายแพทย์หนุ่มร้องถามสาวน้อย
แต่หญิงสาวกลับเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น โดยเริ่มทันกับพี่สาวของเธอ
เมื่อนายแพทย์เห็นดังนั้น ก็ทราบโดยทันทีว่า อดีตคนรักของเขาได้มาด้วย จึงรีบวิ่งไปตัดหน้าหญิงสาวทั้งคู่
“ พิมพ์...วาด...พวกคุณจะเดินหนีผมไปไหน ?? ” นายแพทย์หนุ่มกล่าวกับสองสาวทันทีที่ประจันหน้าไว้ได้
ทั้งพิมพ์ประภัสร์ และวาดลัดดาต่างตกใจเมื่อเห็นเขายืนขวางทาง
พิมพ์พยายามเดินหลบเขาไปอีกทาง แต่เขาก็พยายามกั้นเธอไว้ไม่ให้หนีเขาไป จนกระทั่งเธอหมดความอดทนจึงโพล่งถามเขาออกมา
“ นี่คุณต้องการอะไรจากฉันคะคุณหมอ ?!! ” เธอถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ก่อนที่จะหันไปเจอทิพย์อำพัน และคณิตตามมาสมทบ
“ อ้าวพิมพ์!!..เป็นไงมาไงล่ะนั่น ?!! ” ทับทิมแสร้งทำทีเหมือนเพิ่งเจอกับพิมพ์ประภัสร์
“ ...ฉันกับพี่หมอมาทานข้าวกันน่ะ...เมื่อครู่เธออยู่ที่ร้านสเต็กนั่นเหรอ...ฉันไม่ยักเห็นเธอเลย เธอออกมาตอนไหนล่ะ ?? ” เธอถามต่อด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ราวกับว่า เธอไม่รู้เรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เธอพยายามเข้าไปใกล้คุณหมอ แสร้งให้ดูเหมือนว่า ทั้งเธอ และเขากำลังคบกัน
พิมพ์ประภัสร์มองหน้าทิพย์อำพันอย่างอดสู ไม่นึกว่า เธอจะแสดงละครตบตาได้เก่งอย่างนี้ นอกจากนั้นเธอยังรู้สึกสมเพชคนรักเก่าของเธออย่างมากที่ไปคว้าผู้หญิงร้อยเล่มเกวียนคนนี้มาเป็นแฟน เธอไม่ตอบโต้อะไร แค่เดินผ่ากลางระหว่างทั้งสองคนออกไป ด้วยความรู้สึกที่ไม่เหลือเยื่อใยให้เท่านั้น
หมอหนุ่มพยายามหันกลับไปร้องเรียกเธอ แต่วาดลัดดากลับมายืนขวาง
“ คุณหมอคะ!! เลิกยุ่งกับพี่สาวของหนูได้แล้ว ปล่อยพี่ของหนูไปเถอะ!! ” สาวน้อยกล่าวขอร้องด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว
“ แต่พี่มีเรื่องที่จะต้องคุยกับพิมพ์!! ” เขายืนกราน
“ พอเสียทีเถอะค่ะ!! เรื่องของคุณกับพี่หนูมันจบกันไปแล้ว คุณหมอควรจะดูแลคนของคุณหมอให้ดีนะคะ!! ” เธอเสียงแข็งใส่ พลางส่งสายตาไปที่สาวร่างเล็กอย่างทิพย์อำพันเพื่อเป็นการย้ำ
“ ทับทิมกับพี่ไม่ได้เป็นอะไรกัน เรื่องวันนั้นมันเป็นการเข้าใจผิด วาดต้องเข้าใจพี่นะ!! ” เขาร้องบอก
“ หนูไม่เข้าใจค่ะ!! พี่สาวหนูเจ็บช้ำมามากพอแล้วกับเรื่องของผู้หญิงคนนี้ ต่อไปนี้ก็ขอให้พวกคุณทั้งคู่มีความสุขกันมากๆ นะคะ แล้วก็เลิกข้องแวะกับพี่สาวหนูเสียที!! ” เธอประกาศกร้าวใส่คุณหมออย่างไม่เหลือที่ว่างให้ตอบโต้ ก่อนจะเดินตามพี่สาวของเธอออกไป
คณิตมองดูเพื่อนสาวคนสนิท ก่อนที่จะเหลือบมามองคุณหมอเมฆ และทิพย์อำพัน เขามองคนทั้งคู่พลางส่ายหน้าไป-มาอย่างอิดหนาระอาใจ จากนั้นจึงเดินตามวาดลัดดาไปอีกคนหนึ่ง
            ทิพย์อำพันมองหนุ่มน้อยคนนั้นด้วยแววตาที่ไม่เป็นมิตร แม้กระทั่งตอนเขาเดินจากไป หญิงสาวยพยายามเรียกร้องให้คุณหมอหันกลับมาสนใจในตัวเธอ...แต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะตอนนี้ในหัวของหมอหนุ่มครุ่นคิดถึงแต่อดีตคนรักอย่างพิมพ์ประภัสร์ เขาไม่มีวันที่จะลดความพยายามในการขอคืนดีจากเธอเป็นแน่ เหมือนกับทิพย์อำพันที่ไม่ลดความพยายามในการเรียกร้องความสนใจจากเขาให้หันมาสนใจในตัวเธอเช่นกัน
