มะลิลอยแก้ว

Author: 
กนกลดา
ประเภท: 
นิยาย

สุขสันต์วันเกิด๒
 
ปีพุทธศักราช 2539
“ไอ้โอรัส มึง” ทันทีที่เขาหันมา หมัดลุ่นๆ ก็กระแทกลงบนใบหน้า นายแพทย์หนุ่ม หงายท้อง ลงไปนอนกองอยู่บนพื้นทันที เสียงหวีดร้องดังสนั่น นราธรปรี่เข้าไปหา ร่างสูงจึงถูกล็อกตัวเอาไว้ โดยคนที่อยู่แถวนั้น เด็กหนุ่มพยายามดิ้นรน
“ปล่อย ๆ ไอ้โอรัสมึงเอาเมียกูไปซ่อนไว้ที่ไหน” เขาแผดเสียง ผู้คนมากมายเริ่มวิ่งเข้ามาดู
“อะไร” โอรัสถูกพยุงให้ลุกขึ้น ชายหนุ่มมึนจนเห็นดาว “นี่คุณพูดเรื่องอะไร ใครเป็นเมียคุณ” เขาเช็ดเลือดที่มุมปาก”
“ไม่ต้องมาทำเซ่อ มึงเอาเมียกูไปซ่อนไว้ที่ไหน มึงเอาเมียกูคืนมานะ อรอยู่ไหน” เป็นอีกครั้งที่เขาแผดเสียงลั่น ทันทีที่ถูกพาออกจากโรงพยาบาล นราธรอาศัยจังหวะ ที่พ่อและพี่สาวเผลอ แอบหนีมาที่นี่ เมื่อรู้ดีว่า โอรัสมักจะเดินผ่านที่ตรงนี้ เป็นประจำ เพื่อไปรับประทานอาหารกลางวัน
“อย่าพูดอะไรที่จะทำให้อรเสียหาย” นายแพทย์รุ่นพี่กล่าวเตือน หากว่าเด็กหนุ่มรุ่นน้องก็ไม่ได้อยู่ในสภาวะที่จะฟังอะไรอีกแล้ว นราธรสะบัดร่างที่กำลังล็อกเขาเอาไว้ จนชายหนุ่มทั้งสองปลิ้วไปกันคนละทิศละทาง
“ไอ้โอรัส มึงแย่งเมียกู มึงอย่าอยู่เลย” ร่างสูงปรี่จะเข้าทำร้ายนายแพทย์หนุ่มอีกครั้ง หากว่าเขาก็ต้องหยุดชะงัก
“หยุดนะ” พยาบาลสาวคนหนึ่งกระโจนเข้ามาขวาง หล่อนคือธารทิพย์ เพื่อนสนิทของอรรัมภา
“พี่แจ๋มหลีกไป” เขาแผดเสียง “ไอ้โอรัสมันแย่งเมียผม ผมจะเอาเมียของผมคืน”
“ไม่หลีก” หล่อนแหวใส่อย่างไม่กลัวเกรง “ไม่มีใครแย่งเมียใครไปทั้งนั้น หยุดประจานอรได้แล้ว เธอเห็นอรเป็นผู้หญิงแบบไหน ถึงได้พูดออกมาอย่างนั้น ที่อรหายไป พี่โอเขาไม่ได้เกี่ยว เขาไม่รู้เรื่อง พี่เป็นพยานได้ พวกเราเจอกันทุกวัน” หล่อนได้รับการบรรจุให้เป็นพยาบาลวิชาชีพ ประจำแผนกจิตเวช
“แล้วถ้ามันไม่ได้เอาอรไป อรจะหายไปไหน” อารมณ์ของเขายังคงพุ่งพล่าน
“ไม่รู้ ไม่มีใครรู้ พวกเราที่นี่ไม่มีใครรู้ทั้งนั้นว่าอรอยู่ไหน รู้แต่ว่า อรมาลาออก แล้วเขาก็หายไปเลย ตั้มไปเสียเถอะ พวกพี่สัญญาว่าจะไม่เอาเรื่อง พวกเราทุกคนจะไม่พูด แต่ถ้าตั้มยังไม่ยอมจบล่ะก็ เกิดอาจารย์มาเห็นเข้า พวกพี่ไม่รู้ด้วยนะ”
