มะลิลอยแก้ว

Author: 
กนกลดา
ประเภท: 
นิยาย

กลัว
 
เขาไม่แปลกใจนักหรอก ที่นายอาจารย์หม่อมอะไรนั่น จะหุนหันกลับไปโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ เพราะณนนท์คงจะเป็นคนเดียวที่รู้ดีเทียวล่ะ ว่าเรื่องของเรื่อง มันคืออะไร
ซึ่งก็เริ่มต้นด้วย เสียงร้องเพลงอันน่าสยดสยองของผู้เป็นมารดานั่นล่ะ ที่ทำให้ชายหนุ่มต้องลุกออกมา หลังจากที่นายคุณชายหมอเดินออกมาก่อนหน้าเขาได้เพียงแค่ไม่กี่นาที
ไม่ได้ตั้งใจจะแอบดู หรือแม้แต่จะแอบฟังก็ไม่ได้ตั้งใจ แค่เผอิญเดินผ่านมา แล้วก็ไม่อาจจะเดินผ่านไป ก็เลยหลบอยู่หลังพุ่มไม้ ณนนท์จึงได้รู้ และจึงได้เห็น ชายหนุ่มรู้แล้ว ว่าใครเป็นพ่อของยายมะลิ
แต่จะรู้ไปทำไมมี รู้ แล้วไงล่ะ รู้ไปกลับแย่ยิ่งกว่าไม่รู้เสียอีก เมื่อสิ่งที่ได้รับรู้ ก่อให้เกิดความไม่สบายใจขึ้นมาเป็นอย่างหนัก นายนั่นกับน้าอร...
แต่จะว่าก็ว่าเหอะ นี้มันอะไรกัน ไหงถึงได้บังเอิญนักล่ะ มีงี้ด้วยหรือ อย่างกะละครน้ำเน่า นังเด็กดอยมีพ่อเป็นหม่อมราชวงศ์ และที่สำคัญ...
เฮ้ย... เวร... ลำพังอิน้าต้าคนเดียว ก็เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างจะตายอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ ราวกับผีซ้ำด้ำพลอย เมื่อมันดันมีไอ้อาจารย์หม่อมหน้าหยกเพิ่มขึ้นมาอีกคน ซึ่งจะว่าไป ก็หน้ากลัวกว่าอิน้าต้าหลายเท่า เมื่อขานั้น อย่างเก่ง ก็เป็นได้แค่มดแดงแฝงพวงมะม่วง ที่ทำได้แต่เพียงนั่งเฝ้านอนเฝ้ามะม่วงไปวันๆ เพราะเป็นน้องในไส้ และกำลังจะมีเมีย ผิดกับคนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นพ่อของลูกอย่างลิบลับ นายอาจารย์หมอคุณชาย ทิ้งห่างอิน้าต้า เสียจนไม่เห็นฝุ่น
ก็แหงล่ะ เมื่อคนมันเคยมีใจให้กัน มีใจให้กันอย่างรุนแรงเสียด้วยสิ(ไม่อย่างนั้น นังหนูมะลิคงจะไม่มีวันได้เกิดมา เพื่อเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขาแน่ๆ มิน่าล่ะ สงสัยมาตั้งนานแล้ว ว่าทำไมถึงได้เหมือนนายนั่นเด๊ะๆ อย่างกะพ่อลูก มิหนำซ้ำยังเตี้ยไซด์เดี่ยวกันกับว่าที่น้าสะใภ้ของชายหนุ่ม ซึ่งเป็นพี่สาวฝาแฝดของไอ้ศัตรูหัวใจเข้าไปอีก)
เรื่องแบบนี้ ไม่ต้องคาดไม่ต้องเดา ก็เห็นๆ กันอยู่ ว่าใครจะมาวิน เมื่อน้าอรของเขายังคงอาลัยอาวรณ์หมอนั่นอย่างไม่เสื่อมคลาย(ไม่เข้าใจอยู่เหมือนกัน ทั้งๆ ที่ยังรัก แต่ทำไมถึงต้องเสือกไสไล่สง) ไม่เช่นนั้นก็คงจะหาผัวใหม่ไปนานแล้ว จริงไหม
แต่เรื่องอะไรเขาจะยอมจำนนท์ต่อโชคชะตา เมื่อชายหนุ่มเห็นน้าอรก่อน ณนนท์รักน้าอรมาก่อนที่นายนั่นจะรู้จักยอดดวงใจของเขาเสียด้วยซ้ำไป ชายหนุ่มไม่มีวันยอมให้ไอ้หน้าไหนๆ มาฉกเอานางที่เขาให้หล่อนมาอยู่ในฝันร่วมเกือบทั้งชีวิต ไปครอบครองได้ง่ายๆ เป็นอันขาด