            หลังจากเลยเวลาของอาหารกลางวันมาได้พักใหญ่ นายแพทย์ มงคลมาส ก็ยังไม่ได้รับประทานอะไรเลยตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้น เขามัวแต่โทรศัพท์หาพิมพ์ประภัสร์หลังจากกลับมาถึงโรงพยาบาล เพื่อจะอธิบายถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา เขาโทรฯ หาเธออยู่หลายครั้ง เหมือนทุกๆ วันที่โทรฯ หา เขาเชื่อว่า อดีตคนรักไม่เปลี่ยนเบอร์มือถืออย่างแน่นอน เพราะเธอทำธุรกรรมไว้หลายอย่าง แต่เพียงแค่เธอไม่ยอมรับสายเขาก็เท่านั้นเอง บางครั้งคุณหมอก็ยังเคยใช้เบอร์โทรศัพท์อื่นโทรฯ ไปหาเธอเช่นกัน แต่พอเธอรับสาย แล้วได้ยินเสียงเขากล่าวทักทาย เธอก็วางสายใส่เขาทันที โดยไม่รอให้เขาต้องกล่าวประโยคอื่นเพิ่มเติม จนทุกวันนี้มันเลยกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของคุณหมออีกอย่างหนึ่งไป นั่นก็คือ ส่งข้อความไปหาในตอนเช้า โทรฯ หาในตอนเที่ยง และตอนบ่าย ปิดท้ายด้วยการส่งข้อความอีกครั้งก่อนเข้านอน โดยคุณหมอจะทำแบบนี้ซ้ำๆ กันทุกวัน โดยที่เชื่อว่า สักวันหนึ่งพิมพ์ประภัสร์ต้องใจอ่อน และยอมกลับมาคืนดีกับเขาอีกครั้ง
            ซึ่งขณะเดียวกันพิมพ์ประภัสร์เองก็ยังไม่ได้รับประทานอะไรเลย นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นั้น เธอตั้งปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ยามเบอร์ของนายแพทย์หนุ่มโทรฯ เข้า ใจหนึ่งเธอก็อยากรับสาย เพื่อเคลียร์ความคับข้องหมองใจให้มันจบๆ ไป แต่อีกใจเธอก็ไม่กล้า เพราะเธอกลัวที่จะทำใจไม่ได้ยามที่ได้ยินเสียงเขา เธอรู้ตัวดีว่า แท้จริงแล้วความโกรธที่เกิดขึ้นมา บัดนี้มันกลายเป็นความกลัวที่ว่า เธอจะไม่สามารถห้ามใจตัวเองไม่ให้กลับไปหาเขาได้อีก ซึ่งมันกัดกร่อนจนกลายเป็นบาดแผลในใจของเธอไปจนหมดสิ้นแล้ว
            เย็นนั้นหลังจากที่เหตุการณ์ต่างๆ ได้จบลง คณิตเดินมาส่งวาดลัดดาที่หอพัก พร้อมกับชวนพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวัน วาดลัดดาแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดว่า เธอเป็นห่วงพี่สาวอย่างมาก เธอรู้ดีว่า พี่สาวของเธอเสียใจมาเยอะกับเรื่องของนายแพทย์หนุ่มกับผู้หญิงคนนั้น และเธอก็คิดว่า ดีแล้วที่สุดท้ายพี่สาวของเธอก็ตัดสินใจเลิกรากับคุณหมอท่านนี้ได้
คณิตกล่าวชื่นชมในความเป็นห่วงพี่สาวของเธอ และบอกให้เธอรู้จักประคับประคองชีวิตคู่ของเธอกับโชติวุฒิให้ดีเช่นกัน
            วาดลัดดายิ้มให้เขาเป็นเชิงขอบคุณ ก่อนที่จะอดอิจฉาตัวเองไม่ได้ว่า เธอโชคดีแค่ไหนที่มีคนอย่างคณิตเป็นเพื่อนสนิทที่เข้าใจ เธอกล่าวลาเขาก่อนที่จะขึ้นห้อง เธอโบกมือลา แล้วเดินขึ้นหอพักไป
            คณิตหนุ่มน้อย เดินออกมาจากหอพักของเพื่อนสาว เขาเดินออกมาพ้นจากรั้วของหอก็สวนกับรถยนต์สีดำคันใหญ่พอดี ซึ่งถ้าเขาจำไม่ผิดนั่นก็คงเป็นรถของโชติวุฒิเป็นแน่ เขามองดูรถคันนั้นขับเข้าไปจอดในหอพัก และก็เป็นจริงดังคาด ชายหนุ่มที่ออกมาจากรถ คือ โชติวุฒิ นั่นเอง เขาปิดประตูรถ และกำลังจะขึ้นไปบนหอพัก ทว่าวาดลัดดาเดินย้อนกลับออกมา แล้วเดินเข้าไปโอบกอดเขาอย่างสนิทเสน่หา ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันขึ้นไปหาความสำราญกันต่อที่บนห้อง
            หนุ่มน้อยเบือนหน้าหนีออกมาจากภาพนั้น พลางสั่งให้ตัวเองหยุดคิดในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เขาทอดถอนใจว่า ชาตินี้ทั้งชาติเธอกับเขาก็คงไปได้ไกลไม่เกินกว่าคำว่า เพื่อน เป็นแน่
            เขาตัดใจเดินออกมาจากรังรักของคนทั้งคู่ เพื่อกลับสู่หอพักของเขาที่อยู่ถัดออกไปอีกช่วงตัวอาคารหนึ่งอย่างเงียบเหงาใจ.... 
 
อ่านบทที่ 7 ได้ที่นี่ค่ะ >>> http://www.sakulthaionline.com/?q=story/7827