“ชายตั้ม” เสียเรียกนั้นทำให้ทุกๆ คนต้องหยุด เด็กสาวหน้าตาดีคนหนึ่งวิ่งเข้ามา “หาแทบแย่ ทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น” หล่อนมองผู้คนที่เข้ามายืนมุงดูอย่างฉงนฉงาย ดูท่า มันต้องมีเรื่องอะไรสักอย่าง
“ไม่มีอะไรหรอกครับ” โอรัสจึงแทรกขึ้นมาเพื่อที่จะได้ยุติปัญหา “คุณรีบพาเขาไปเสียเถอะ พาเขากลับบ้านไปพักผ่อน”
 
ปีพุทธศักราช 2556
ในที่สุด ต้าเส่งก็เป็นฝ่ายชนะ ชุดวิวาห์ลูกไม้ดิออร์สีขาวนวล พร้อมกับชุดหมั้น และชุดรดน้ำ ซึ่งเขาเป็นฝ่ายเลือกเองทั้งหมด ราวกับตัวจะเป็นเจ้าสาวเสียเองก็ไม่ปาน จึงได้มานอนอยู่ท้ายรถ เมื่อดาริกา ทำตามที่คุณเกรซแนะนำ
“ยอมๆ เขาไปเถอะค่ะคุณหญิง คนแบบต้าเส่ง ขืนไปทะเลาะด้วย ไม่มีทางจบ สภาวะผู้นำขึ้นสมองอย่างนั้น เขาอยากจะคิด อยากจะตัดสินใจแทนเรา ก็ปล่อยเขาเถอะค่ะ ถ้าจะให้เกรซเดา ที่ต้าเขาทำไป ก็คงจะเป็นเพราะรักคุณหญิงมากนั่นแหละ คนไม่โรแมนติกก็คงจะเป็นอย่างนี้ พอเกิดรักใครขึ้นมา ก็เลยไปไม่เป็น แล้วทำตัวงี่เง่าๆ เกรซว่าเขาก็คงจะเขินด้วย ก็เลยชอบแสดงอะไรบ้าๆ บอๆ ออกมา สงสัยอารมณ์เด็กอนุบาลจะเข้าสิ่ง เคยได้ยินไหมคะ เด็กผู้ชาย ชอบทำตัวร้ายๆ กับเด็กผู้หญิงที่ตัวเองชอบ”
ร่างบางปรายตามองคนที่กำลังจดจ่ออยู่กับการขับรถ ‘รักหรือ?’ หญิงสาวหัวเราะขมในลำคอ ก็อาจจะใช่ ดาริกาจำได้ว่า เมื่อสิบกว่าปีก่อน อดีตเด็กหนุ่มตัวสูงใหญ่ต่างโรงเรียนคนนี้ พยายามทุกวิถีทางที่จะเข้ามาพูด เข้ามาคุย ทั้งๆ ที่บทสรุปสุดท้าย ก็คือ การที่เขามักจะถูกหล่อนไล่ตะเพิดออกไปทุกครั้งก็ตาม น่ารักอะ
วันเวลาผ่านไป ผู้คนมักเปลี่ยนแปลง ต้าเส่งเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน ทั้งสุภาพ ทั้งอ่อนโยน ความน่ารักของเขามันได้ตราตรึงอยู่ในหัวใจของหญิงต้องอย่างไม่เคยลบเลือน ซึ่งก็ผิดกับในตอนนี้ลิบลับ
“เดี๋ยวเราจะไปบ้านพี่สาวผม” เขาบอก และก็แค่บอก ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่าต้องไปห้ามปฏิเสธ ว่าที่สามีของหล่อนไม่ได้ถามความต้องการใดๆ ทั้งๆ ที่ในตอนนี้ ดาริกาอยากกลับบ้านใจแทบขาด หล่อนวิงเวียนและอ่อนเพลีย จนอยากจะกระโจนขึ้นเตียงแล้วนอนหลับไปจนถึงรุ่งเช้า “วันนี้วันเกิดหนูมะลิ พี่สาวของผมเขาจัดงานฉลอง แต่ก็มีเฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้น ซึ่งก็หมายถึงคุณด้วย”