แต่จะทำอย่างไรดีล่ะ นายคุณชายหมออะไรนั่น นอกจากจะเป็นอดีตรักในวัยเรียนของน้าอรแล้ว หน้าตาของมัน ก็หล่อขั้นเทพ หน้าที่การงานของมัน ก็เป็นถึง อาจารย์นายแพทย์ หม่อมราชวงศ์ นามสกุลของมัน ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไฮโซสูงส่งมาตั้งแต่เกิด ไม่ใช่พวกเศรษฐีหน้าใหม่อย่างเขาและครอบครัว และก็ยังมีอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนเพรียกพร้อมไปเสียหมด หรือจะว่าอย่างภาษาชาวบ้าน อิตาอาจารย์หม่อม พ่อของยายมะลินี่ มันช่างเพอร์เฟคไปเสียทุกกระเบียดนิ้ว
หัวสมองจึงต้องคิดๆ คิดแล้วประมวลผล สายตาสอดส่ายไปเรื่อย เมื่อยังคิดไม่ออก จนสุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ที่ใครคนหนึ่ง ซึ่งกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการร้องเพลง ร่างสูงกระถดตัวเข้าไปใกล้ทันที นังหลักกิโลจึงหันมา หน้าตาของหล่อนมันบ่งบอก ‘งง’ อิพี่ลูกตาลจะทำอะไรของมัน และเพลงที่หล่อนร้อง ก็จบลงพอดี
“มีอะไร” ห้วนซะมิมี หากก็มีแต่เพียงยายสเมริฟนี่แหละ ที่จะเป็นตัวกลางในการปูทางอันโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ(จริงเหรอพี่ลูกตาล) ในการเชื่อมสายสัมพันธ์ไปสู่น้าอรอย่างที่เขาจะเป็นต่อ ‘เราต้องเอานังมะลิมาเป็นพวกให้จงได้’ ณนนท์คิด
“เปล่าจ้ะ แค่อยากจะถาม ว่าพรุ่งนี้หนูมะลิจะไปเรียนพิเศษไหม” กล่าวอย่างหงอๆ ยอมให้ก็เพราะน้าอรหรอกนะ
“ไป” ยังคงห้วนห้าวเป็นมะนาวไม่มีน้ำ “ถามทำไม”
“คือพรุ่งนี้พี่ว่าง ให้พี่ไปส่งนะ” โปรยยิ้มอย่างใจดีสู้เสือ ยิ้มแหยๆ แห้งๆ
“ไม่ต้อง พี่นิ่มมารับอยู่แล้ว เราไม่อยากโดนใครด่าโดนใครตบอีก” ผ่าง พี่ลูกตาลหน้าหงาย ไปไม่ถูกเลยนะเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อ เห็นหน้าตาซื่อๆ เซ่อๆ เป็นบ้านนอกอย่างนี้ กัดเจ็บไม่ใช่เล่น ซึ่งยายมะลิ พอได้ทีก็เอาใหญ่ “คิดอะไรอยู่ เรารู้นะ ไม่ต้องมาทำตีซี้ ใครที่มันคิดไม่ซื่อกับแม่อร เราไม่คบเป็นอะไรด้วยทั้งนั้น นอกจากศัตรู” ประโยคนี้ดังพอที่จะลอยไปเข้าหูคุณหญิงป้า
“หนูมะลิ” คุณหญิงสุรีย์จึงต้องออกปากปราม พรางคิดในใจอย่างออกระอา แม่คนนี้นี่นะ... เฮ้อ... หวงแม่จนของขึ้นอีกแล้ว ไอ้ลูกตาลก็เหมือนกัน เมื่อไหร่มันจะเลิกคิดเพ้อเจ้อ วางแผนจีบน้าของมันเสียที
และในขณะเดียวกัน
รถยนต์คันงามหยุดที่หน้าบ้านหลังขนาดกลาง ซึ่งโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ นายแพทย์โอรัสซึ่งกำลังยืนรดน้ำต้นไม้ที่เพิ่งจะเอาลงดินอยู่หน้าบ้าน ถึงค้างไปในทันที
