มะลิลอยแก้ว

Author: 
กนกลดา
ประเภท: 
นิยาย

 
เริ่มต้น
ทุกอยากถูกเนรมิตให้ใครก็ตามที่หลงเดินเข้ามา ลืมสิ้นไปแล้วว่าได้ยืนอยู่ทามกลางโลกมนุษย์ ดอกมะลิ ดอกรัก ดอกบัว และดอกกุหลาบสีขาวจากนอก ถูกนำมาใช้ประดับประดาได้งามงดงามและลงตัว จนบ้านหลังใหญ่ของเจ้าสั่วตงเส่งดูคล้ายเป็นดั่งสวนสวรรค์ด้วยฝีมือของนักจัดดอกไม้ระดับโลก และมือร้อยดอกไม้ชั้นครูอย่างหม่อมงามพรรณกับท่านหญิงป้าของว่าที่น้องสะใภ้ สุรีย์ทุ่มเงินไม่อั้นเพื่องานๆ นี้ คุณหญิงของท่านนายผล ยืนมองโดยรอบด้วยความภาคภูมิใจ
น้องชายคนเดียวแต่งงาน จะไม่ให้ทุ่มทุนสร้างได้อย่างไร และที่สำคัญ หล่อนโล่งอก ในที่สุดต้าเส่งก็ตัดใจขาดจากอรรัมภาได้เสียที เขาเจอคนที่ต้องการจะฝากชีวิตแล้ว ยังจะต้องกังวลอะไรอีก จบสิ้นกันที เรื่องบัดสีระหว่างพี่น้อง ตี่ตี๋กำลังจะได้เป็นสามีและพ่อ ดีใจที่สุดในรอบสิบเจ็ดปี คุณหญิงของท่านายพล ลงทุนถึงขนาด ตัดเสื้อผ้าใหม่ให้คนทั้งบ้าน ไม่เว้นแม้กระทั่งคนใช้
หากสายตาก็เหลือบขึ้นมองบน คงมีอีกเรื่องหนึ่งที่ยังต้องเป็นห่วง เจ้าสาวของต้าเส่งจะไหวไหมนี่ นัดเมคอัพอาร์ตทิสค่าตัวหลักหมื่นมาตั้งแต่ตีสี หากจนพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เจ้าสาวก็ยังไม่ได้แต่งหน้าทำผม ร้อนถึงอรรัมภาต้องเข้าไปดูแล คุณหญิงดาริกา ป่านนี้หล่อนจะหายจากอาการแพ้ท้องแล้วหรือยัง
ในที่สุดดาริกาก็สามารถลุกขึ้นมาให้ช่างเสริมความงามระดับประเทศ แต่งหน้าทำผมอย่างโงนเงน น้ำขิงกับขนมปังปิ้งของอรรัมภา ช่วยหล่อนได้มาก หากก็เสียเวลาไปร่วมหลายชั่วโมง เกือบจะเจ็ดโมงแล้ว แต่เจ้าสาวยังแต่งตัวไม่เสร็จ ต้าเส่งพูดถูก หล่อนกำลังทรมานตัวเอง
“อยากจะได้งานใหญ่โตแค่ไหน ผมก็จัดให้ได้ ว่าแต่คุณหญิงเถอะ จะไหวเหรอ ทำไมไม่จัดกันแค่เล็กๆ เชิญเฉพาะญาติกับเพื่อนที่สนิทล่ะ เล็กๆ ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่สมเกียรติ์คุณหญิงนี่นา”
ใครบอกกัน ว่าหล่อนต้องการพิธีวิวาห์ใหญ่โตหรูหรา ดาริกาเองก็เห็นด้วยกับต้าเส่ง อาการแพ้ท้องที่เป็นมาร่วมเดือนไม่เหมาะแก่การเป็นเจ้าสาวอยากตรากตรำ นั่งหลังขดหลังแข็ง ตั้งแต่ยังไม่ทันสว่างจรดดึก เพื่อประกอบพิธีตามขั้นตอนโดยครบถ้วนกระบวนการ
เป็นหม่อมมารดาของหล่อนต่างหาก ที่เรียกร้องอะไรแบบนั้น
