กาหลงรัง ตอน 1/1

Author: 
อิสราวุธ

          “ เหตุการณ์ต่อจากนั้นล่ะเป็นยังไงจ๊ะพ่อ”
         
          ครูพลกระพริบตาถี่ คล้ายจะหลั่งน้ำตาให้กับความหลัง เมื่อสาวน้อยหน้าใสจ้องตาแป๋วรอฟังคำตอบจากผู้เป็นพ่อที่เฝ้าเวียนถามมาตั้งแต่แบเบาะ

          “ หลังจากที่พ่ออุ้มลูกกระโดดลงไปในเหว  พวกนั้นก็มาถึงพอดี แม่ของลูกได้สิ้นใจที่บนเขานั่น”

            “ ไม่ยุติธรรมเลย ทำไมแม่หนูต้องเคราะห์ร้ายอย่างนี้ด้วย แล้วโจรพวกนั้นล่ะจ๊ะพ่อ มันได้ผลกรรมอะไรไหม” มะยมถามครูพลน้ำเสียงร้อนรน สีหน้าแววตาตื่นเต้น ..

           ครูพลถอนหายใจเล่าว่า “ หลังจากนั้นตำรวจได้มาถึงพอดี ใช้กำลังปิดล้อมพวกโจรนั่นไม่ให้หนีรอดได้แม้แต่คนเดียว พวกมันถูกนำตัวไปลงโทษอย่างสาสมที่สุด แต่ก็มีบางคนที่ฮึดสู้ จนต้องเสียเลือดเนื้อกันไปหลายศพ  เรื่องราววันนั้นจบลง พร้อมกับเล่าขานต่อมาไม่จบสิ้น”

          สาวน้อยสีหน้าหม่นหมอง น้ำตาไหล พึมพำออกมาเหมือนละเมอ “ ถ้าตอนนี้แม่เมียงยังไม่ตาย หนูคงได้กอดและหอมแม่ทุกวัน..”

          “ ตัดใจเสียเถอะลูก สัตว์โลกมีกรรมเป็นของตัวเองเบื้องบนได้ขีดเส้นกำหนดเอาไว้แล้ว เราต้องมีชีวิตที่ดีเพื่อวันข้างหน้านะ”
“ จ๊ะพ่อ .. หนูแค่เหงาๆคิดถึงแม่ทุ๊กทีเมื่อถึงวันแม่แห่งชาติผ่านมาทีไร อยากอดอยากซื้อดอกมะลิมา
ไหว้เหมือนคนอื่นเขาจ๊ะพ่อจ๋า ..”
“ ลืมๆมันไปเถอะมะยม ไหนๆเหตุการณ์ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ลูกก็โตเป็นสาวอายุเข้าสิบหกห่างกับ
พลอยใสแค่ปีเดียวใช่ไหม ..”
                 “ จ๊ะพ่อ ..”
               “ แล้ววันนี้ทำอะไรให้พ่อกินล่ะลูก...”

               “ วันนี้หนูต้มมะระกระดูกหมูที่พลอยเขาชอบกับไข่เจียวร้อนๆ น่ะจ๊ะพ่อ..”

                  “ ท่าทางอร่อยนะลูก .. แต่ก็ดีแล้วตามใจพี่เขาหน่อยคิดว่าทำเพื่อพ่อนะลูกนะ..” เด็กสาวยังคงยิ้มอยู่เช่นเดิม ก่อนจะโผเข้าสวมกอดผู้เป็นพ่อ ผู้ให้ชีวิตตลอดสิบหกปีไว้แน่นด้วยความรักเต็มเปี่ยมสุดซึ้ง ถึงแม้จะมีเรื่องบางเรื่อง ยังค้างคาใจอยู่ก็ตาม
                                                 -- -- -- -- -- -- -- -- -

                ในอากาศยามเช้าเช่นนี้ ท้องฟ้าเต็มไปด้วยละอองหมอกระเรี่ยตามผิวดินและยอดไม้ สายลมพัดแผ่วปะทะผิวกายให้สาวหน้าใสวัยกำดัดนางหนึ่งรู้สึกแช่มชื่นกว่าทุกวัน อากาศเย็นสบายยามเช้าเช่นนี้คงอยู่ในอีกไม่นานเพราะดวงตะวันจะทอแสงสีทองกำลังจะออกมารับเช้าวันใหม่แล้ว 

                มะยมเก็บข้าวของที่จัดเตรียมใส่บาตรยามเช้าเรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีห่วงอีกหนึ่งอย่างที่ต้องทำก็คือตามหาสมุนจอมซนคู่ใจที่ชื่อ “เจ้าแสนดี” สุนัขพันธุ์ไทยตัวผู้สีน้ำตาลทอง รูปร่างปะเปรียวที่ตอนนี้ไม่รู้หายไปไหนแล้วตั้งแต่เดนไปกรวดน้ำที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆ 