กลิ่นยางรถยนต์ถูกความร้อนลอยมาเข้าจมูก เหยียบเบรกเสียงสนั่นจนล้อไหม้ คาดว่าคงมีเรื่องด่วน แต่ใครกันที่โผล่มาอย่างร้อนรนในเวลานี้
และร่างสูงที่ก้าวลงมาจากยานพาหนะคันงาม ก็ทำให้เขาได้คำตอบ หม่อมราชวงศ์นราธรพรวดลงมาจากแคมรี่สีดำ กระโจนเข้ามาเกาะรั้วอย่างจะมาหาเรื่องจนประตูอัลลอยด์สั่นแทบจะหลุด จนแม้แต่คนที่เป็นนักควบคุมสติอารมณ์มืออาชีพอย่างโอรัสถึงกับผงะหนี หากเขากลับกระพุ่มมือไหว้
“อาจารย์สวัสดีครับ” กล่าวอย่างกระวนกระวาย นายแพทย์รุ่นพี่จึงต้องรับไหว้อย่างงงๆ และก็ต้องงงต่อ เมื่อนายแพทย์รุ่นน้องโพล่งออกมาว่า
“หนูมะลิเป็นลูกของผม”
“อ้าว เฮ้ย...” เขาสบถในใจ แม้จะทั้งงงและทั้งอึ้ง ถึงสิ่งที่เพิ่งจะได้ยิน แต่โอรัสก็ยังคงควบคุมตัวเองเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ต้องขอขอบคุณวิชาจิตวิทยาที่ได้ร่ำเรียนมา เขาจึงหันไปหาลูกชายวัยเก้าขวบซึ่งช่วยกันลงต้นไม้ที่ไปขนซื้อมาจากสวนจตุจักจนดึก เมื่อไม่อยากปล่อยทิ้งเอาไว้จนถึงเย็นวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นวันทำงานวันแรกของสัปดาห์
“น้องจอมเข้าบ้านไปอาบน้ำนอนได้แล้วลูก แล้วบอกคุณแม่ด้วย ว่าพ่อมีแขก หาน้ำกับของว่างให้แขกด้วย” รู้ดีว่าเรื่องมันคงยาว ดีไม่ดีอาจจะถึงเช้า และไม่ใช่เรื่องที่เด็กเก้าขวบอย่างลูกชายของเขาจะอยู่ฟัง
“ครับ” เด็กน้อยทำตามอย่างว่าง่าย เขาหันหลังแล้ววิ่งเข้าไปในบ้าน บ้านในแบบที่เศรษฐีไม่ควรจะมาอยู่ ซึ่งโอรัสก็จัดได้ว่าเป็นเศรษฐีคนหนึ่ง
นายแพทย์รุ่นพี่เดินไปเปิดประตูรั้ว ร่างสูงพรวดเข้ามาอย่างลนลาน ในขณะที่โอรัสควบคุมสติอารมณ์ของตัวเองได้ แต่นราธรไม่ เขาเกาะกุมร่างของคนเป็นอาจารย์เอาไว้ พลางเขย่าตัวชายหนุ่มจนหัวคลอน
“ผมเจออรแล้ว ผมเจออรแล้ว” นราธรกล่าวซ้ำๆ อย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก
“ใจเย็น คุณชายหมอ” นายแพทย์รุ่นพี่พยายามปลอบให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มสงบลง “ผมว่า มีอะไรก็เข้าไปคุยกันในบ้านจะดีกว่า”
มาถึงวันนี้ นราธรคงจะยอมรับได้แล้วว่า ไม่มีใครชนะตลอดไป และไม่มีใคร ได้ทุกสิ่งดังใจปรารถนา มีของบางอย่าง ที่ต้องใช้ยิ่งกว่าความพยายามจึงจะได้มา และคำว่าผิดหวัง ก็คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องพานพบ
คาดเดาจากสีหน้าและท่าทางที่ได้เห็น จากประสบการณ์กว่าสิบปีของนักแก้ปัญหาชีวิตมืออาชีพ นายแพทย์หม่อมราชวงศ์ผู้เพรียกพร้อมคนนี้ คงถูกเธอคนนั้นปฏิเสธมา หรือไม่ หากแย่ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหล่อนคงทำเป็นไม่รู้จัก
“นี่ล่ะชีวิต นราธร” เขากล่าวในใจ “และมันก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”
 