“ก่อนทาลิปสติก กินอาหารเช้าก่อนนะคะคุณหญิง เดี๋ยวงานเริ่มแล้วคงจะยุ่งจนไม่มีเวลา” ช่างแต่งหน้าเดินออกไปอย่างรู้หน้าที่ อาหารเช้าที่ถูกจัดสรรมาอย่างดีถูกวางลงตรงหน้า สลัดมะเขือเทศน้ำใส พายสตรอเบอรี่ กับน้ำส้มคั้น สมกับเป็นพยาบาลเก่า พี่สามีของหล่อนเข้าใจทำ แบบนี้สิ ค่อยพอกลืนได้หน่อย ดาริกาตักอาหารเข้าปากอย่างว่าง่าย หล่อนเองก็หิวอยู่ไม่น้อย แต่การจะหาอะไรที่เห็นแล้วไม่วิ่งไปอาเจียนนั้นยากเต็มที หญิงสาวช้อนตาขึ้นมองพี่ของว่าที่สามี
เมตตาอาธรกับผู้คน อบอุ่นอ่อนโยนอย่างหาใครเปรียบ มิน่าเล่า น้องชายของหล่อนจึงหลงรักผู้หญิงคนนี้อย่างหัวปักหัวปำ
“แม่จ๋า หนูมะลิออกไปข้างนอกนะ” หลานสาวนอกสำมะโนประชากรของหล่อน ซึ่งนั่งเงียบอยู่นานที่มุมห้องลุกขึ้น เด็กป่าเด็กเขาคนนั้นอยู่ในชุดกระโปรงผ้าไหมฟูฟ่องแค่เข่า สีชมพูเกือบขาว เหมือนนางฟ้าน้อยๆ ไม่มีผิด นราธรจะว่าอย่างไรบ้างถ้าได้เห็นลูกสาวที่ไม่เคยรู้ตัวว่ามีของเขาในวันนี้ ดาริกาทราบดีว่า น้องชายรักและเอ็นดูเด็กคนนี้มากมายเพียงใด มันเหมือนจะไม่มีเหตุผล แต่... นี่ใช่ไหมสัญชาตญาณ ของความเป็น... พ่อ...  
มาลาตีเดินออกมาข้างนอกโดยไม่รอให้คำร้องขอได้รับอนุญาต น่าเบื่อจะตายนั่งอยู่เฉยๆ ดูคนแต่งหน้าทำผม ออกไปรับลมสักหน่อยก็ดี ยืดเส้นยืดสายอบอุ่นร่างกายสักสองสามที อีกประเดี๋ยวก็ต้องไปเข้าประจำทำหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายแล้ว หล่อนต้องเป็นคนถือพานรองสังข์ เชิญแขกมามืดฟ้ามัวดิน คงได้ยืนจนขาแข็งเป็นแน่
สายลมเย็นทำให้ได้รู้ว่านี่คือด้านนอก มาลาตีปิดประตูอย่างเบามือ โล่งใจไปอีกเปราะ วันนี้น้าชายจะแต่งงาน คนที่หล่อนต้องคอยระแวดระวัง หมดอิสรภาพ มีเจ้าของไปอีกหนึ่ง คนที่คอยวอแวแม่อร คงเหลือก็แค่อิพี่ลูกตาลเท่านั้น แต่กำจัดไม่ยากหรอก อ่อนหัดขี้ขลาดตาขาวออกอย่างนั้น
หากคิดถึงผี ผีก็มา คนที่หล่อนนึกบริภาษไปเมื่อครู่ เดินยิ้มแฉ่งมาแต่ไกล มาลาตี แทบจะหันหลังกลับเข้าห้องไปเสียเดี๋ยวนี้ จะรีบไปเฝ้าแม่อร
“หนูมะลิ” ร้องเรียกอย่างทำเนียนตีซี้ สาวน้อยเหลือกตามองบน เซ็ง ใครใช้ให้เรียก อยากเสวนาด้วยตายล่ะ หากว่าการหนี ไม่ใช่ทางของมาลาตี หล่อนเตรียมพร้อมประจันหน้าท้ารบ ในขณะที่ร่างสูงวิ่งเข้ามา แต่ว่าก็ว่าเหอะ วันนี้อิพี่ลูกตาลหล่ออะ ตานี่ใส่สีเทาขึ้นดีแท้