โลกทั้งโลกโครงเครงจนต้องหลับตา ใบหน้าของหล่อนซีดขาวราวกับกระดาษ ตัวของต้าเส่งเองก็รู้ แต่เขายังจะให้หล่อนไปร่วมฉลองวันเกิดให้กับหลานสาวของเขาเนี่ยนะ นายเจ๊กขายน้ำปลา นี่นายไม่คิดจะถามสักคำเลยหรือ ว่าคนที่นายเอาแต่บงการออกคำสั่ง สั่งๆๆ และสั่งๆๆ นั้น จะไหวบ้างหรือเปล่า หากต้าเส่งก็มีแผนการที่ได้วางเอาไว้หมดแล้ว
“ผมรู้ว่าคุณไม่ค่อยสบาย เอาน่า แค่ไปให้พวกพี่ๆ กับหลานๆ ของผมเห็นว่าคุณมาสักสองสามนาที ถ้าไม่ไหวจริงๆ คุณค่อยขึ้นไปพักที่ห้องของผมก็ได้” ความรู้ใหม่ ในบ้านหลังนั้น นายเจ๊กขายน้ำปลา ก็มีห้องส่วนตัวกับเขาด้วยเหมือนกัน คุณหญิงสุรีย์ได้เตรียมเอาไว้ให้กับน้องชายคนเดียว นับตั้งแต่สร้างคฤหาสน์หลังนั้นเสร็จ แต่เขากลับได้มีโอกาสเข้าไปใช้เพียงแค่ไม่กี่ครั้ง หญิงสาวถอนใจออกมาอย่างไรแก่นสาร ปรือตาขึ้นมามองออกไปภายนอก เมื่อรู้สึกถึงการหยุดนิ่ง ที่ยาวนานจนผิดสังเกต
ฝนตกรถติด หรือแม้แต่ฝนไม่ตก รถก็ยังติด เป็นเรื่องธรรมดาของกรุงเทพฯ ดังนั้น จากซอยทองหล่อ ไปจนถึงบ้านของเขา มันก็ต้องสูญเวลาในการเดินทางไปอย่างยาวนานจนไม่น่าเชื่อ ในขณะที่นายเจ๊กขายน้ำปลา ยังคงสั่งๆๆๆ และสั่งต่อไปได้เรื่อยๆ
“หนวกหู น่ารำคาญ เดี๋ยวก็อ้วกใส่เสียหรอก” ดาริกาคิด
“ส่วนของขวัญของเราสองคน ผมก็เตรียมเอาไว้แล้ว ผมซื้อมาตั้งแต่เมื่อวาน” เขาว่าพลางยิ้มกริ่ม ดูท่า จะภูมิใจกับเจ้าของขวัญอันนั้นอยู่ไม่น้อย อติรุจเอื้อมมือไปเปิดเก๊ะด้านที่ดาริกานั่ง เขาหยิบกล่องซึ่งได้ห่อกระดาษผูกโบว์ออกมา แล้วส่งให้หญิงสาว
“อะ คุณถือเอาไว้นะ” เขาบอก เมื่อใกล้จะถึงบ้าน “เป็นนาฬิกาข้อมือน่ะ ผมเห็นหนูมะลิยังไม่มีใช้ ผมก็เลยซื้อให้แก”
ดาริการับไป แล้วก้มลงมองกล่องในมืออย่างพิจารณา กระดาษที่ห่อ บ่งบอกถึงสิ่งของที่อยู่ภายใน นาฬิกาแบรนด์ในฝันของเด็กหญิงวัยรุ่น ที่ขึ้นชื่อว่ามีรูปลักษณ์อันแปลกตา สีสันแสบทรวง และราคาแสนแพง(สำหรับสาวน้อยอายุสิบหก)