หากเปรียบนราธรคือแสงสว่าง ดาริกาก็เป็นเสมือนเงามืดที่ไรตัวตน ในขณะที่พี่สาวผู้เกิดก่อนเพียงไม่กี่นาทีคือความไม่เอาถ่านไม่เอาไหน หม่อมราชวงศ์หนุ่มคือความเพรียกพร้อมสมบูรณ์แบบ เขาฉลาดหัวดีเข้าขั้นอัจฉริยะ มีรูปร่างหน้าตาที่งดงามหมดจด และเป็นทายาทผู้สืบราชสกุลเพียงหนึ่งเดียวของหม่อมเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ ด้วยเหตุที่กระมังที่ทำให้เขาได้รับการยกเว้น ปกป้อง และเป็นที่รัก ผิดกับคนเป็นพี่สาวฝาแฝดลิบลับ
ในวัยเด็ก หม่อมราชวงศ์นราธร เจริญเติบโตขึ้นท่ามกลางการยกย่องและชื่นชมในสายตาของผู้คน คุณชายน้อยเป็นที่สนใจของญาติมิตร เขาถูกวางเอาไว้บนหิ้ง จึงไม่เคยได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการต่อรองของผู้เป็นแม่ ยามเมื่อต้องไปตามราวีเหล่าหม่อมเล็กๆ นอกวังของผู้เป็นพ่อ ในขณะที่ดาริกาไม่อาจจะรอดพ้น หม่อมราชวงศ์หญิงตัวน้อยถูกแม่พาไปเพื่อประชดท่านพ่อตั้งแต่หล่อนจำความได้ หญิงต้องเห็นภาพการทะเลาะ และด่าท่อของบุพการีทั้งสองจนชินตา
ด้วยความแตกต่างที่มีให้เห็นอย่างชัดเจนระหว่างตนเองกับพี่สาวนี่ล่ะ ที่ก่อให้เกิดความกลัวขึ้นมาในจิตใจของหม่อมราชวงศ์ชายตัวน้อยผู้เป็นความคาดหวังของใครต่อใคร เขาเป็นที่รักเพราะอะไร พี่สาวของเขากลายเป็นคนไม่มีตัวตนเพราะอะไร ราชนิกูลหนุ่มผู้เพรียกพร้อมจึงเติบโตขึ้นพร้อมกับความรู้สึกอันไม่มั่นคงอย่างรุนแรง นราธรคิดเสมอ หากวันหนึ่งเขาต้องกลายเป็นอย่างดาริกา ยังจะมีใครรักเขาอีกหรือไม่
และแล้ว ความคลอนแคลนในหัวใจเหล่านั้นก็ได้หายไป เมื่อเขาได้รับความรักจากเด็กสาวคนหนึ่ง ความรักของหล่อนไม่เคยมีเงื่อนไข ไม่ว่าเขาจะเป็นแค่เพียงไอ้ตั้มเด็กหนุ่มกะโหลกกะลาข้างห้อง หรือหม่อมราชวงศ์นราธรผู้เพรียกพร้อม หัวใจของเธอคนนั้นก็ไม่เคยจะเปลี่ยนแปลง อ้อมกอดของหล่อนยังคงอุ่นเสมอ โดยไม่เคยเลือกว่าเขาเป็นใคร ด้วยเหตุนี้สินะสาวน้อยคนนั้นที่ชื่ออรรัมภา จึงยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจตราบเท่าวันนี้ เมื่อไม่เคยมีใครรักเขาได้อย่างหล่อน และที่ยิ่งไปกว่านั้นนราธร แพ้ไม่เป็น
“อรหนีไปทั้งๆ ที่กำลังท้องลูกของผมอยู่เนี่ยนะ”
นายแพทย์หนุ่มใหญ่ นั่งฟัง คนตรงหน้า พล่ามระบายความทุกข์อย่างตั้งใจ เกือบชั่วโมงแล้วที่เขาต้องนั่งฟังนราธรพูดอะไรต่อมิอะไรออกมา ที่มันทั้งสบสน และจับต้นชนปลายแทบจะไม่ถูก
“เอาล่ะคุณชายหมอ” เขาตัดบท เมื่อคิดว่าได้ข้อมูลครบแล้ว เรื่องของเรื่อง ก็คือนราธรรู้ความจริงเร็วเกินไป ชายหนุ่มตั้งตัวไม่ทัน แต่ในเมื่อมันรู้ไปแล้ว ก็ต้องช่วยกันหาทางออก