สูทสีเทา เสื้อเชิ้ตตัวในสีควันบุหรี่ เน็กไทสีชมพูกลีบบัว คุณป้าจงใจเลือกมา เพื่อให้เข้ากับชุดกระโปรงของหล่อนโดยเฉพาะ มาลาตีกับณนนท์ เด็กเพียงสองคนในบ้าน ได้รับมอบหมายให้ถือพานรองสังข์คู่กัน มาลาตีหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
“มีอะไร” ห้วนห้าวเหมือนมะนาวไม่มีน้ำอีกแล้ว เด็กสาวเอาตัวเข้าบังประตู ภาพนั้นสร้างความขบขันให้คนซึ่งถูกกันท่าได้ไม่น้อย แหม... หวงแม่ซะ ชายหนุ่มคิด แต่ว่าก็ว่าเหอะ วันนี้นังเสมริฟ์มันน่ารักไม่เบา โดนมารดาของเขาจับขัดสีฉวีวรรณเสียจน ไม่หลงเหลือเค้าคราบความเป็นบ้านนอกให้ได้เห็นเหมือนอย่างเคย วิ้งค์เชียว นังนี่มันแต่งตัวขึ้นว่ะ จะว่าไปก็มีเค้าของคุณหญิงน้าสะใภ้อยู่ไม่น้อย ก็แน่ล่ะ หม่อมราชวงศ์ดาริกาเป็นคู่แฝดกับพ่อนังเตี้ยนี่นา ณนนท์มองนอกสาวนอกสายเลือดอย่างชื่นชม อ้าว ตกลงยายมะลิเน่านี่เป็นคนสวยหรอกหรือ
“คุณแม่ให้มารับ” เขาอ้างคำสั่งมารดา ซึ่งก็หาได้โกหก คุณหญิงสุรีย์บอกให้ชายหนุ่มมาตามมาลาตีจริงๆ เพื่อลงไปเตรียมพร้อมให้ขบวนขันหมาก นอกเหนือไปจากการถือพานรองสังข์ ทั้งคู่ได้ทำหน้าที่ถือห่อเงินกับห่อทองคู่กัน
อยู่ดีๆ ณนนท์ก็หัวใจเต้นโครมครามอย่างไม่มีเหตุผล แล้วมันจะเต้นทำไมอะ แค่ยายมะลิมันถอดรูปแค่เนี้ย สวยใสเป็นตุ๊กตากระเบื้องออสเตรีย มันก็น่ารักดีอยู่หรอก แต่เฮอะ ไม่ใช่สเป็กสักหน่อย น้าอรต่างหากสเป็ก
หากการมารับของณนนท์ก็คงจะต้องเป็นหมัน เมื่อร่างสูงของใครคนหนึ่งตรงดิ่งเข้ามา นราธรรีบสาวเท้าเข้ามาทันที เมื่อไม่สบอารมณ์กับภาพที่เห็น เจ้าหมอนั่นมันบังอาจเข้าใกล้หนูมะลิ ลูกสาวข้าใครอย่างแตะ หม่อมราชวงศ์หนุ่มเอาตัวกันมาลาตีออกมาให้ห่างจากพี่ชายนอกสายเลือดทันที
“เหอะ หวง” ณนนท์คิด “โถ... คุณพ่อ... แล้วยายมะลิมันรู้รึเปล่านั่นว่าคุณเป็นใคร จะหวงเอาอะไร อีกอย่างหนึ่ง ผมคงคิดที่จะจีบลูกสาวคุณพ่ออยู่หรอกนะ” คิดแล้วก็แอบหัวเราะในใจอยู่คนเดียว ท่าจะบ้า
“หนูมะลิ มากับผมหน่อยเถอะ” คุยกันอยู่แค่สองคน ทำราวกับใครบางคนไม่มีตัวตน หากใครคนนั้นก็หาได้กระเทือน ไม่ใช่น้าอร เชิดใส่
“ผมอยากให้หนูมะลิไปพบกับใครคนหนึ่ง”
“เห็นทีว่าคงจะไม่ได้” คนไม่มีตัวตนกล่าวขึ้นมา อย่างอารมณ์อยากจะกวนตีสใครจะทำไม นายลูกตาลคิด อันที่จริงนังมะลิจะไปขึ้นสวรรค์ลงนรกที่ไหน เขาไม่สนหรอก แต่หมั่นไส้อะ เชอะ นายอาจารย์หม่อม ทำเป็นคุณพ่อหวงลูกสาว
“หนูมะลิต้องไปเตรียมตัวเข้าร่วมขบวนขันหมาก คุณแม่ผมให้มาตาม”
 