                ทันใดนั่นเองเสียงเห่าของเจ้าตูบแว่วดังให้ได้ยินแถวอยู่บริเวณถนนด้านหน้าโรงเรียนจนทำให้สาวผิวเนียนหน้าใสต้องค่อยๆเดินออกไปดู
               ภาพที่เห็นก็คือ เจ้าแสนดีกำลังกระโดดโลดเต้นกับเด็กหนุ่มหน้าตาหมดจด ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาออกขาวจัดจนเกือบซีด ใบหน้าคมเข้ม  แววตาที่เงยหน้ามองตรงมาดูมีเสน่ห์เหมือนหยุดนิ่งทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ด้วยเวทมนตร์ คิ้วที่หนาคมเข้มรับกับใบหน้าเหลี่ยมพอเมาะพอเจาะ
 
                มะยมนึกในใจว่าผู้ชายคนนี้หล่อเข้มเป็นบ้า  แถมตัวก็ใหญ่เหมือนยักษ์ปักหลั่น พอเดินเข้าไปใกล้ตัวเองดูเตี้ยไปถนัดตา แต่ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีที่สายตาคมปลาบจดจ้องมองมา ก่อนจะหันกลับไปสาละวนหยอกเย้ากับเจ้าสมุนตัวดีด้วยความสนุกสนานประหนึ่งเคยเป็นเพื่อนรักกันมานานแสนนาน
 
           ความไม่ชอบใจเกิดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน รู้สึกไม่ถูกช ะตากับผู้ชายคนที่ยืนตรงหน้าในตอนนี้ขึ้นมาทันทีทันใด  จึงตวาดเน้นย้ำในเสียงไปว่า ..
 

           “ กลับบ้านเดี๋ยวนี้นะไอ้ตัวยุ่ง  คราวหน้าคราวหลังถ้าจะเล่นกับใครก็ดูตามม้าตาเรือซะมั่ง สมัยนี้รู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ ไม่รู้ใครเป็นใคร ไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ..” 

             “ บล็อก บล็อก ” เจ้าแสนดีส่งสัญญาณมาว่า “กำลังเล่นสนุก ยังไม่กลับไม่หรอกครับพี่มะยม”

          เด็กสาวรู้ดีว่าตอนนี้เจ้าหมาแสนดีกำลังห่วงเล่น ไม่สนใจคำสั่งอะไรทั้งสิ้นแล้ว
 
           แต่ก็ต้องลองปรามดูซักนิด “ แสนดีกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ .. จะไปหรือไม่ไป ”
 
          ทุกอย่างเหมือนเดิม  เจ้าแสนดียังคงห่วงเล่น บางครั้งหันรีหันขวางตัดสินใจไม่ถูกจะเอายังไงกันดีระหว่างเล่นกับเพื่อนใหม่หรือกลับบ้าน

          “ สงสัยอยากเจ็บตัว .. มานี่เลย ”
          มะยมส่ายตามองหากิ่งไม้ที่อยู่ใกล้แถวนั้นเพื่อจะลงโทษสมุนคู่ใจ  จนคนตัวสูงที่อยู่ในชุดกีฬาสีขาวสะอาดทั้งชุด ต้องพูดออกมาเป็นครั้งแรก ..

          “ ปล่อยให้มันเล่นกับผมสักพักเถอะครับมะยม เดี๋ยวเหนื่อยก็วิ่งกลับบ้านไปเองแหละ”

          เธอแปลกใจที่เด็กผู้ชายแปลกหน้าคนนี้รู้จักชื่อตัวเอง แถมกล้าตีสนิทสนมเหมือนคุ้นเคยกันมาก่อน
          “ นี่! นายไม่ใช่คนแถวนี้ใช่ไหม ”

          เขายิ้มร่าเริง โลกพลันสว่างไสวขึ้นมาฉับพลัน “ ครับผมคนกรุงเทพ  ขอแนะนำตัวเองเลยแล้วกัน ผมชื่อ  .. สุริยวงศ์ มาพักอยู่ที่ไร่บนเขาทางฟากโน้น พอตื่นขึ้นมาแต่เช้ามืด อากาศเย็นสบายสดชื่น เลยออกมาวิ่งเรียกเหงื่อ จนมาเจอเจ้าแสนดียืนเห่าทักทายอยู่ตรงนี่แหละครับ..” 