“ฟังผมนะ ไม่ว่าอรจะทำเป็นไม่รู้จักคุณหรืออะไรก็ช่าง แต่นี่คือเรื่องที่น่ายินดีที่สุด คุณไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการรอยคอยอีกต่อไป เพราะอย่างน้อยตอนนี้ คุณก็หาอรเจอแล้ว คุณรู้แล้วว่าเธออยู่ที่ไหน และตราบใดที่คุณรู้ว่าอรอยู่ที่ไหน ตราบนั้นคุณก็ยังมีความหวัง ส่วนเรื่องของหนูมะลิ นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่ายินดี เด็กคนนั้นเป็นลูกสาวของคุณ อะไรจะโชคดีปานนี้ เมียหายไปเป็นสิบกว่าปี อยู่ดีๆ ก็กลับมาพร้อมกับลูกสาว คุณได้เป็นพ่อของเด็กที่เกิดจากผู้หญิงที่คุณรัก มันแย่ตรงไหน ไม่ต้องไปหาเหตุผล ว่าทำไมอะไรยังไง ปล่อยให้อดีตมันกลายเป็นอดีต นับตั้งแต่วันนี้ ขอให้เริ่มต้นใหม่ มันจะเป็นไรไปถ้าคุณจะเริ่มต้นจีบแม่ของลูกอีกครั้ง”
“แต่อร”
“ไม่ต้องไปสนใจ” เขาไม่ปล่อยให้คู่สนทนาได้แย้ง “อรทำเป็นไม่รู้จักคุณแล้วไง มีกฎหมายข้อไหนห้ามคุณจีบเธอ ไม่รู้จักก็ไม่รู้จัก คุณก็เล่นตามน้ำ จีบเธอแบบทำเป็นไม่รู้จักกันนั่นแหละ ทำเหมือนว่าปิ๊ง เหมือนรักแรกพบอะไรทำนองนั้นนั่นแหละ เข้าใจไหมเล่นตามน้ำน่ะ”
“แต่ถ้าอรไล่ผมอีกล่ะ”
“ก็ตื้อสิคุณ จะกลัวไปทำไม” ความผิดหวังครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต ทำให้คนที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง “ทีเมื่อก่อนคุณยังวิ่งตามอรต้อยๆๆๆ มันจะเป็นไรไป ตอนนี้ถ้าคุณจะทำแบบนั้นอีก รู้จักรึเปล่า ตื้อเท่านั้นที่ครองโลกน่ะ เดี๋ยวผมจะวางแผนให้ ไม่ต้องกลัวว่าเธอจะพาลูกหนีเข้าป่าไปอีก ทำตามวิธีของผม รับรองเวิรค์”    
 
เรือนผมเส้นเล็กละเอียดถูกแปรงอย่างบรรจงด้วยมือของผู้เป็นแม่ หล่อนหวีผมให้ลูกสาวก่อนนอนอย่างที่เคยทำ หากแต่คราวนี้มันกลับไม่เหมือนดังทุกวันที่ผ่านมา เมื่อสติสตางค์ของอรรัมภาไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว คนเป็นแม่เอาแต่เหม่อลอย หล่อนเฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็น เมื่อได้เป็นแม่ จึงเข้าใจหัวอกของความเป็นแม่ เรื่องราวระหว่างหล่อนกับนราธร ไม่อยากจบ มันก็ต้องจบ
ในที่สุดมือที่กำลังสางผมให้ลูกสาวก็หยุดแล้วแช่นิ่ง มาลาตีจึงต้องหันมา แม่อรเป็นแบบนี้อีกแล้ว
“แม่จ๋า” เด็กสาวร้องเรียก หากร่างบางก็ยังคงหยุดนิ่งอยู่ในห้วงนึก “แม่จ๋า” มาลาตีจึงส่งเสียงให้ดังขึ้น แต่ก็ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม่ของหล่อนยังคงอยู่ในสภาวะเลื่อนลอย เสียงแหวของลูกสาวจึงดังออกมาพร้อมกับการเขย่าตัวมารดาอย่างรุนแรง เมื่อความไม่พอใจเกิดขึ้นมาอย่างฉับพลัน อาการแบบนี้ จะเป็นอะไรไปได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่...