สองมือเรียวเล็ก กระพุ่มไหว้แล้วกราบลงบนตักของสุภาพสตรีสูงวัยซึ่งนั่งอยู่เหนือหล่อน สาวน้อยทำตามที่อาจารย์หม่อมของหล่อนสั่งอย่างว่าง่าย นั่งลงบนพื้น แล้วแสดงความเคารพ เคารพอย่างเด็กคนหนึ่งเคารพญาติผู้ใหญ่ มาลาตีไม่เข้าใจ ว่าอาจารย์หม่อมพาหล่อนมากราบผู้หญิงคนนี้เพื่ออะไร ถึงจะแม้จะรู้ว่านั่นคือแม่ของอาจารย์หม่อมก็เถอะ ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องทำความรู้จักกันถึงขนาดนี้ หล่อนไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลานสักหน่อย
ซึ่งคนที่ไม่เข้าใจ ก็หาใช่มีมาลาตีเพียงคนเดียว งามพรรณเองก็เช่นกัน เด็กสาวแปลกหน้าคนนี้เป็นใคร ทำไมลูกชายต้องพามาให้หล่อนรู้จัก พามากราบ ซ้ำยังแนะนำให้รู้จักในฐานะหม่อมย่า หญิงสูงวัยหันไปมองต้นเหตุแห่งความไม่เข้าใจเพื่อขอคำตอบ
“หลานสาวคุณอติรุจครับหม่อมแม่” หากก็หาได้กระจ่าง หลานสาวของลูกเขย แล้วไง ถ้าเป็นหลานสาวของเขย ตามหลักแล้ว หล่อนต้องเป็นยายจึงจะถูกไม่ใช่ย่า หรือว่า...
หญิงสูงวัยก้มลงไปมองร่างบางที่นั่งอยู่ข้างล่างอีกครั้ง เมื่อลูกชายกล่าวขึ้นมาว่า...
“น่ารักไหมครับ”
“นะ.. น่ารักจ้ะ” งามพรรณตอบ หล่อนเหงื่อตกพลางถามตนเองว่า ‘นี่มันอะไรกัน’หญิงสูงวัยเงยหน้าขึ้นมา แล้วก้มลงมอง ทำเช่นนั้นอย่างซ้ำไปซ้ำมา ‘เหมือนกันราวถอดแบบ’ นราธรต้องการจะบอกอะไร คนที่จะเหมือนกันได้ถึงเพียงนี้ มันมีแค่สองกรณี หนึ่งคือพ่อลูก สองคือคู่บุพเพ
ไม่อยากจะเดา ไม่อยากจะคาด ไม่อยากจะคิด เพราะไม่ว่าข้อคะเนอันใดจะเป็นจริง หล่อนก็ไม่อาจจะรับได้อยู่ดี เด็กสาวคนนั้นเพิ่งจะอายุสิบหก หลานสาวนายอติรุจ ไอ้พวกลูกหลานเจ๊ก
หากเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก็เป็นเสมือนหนึ่งระฆังช่วย ให้งามพรรณ หยุดความหวาดผวาไปได้ชั่วขณะ และณนนท์ก็เดินเข้ามาอย่างไม่สนใจว่าใครจะอนุญาตหรือไม่
“ไม่มีมารยาท” งามพรรณบริภาษในใจ “ไอ้พวกเจ๊ก ไม่อยากจะเสวนาวิสาสะด้วยซ้ำ กล้ำกลืนฝืนใจต้องคบค้าสมสมาคม ไม่จำเป็นก็ไม่อยากจะดองเป็นอะไรกันทั้งนั้น ดาริกาท้องไปแล้วหรอกนะ จึงจำใจให้แต่งงาน ไม่เช่นนั้นนะหรือ จ้างให้ ก็ไม่มีทาง แม้แต่จะไปถึงไหนต่อไหนกันยิ่งกว่านี้ก็เถอะ”
“ไปเหอะ หนูมะลิ คุณแม่ให้มาตาม” ว่าออกไปอย่างไม่สนใจใคร “เขาตั้งขบวนขั้นหมากกันแล้ว” งามพรรณจึงแอบค้อนเข้าให้ พลางนึก...