            เด็กหนุ่มนิรนามทั้งหน้าตาและชื่อเสียงพยายามอธิบายเรื่องราวความเป็นมาเพราะเกรงสาวหน้าใสยืนเท้าสะเอวตรงหน้าจะกระโดดงับคอเอาได้ง่ายๆ จึงแสร้งลูบหัวเจ้าตัวยุ่งไปพรางเล่าไปพราง จนคนฟังที่ยืนประจันหน้ากลับคิ้วขมวดคิ้วเข้าหากันโดยไม่มีสาเหตุ
            “ ตะกี้นายเรียกชื่อฉัน แล้วนี่รู้จักฉันได้ไง”

            มะยมกอดอกแล้วยืดตัวทำเสียงเข้มกระชากกระชั้น เพื่อให้อีกฝ่ายเข็ดขยาด  ทั้งที่ใจลึกๆ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนกรุงเทพหน้าตาเหมือนคนไม่เอาถ่านมารู้จักชื่อจักแซ่ตนเองได้ยังไง

          “ เอ่อ ! คือเมื่อวานผมไปรายงานตัวที่โรงเรียนเห็นรูปคุณติดที่บอร์ดเลยจำได้ครับ..”

          “ อ้าวนายเป็นนักเรียนใหม่เหรอ ! แต่เอ ...ไม่เห็นอาจารย์เมตตาบอกอะไรเลย สงสัยจะเพิ่งย้ายมา ”  เด็กสาวส่งเสียงพึมพำคล้ายจะบ่นออกมาเบา ๆ จนคนร่างสูงที่ยืนฟังอยู่ต้องถามย้ำอีกทีว่าพูดอะไร ..

          “ ว่าอะไรนะครับ ” 

          “ ปละ เปล่าไม่มีอะไร้ ฉันจะถามนายว่าอาจารย์เมตตาให้เรียนอยู่ห้องไหน ”

          “ ห้องทับหนึ่งห้องเดียวกับคุณนั่นแหละ  อาจารย์เมตตาบอกว่ามะยมเป็นหัวหน้าห้อง และมีบ้านอยู่แถวนี้  .. เช้านี้นับเป็นโอกาสดีเลยถือโอกาสมาทำความรู้จักเอาไว้ก่อนเผื่อจะมีอะไรให้ผมรับใช้ช่วยเหลือเรื่องอะไรก็ไม่ต้องเกรงใจกัน ..”

          “ ฉันไม่รบกวนนายหรอก แต่ถ้าจะให้ดีกรุณาอยู่ห่างๆไว้ดีกว่า .. ฉันไม่พิศวาสผู้ชาย”

                สุริยวงศ์ มีสีหน้างุนงงระคนแปลกใจที่สาวน้อยตาคม ใบหน้าคมขำ ผิวละเอียดเป็นสีน้ำผึ้ง ไฉนมาทำมาดกร่างคล้ายทอมบอยตามสมัยนิยม ดูพิลึกพิลั่นแบบแปลกๆคิดไม่ถึงว่าขนาดตนเองย้ายมาจากเมืองหลวงเมืองศิวิไลซ์ เพื่อมาหาความสงบสุขไร้มลพิษทางสังคมทุกรูปแบบไกลถึงท่าวังหิน อำเภอเล็กๆ ในจังหวัดชายแดนทางภาคเหนือ .. ยังมิวายที่ค่านิยมผิดเพศ ทั้งตุ๊ด แต๋ว กระเทย เก้ง กวาง เกย์ ทอม ดี้ จะระบาดลามมาถึงที่นี่ได้

          “ ว่าไง  .. เข้าใจในสิ่งที่ฉันพูดไหม  ถ้าเข้าใจฉันจะเข้าบ้าน พ่อรอกินข้าวอยู่ ..”

          “ ตามสบายเลย เดี๋ยวเราเจอกันที่โรงเรียนนะครับคุณมะยม ..” 

           สุริยวงศ์ตอบแล้วอมยิ้มที่มุมปาก จนมองเห็นสาวน้อยค้อนขวับอย่างลืมตัว ก่อนจะหันหลังไปในทันที  แต่มิวายจะดึงลากเจ้าแสนดีไปด้วยอย่างทุลักทุเล  
 
           เขายิ้มออกมาอย่างพอใจ รู้สึกดีใจที่ได้รู้จักกับมะยมอย่างที่ครูเมตตาแนะนำว่า .. .
 
            “ ถ้าอยากจะรู้จักท่าวังหินให้ดีพอ ต้องสนิทสนมกับทอมบอยประธานนักเรียนโรงเรียนท่าวังหินพิทยาคมให้ได้เสียก่อน .. ทุกอย่างจะง่ายดายขึ้น ..”
 
             สุริยวงศ์วิ่งย้อนกลับไปทางเดิม  คิดว่าการย้ายมาร่ำเรียนที่ท่าวังหินน่าจะมีอะไรสนุกทำมากมายกว่าอยู่ในกรุงเทพ .. ยิ่งเจออะไรประหลาดแบบเมื่อครู่เด็กหนุ่มถึงกับอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
----------------------------------