“แม่จ๋า” เด็กสาวเกรี้ยวกราด อรรัมภาจึงถึงกับสะดุ้ง หล่อนมองหน้ามาลาตีอย่างมึนงง “คิดถึงไอ้ผู้ชายคนนั้นอีกแล้วใช่ไหม” เด็กสาวโกรธ
“พอเสียทีเถอะ เลิกคิดถึงมันได้แล้ว”
“หนูมะลิ” อรรัมภากล่าวเพื่อปราม “อย่าก้าวร้าวพ่อ”
“มันไม่ใช่พ่อของหนูมะลิ มันแค่ทำให้หนูมะลิเกิดมา มันไม่ได้เป็นอะไรกับเรา หนูมะลิเกลียดมัน” สาวน้อยแผดเสียงลั่น
“หนูมะลิ” อรรัมภาปรามลูกอีกครั้ง
“แม่ไม่ต้องมาทำเป็นดุหนูมะลิ แม่ห้ามหนูมะลิไม่ให้เกลียดมันไม่ได้หรอก แล้วแม่ก็ควรจะลืมไอ้ผู้ชายคนนั้นได้แล้ว มันทำอะไรไว้กับสองคน แม่ไม่เจ็บใช่ไหม ถ้าไม่มีมัน ชีวิตของแม่ก็คงไม่ต้องมาตกระกำลำบาก หนูมะลิก็ไม่ต้องเกิดมาให้ใครชี้หน้าว่าเป็นนังเด็กกาละกินี เรามีกันแค่สองคนมานานแล้วนะแม่ และเราก็อยู่กันมาได้ ไม่ต้องมีมันเราก็อยู่กันได้ แม่เลิกหวังลมๆ แล้งๆ เสียทีว่ามันจะกลับมา เพราะถ้ามันยังมีแม่อยู่ในหัวใจ มันตามหาเรานานแล้ว แต่ถ้าวันนี้ ถึงมันจะกลับมา หนูมะลิก็จะไม่มีวันยอมให้มันมาเป็นอะไรกับเราทั้งนั้น แม่ต้องอยู่กับหนูมะลิแค่สองคน คนอื่นหนูมะลิไม่เอา”
 
ปีพุทธศักราช 2539
“เอ้า... อาเง็กเน้ย” เถ้าแก่ตงเส่งวางซองเอกสารลงตรงหน้าลูกสาว หล่อนหยิบมันขึ้นมา แล้วเปิดซองดึงเอกสารในนั้นออกมาดู มันคือโฉนดที่ดินจำนวนสามไร่ บนถนนสุขุมวิท “มีคนเอามาจำนองไว้กับอั๊วนานแล้ว อีไม่ส่งดอก อั๊วเลยยึด สมัยก่อนที่แถวนั้นมันไม่ค่อยมีค่าอะไรนักหรอก เจ้าของเลยปล่อยหลุด ไม่เหมือนตอนนี้ มีคนมาขอซื้อ อั๊วก็เลยแบ่งขาย จนเหลือสามไร่”
“แล้วเตียเอามาให้ฉันทำไม” หล่อนไม่เข้าใจ “จะให้เอาไปขายอีกเหรอ”
“เปล่า” ว่าพลางก็วางเช็คที่ลงลายมือชื่อเรียบร้อยลงตรงหน้าอีกครั้ง “อั๊วจะให้ลื้อเอาไปปลูกคฤหาสน์ เช็คนี้ลื้อเอาไปกรอกตัวเลขเอาเอง ใบแรกเป็นค่าสร้างบ้าน ใบที่สองอั๊วให้ลื้อเอาไปลงทุนทำนิคมอุตสาหกรรมอะไรที่ลื้อเคยเล่าให้อั๊วฟังนั่นแหละ แต่ลื้อต้องไปเจรจากับพวกชาวชุมชนเอาเอง ว่าเขาจะยอมยกที่ดินให้ลื้อหรือเปล่า”
“เกิดอะไรขึ้นหรือเตีย” เง็กเน้ยถามอย่างเป็นกังวล เตียของหล่อนเป็นคนอย่างไร ผู้เป็นลูกย่อมรู้ดี เรื่องการร่วมโรงน้ำปลา เพื่อนำที่ดินมาทำนิคมอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องใหม่ หล่อนเสนอผู้เป็นพ่อมาแล้วนับไม่รู้กี่หน แต่ผลที่ได้ คือการถูกด่าอย่างเปิดเปิง เถ้าแก่ตงเส่งไม่เคยเห็นด้วย เมื่อเขายังคงผูกพันอยู่กับผู้คน และถิ่นที่อยู่ ซึ่งรวมตัวกันจนเป็นชุมชนใหญ่ มาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ การเปลี่ยนใจอย่างฉับพลันทันใด จึงสร้างความประหลาดใจให้หล่อนอยู่ไม่น้อย มันต้องมีอะไรบางอย่าง แล้วเตียก็กล่าวมันออกมา