“ดูมันทำ ผู้หลักผู้ใหญ่นั่งอยู่ก็ตะโกนข้ามหัว สมบัติผู้ดีไม่มีสักกระผลิ เหมือนน้าของมันไม่มีผิด ไหนว่าเป็นศิษย์เก่าอีตันกันทั้งบ้าน มารยาทางสังคมมีอะไรบ้าง ไม่รู้หรอกหรือ”
หากเพียงแค่นึก ใครบางคนก็ดูเหมือนจะได้ยิน ซ้ำยังต่อคำในความคิดของตนเองออกไปอย่างที่ไม่มีใครได้ยินว่า
“อันที่จริง ไอ้มารยาทน่ะ มันก็มีอยู่หรอก แต่มีให้กับคนอื่น ไม่ใช่พวกคุณ ทำอะไรไว้กับน้าอร คนบ้านนี้ไม่เคยมีใครให้อภัย” เรื่องราวเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน อย่าคิดว่าเขาเป็นเด็ก แล้วเขาจะไม่รู้อะไร ณนนท์รู้ทุกอย่างที่ผู้ใหญ่ทุกคนรู้นั่นแหละ รู้แม้ว่าจะไม่เคยมีใครบอก
หลังจากมีคนมาด่าอากง ครอบครัวของเขาต้องแตกสานซ่านเซน น้าอรหนีออกจากบ้าน เขากับน้าชายถูกส่งไปอยู่เมืองนอก ต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ก่อนเวลาอันควร เมื่ออากงไม่ต้องการให้ลูกหลานของท่าน โดนใครดูถูกดูแคลน ว่าต่ำต้อยด้อยค่า เป็นไอ้พวกลูกเจ๊กหลานเจ๊กสลัมขายน้ำปลาอีก และที่เลวร้ายที่สุด น้าสาวที่เขาหลงรัก ท้องไม่มีพ่อ
ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด คือ หญิงสูงวัยผู้สูงศักดิ์คนนี้ ดีนะ ที่นอกจากชายหนุ่ม คนทั้งครอบครัวยังไมมีใครรู้ ถ้ารู้ เขาไม่อยากจะจินตนาการ บรรยากาศโดยรอบเริ่มอึมครึม หากมาลาตีก็เป็นคนยุติความมืดมนอนธการนั่นเสีย หล่อนกราบลงบนตักของงามพรรณอีกครั้งแล้วลุกออกมา เมื่อรู้หน้าที่ ได้เวลาที่ต้องไปทำงานตามที่คุณหญิงป้ามอบหมาย ณนนท์จึงไม่รอช้าที่จะเดินตามน้องสาวนอกสายเลือดไปติดๆ ทั้งห้องจึงเหลือเพียงหม่อมราชวงศ์นราธรและหม่อมงามพรรณผู้เป็นมารดา หล่อนจึงเอ่ยปากถามเรื่องที่ค้างคาใจเมื่อครู่
“นี่มันอะไรกันชาย ลูกให้หลานสาวนายอติรุจมากราบแม่ทำไม”
“คือ” เขาอึกอักเล็กน้อย “หนูมะลิเป็นลูกของผมครับ ผมอยากให้แกได้กราบหม่อมย่า”
“หมายความว่ายังไง” หล่อนใจหล่นวูบ ไม่อยากให้เป็น แต่ก็เป็นไปแล้ว
“ก็หมายความว่า ผมเจอตัวอรแล้วน่ะสิครับ อรเป็นพี่สาวของคุณอติรุจ และเป็นแม่ของหนูมะลิ”
 
โทษทีที่หายไปนาน ไม่สบายอยู่หลายวัน ^_^
 Always smile and always hold yourself together with always saying “Hello, Thank you and I love you”, on everyday, miracles will happen to you.
So, “hello, Thank you for being all my inspiration and I love you.”
 
พูดคุย เสนอแนะ อ่านนิยาย หรือจะด่าก็ได้ ที่ FACEBOOK กนกลดา/หวานใส/ชมนาด เชิญธงไชย แล้วอย่าลืมกด LIKE เพื่อรับข่าวสารจากไรท์เตอร์น้า...