“เมื่อก่อนอั๊วเคยคิดว่า คนเรานับถือกันที่คุณงามความดี ความขยันหมั่นเพียร ความซื่อสัจสุจริต ทรัพย์สินเงินทอง มันก็แค่ของนอกกาย มีเท่าที่ได้ใช้ได้อยู่ แค่นี้ก็พอแล้ว แต่อั๊วคิดผิด ถ้าอั๊วมีบ้านสวยๆ ให้พวกลื้อได้อวดใครๆ มีรถเก๋งแพงๆ ให้พวกลื้อได้นั่ง คนก็คงจะมาดูถูกพวกลื้อไม่ได้” น้ำเสียงนั้น เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“ส่วนคฤหาสน์น่ะ เอาให้หรูที่สุด ใหญ่ที่สุดเลยนะ อะไรที่พวกคนรวยเขาใช้ ลื้อใส่เข้าไปให้หมด ขาดเหลือเท่าไหร่เบิกได้เต็มที่ อั๊วจ่ายไม่อั้น อ๋อ แล้วลื้อก็ไปจัดการซื้อรถให้อั๊วด้วย เอารถยุโรปล่ะ ป้ายแดงนะ มือสองไม่เอา ซื้อมาให้ครบคน รวมผัวลื้อเข้าไปด้วย ต่อไปนี้ ลูกอั๊ว หลานอั๊ว หรือแม้แต่ลูกเขยอั๊ว จะกระจอกไม่ได้”
ปีพุทธศักราช 2556
คำพูดของเตียเมื่อสิบกว่าปีก่อน ต้าเส่งได้ยินทุกคำ และจำอย่างไม่เคยลืม เพราะหยาดน้ำตาของอรรัมภา เพราะความเจ็บปวดของเตีย บ้านหลังนี้จึงได้ถูกสร้างขึ้น และเขาก็ไม่เคยข่มตาให้หลับได้แม้แต่สักคืน เมื่อยามใดก็ตาม ที่ต้องมาค้างยังที่แห่งนี้ คฤหาสน์ราคานับร้อยล้านบนที่ดินสามไร่ในย่านคนรวยของถนนสุขุมวิท อติรุจเกลียดมัน
ร่างสูงนอนเบิกตาโพลง เอาแขนก่ายหน้าผากมองฝ่าความมืด ล่วงเข้าสู่วันใหม่ไปแล้ว หากชายหนุ่มยังคงตื่น ผิดกับคนที่นอนเคียงข้าง ดาริกาหลับไปตั้งแต่หัวค่ำ และหลับเป็นตาย ต้าเส่งพลิกตัวไปหาร่างบางที่เอาแต่หลับตาไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“คงจะเพลีย” เขาพึมพำ นับวันอาการแพ้ท้องของหล่อน ก็มีแต่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มกังวลถึงวันแต่งงานที่กำลังจะมาถึง “แบบนี้จะไหวเร้อ... หญิงต้อง เดี๋ยวเป็นลม เดี๋ยวอ้วก”
การคิดถึงเรื่องแต่งงาน ทำให้ร่างสูงต้องลุกพรวด รู้สึกไม่สบายใจ เมื่อมันพาลให้ไพล่นึกไปถึงการปรากฏกายของใครบางคน และอิสรภาพของเขา ที่กำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า ต้าเส่งรักหญิงต้องหรือไม่ ถามตัวเองนับร้อยครั้ง คำตอบที่ได้มาทุกครั้งก็คือรัก หากว่าหัวใจก็ยังคงหวั่นไหวอยู่กับใครบางคนอย่างไม่เคยสิ้นสุด ชายหนุ่มกระโจนออกไปจากเตียง หลายเรื่องประดังประเด ว้าวุ่นจนไม่อาจจะอยู่ร่วมห้องกับว่าที่เจ้าสาวได้อีกต่อไป ต้าเส่งเดินออกไปภายนอก
ลมเย็นจากสวนกลางบ้าน ซึ่งเป็นส่วนโอเพ่นแอร์ พัดมาโฉบกาย หากก็ไม่อาจทำให้ร่างสูงคลายความกระวนกระวายใจลงไปได้ ไม่ใช่ว่าจะไม่อยากแต่งงาน ไม่ใช่ว่าจะยังไม่พร้อม และไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ได้รักดาริกา แต่คนที่ชายหนุ่มอยากร่วมชีวิต คืออรรัมภาต่างหาก แต่มันเป็นไปไม่ได้ ร่างสูงเดินอย่างสะเปะสะปะจนพาตัวเองลงมาสู่ชั้นล่าง
คนนอนไม่หลับ หาได้มีเขาเพียงคนเดียว อรรัมภาก็เช่นกัน หญิงสาวก็สับสนวุ่นวายใจจนข่มตานอนไม่ได้ ต้าเส่งหยุดชะงัก ร่างบางอยู่ในชุดนอนตามแบบของหล่อน ผ้าถุงกรอมข้อเท้า เสื้อผ้าฝ้ายสีขาวแขนตุ๊กตา ท่ามกลางแม้กไม้ไพรพฤกษ์ ที่ขึ้นครึ่มอยู่กลางบ้าน บริสุทธิ์งดงามอะไรเช่นนี้ เหมือนนางฟ้ามากกว่าจะเป็นคน
“นอนไม่หลับเหมือนกันหรือตี่ตี๋” พี่สาวร้องทักพลางยิ้มให้ หากก็หาได้มีคำตอบใดจากปากของคนเป็นน้องชาย ร่างสูงตรงดิ่งเข้ามาหา อติรุจรวบตัวพี่สาวเข้ามากอด
“อร เราไปอยู่เมืองนอกกันไหม” ชายหนุ่มตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาไม่ได้แค่ชวนเล่นๆ คนๆ นี้ต่างหาก ที่เขาอยากจะผูกพัน อรรัมภาต่างหาก ที่เขาอยากจะวางชีวิตเอาไว้ตรงแทบเท้า
“ไปทำไมเมืองนอก” หล่อนถามอย่างใสซื่อ
“ไปอยู่นั่น ไปแล้วไม่ต้องกลับมาเมืองไทยอีก เราจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน มีผม มีอร แล้วก็หนูมะลิ เราจะช่วยกันสร้างครอบครัว ผมจะเป็นพ่อของหนูมะลิเอง” กล่าวออกมาอย่างว้าวุ่นใจ แต่ก็หาได้พูดพล่อย การปรากฏกายของชายคนนั้น ทำให้ต้าเส่งทุรนทุราย เขารู้แล้วว่าใครเป็นพ่อของหลานสาว ทุกคนปล่อยให้ชายคนนั้นเดินเข้าเดินออกในบ้านของเขาเป็นว่าเล่นอยู่นาน โดยที่ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวรู้สึกระแคะระคาย ทั้งๆ ที่หม่อมราชวงศ์นราธรเหมือนมาลาตีราวกับถอดแบบ
และที่สำคัญ นายแพทย์หม่อมราชวงศ์คนนั้น ได้พบกับอรรัมภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายคนนั้นยังคงรักพี่สาวของเขาอย่างเต็มหัวใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็น สามารถมองเห็นได้จากระเบียงชั้นสองเมื่อเขาต้องขึ้นมาดูแลว่าที่เจ้าสาวที่เกิดอาการแพ้ท้องอย่างหนัก น้องชายฝาแฝดของดาริกาต้องกลับมาอีกแน่
“พูดอะไรบ้าๆ ตี่ตี๋” อรรัมภากล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ หากน้ำเสียงยังคงเยือกเย็น หล่อนดิ้นรนจนหลุดออกจากอ้อมกอดของน้องชาย
“ผมไม่ได้พูดบ้าๆ” ร่างสูงเถียง ใจจะขาดอยู่แล้วที่จะต้องแต่งงาน แทบจะอยู่ไม่ได้เมื่อพ่อของมาลาตีปรากฏตัว มันเป็นความกลัวโดยแท้ อติรุจกลัวไปหมด
“เธอกำลังจะแต่งงานนะตี่ตี๋”
“ผมไม่ได้อยากแต่งงาน ผมอยากอยู่กับอร ผมอยากเป็นพ่อของหนูมะลิ เราหนีไปด้วยกันเถอะ” กล่าวออกแล้วความในใจ หากผลที่ได้คือความเจ็บปวด เมื่ออรรัมภามองเขาอย่างตำหนิ หล่อนคร้านจะเถียง หญิงสาวหันหลังแล้วรีบเดินหนี
“อรรู้ใช่ไหม ว่าผมคิดยังไงกับอร ผมไม่เคยเห็นอรเป็นพี่สาว ในสายตาของผม อรคือผู้หญิงคนหนึ่ง” เท้าบางที่ก้าวไปจึงหยุดหญิงสาวหันมา
“เธอไม่ได้คิดกับพี่แบบนั้น ตี่ตี๋”
“ผมรักอร”
“พี่ก็รักเธอ น้องชายของพี่”
 
สูญสิ้นอิสรภาพ
 
 
พูดคุย เสนอแนะ อ่านนิยาย หรือจะด่าก็ได้ ที่ FACEBOOK กนกลดา/หวานใส/ชมนาด เชิญธงไชย แล้วอย่าลืมกด LIKE เพื่อรับข่าวสารจากไรท์เตอร์น้า...