“ขอให้หนูมะลิชอบมันนะ” ชายหนุ่มตั้งความหวัง ความหวังในการเชื่อมสัมพันธไมตรี ตั้งแต่มีเรื่องกันในวันนั้น แม้มาลาตีจะเดินเข้ามาขอโทษชายหนุ่ม แต่เขาก็ยังเข้าหน้าหล่อนไม่ติด
รถยนต์คันงามพุ่งตรงเข้าไปในอานาบริเวร ทันทีที่ประตูซึ่งถูกควบคุมด้วยรีโมตเปิดออก ต้าเส่งขับรถเข้าไปจอดยังหน้าบ้าน คนรับใช้ชายเดินเข้ามา ชายหนุ่มส่งกุญแจรถไปให้ เขาไม่สนใจสิ่งใดอีก ดอกเตอร์อติรุจเดินเข้าไปจูงมือคนที่กำลังจะกลายมาเป็นภรรยาของตนเองในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แล้วนำหล่อนให้เดินไปด้วยกัน
“ขอโทษทีที่มาช้า” ชายหนุ่มกล่าวเสียงดังอย่างอารมณ์ดี “รถติดเป็นบ้า กว่าจะมาถึงได้” หากอติรุจกับว่าที่ภรรยา ก็หาใช่แขกคนสุดท้ายที่เพิ่งจะมาถึง
“ขอโทษครับ” เสียงที่ดังอย่างนุ่มทุ่มทำให้ชายหนุ่มและหม่อมราชวงศ์สาวต้องหันไป “พอดีรถติดเลยมาช้า สุขสันต์วันเกิดครับหนูมะลิ” ดาริกาต้องเบิกตากว้าง หัวใจของหล่อนหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ชายตั้ม” ในที่สุดก็ไม่มีอะไร จะกีดกั้น ความรักอันมั่นคงเอาไว้ได้ ดาริกาเป็นลมล้มลงไปในทันที ต้าเส่งรับร่างบางเอาไว้ได้ ก่อนที่หล่อนจะร่วงกระแทกพื้น
สิ้นสุดฤาเริ่มต้น
“ไม่ทราบว่าห้องน้ำไปทางไหนครับ”
“ทางนั้นค่ะ เดินตรงไปเลี้ยวซ้าย” สุรีย์บอก นราธรจึงลุกพรวดออกมาทันที อันที่จริง เขาไม่ได้มีธุระอันใดที่ห้องน้ำ ความสับสนว้าวุ่นใจ ไม่อาจจะทำให้เขาอยู่เฉยได้อีกต่อไป
จี้เพชรสีชมพูรูปมาคีย์ประดับด้วยตัวนกทองคำขาว ซึ่งชายหนุ่มได้รับมาจากหม่อมย่า เมื่อก่อนที่ท่านจะสิ้น อยู่บนคอของเด็กคนนั้น
“ของขวัญวันเกิดจากแม่อรค่ะ แม่อรให้หนูมะลิ” คำตอบของหล่อนก่อให้เกิดอาการกระวนกระวาย อดีตที่นอนนิ่งอยู่ในความทรงจำจึงหวนคืนมา อย่างที่เคยหวนคืนมาเสมอ หากทว่าในครั้งนี้มันชัดเจนกว่าเรื่องใดๆ ที่ได้เคยระลึกถึง สร้อยคอนั่น...
“อร ตั้มให้อร สุขสันต์วันเกิด” นานมาแล้ว เขาเคยสวมมันลงบนคอระหงของหญิงอันเป็นที่รัก
“ตั้ม” หล่อนทำหน้าเหมือนจะกระอักกระอ่วนกับของขวัญอันจี๊ดจ้อยแต่สูงไปด้วยมูลค่าชิ้นนั้น
“ตั้มให้ ตั้มอยากให้” เขายืนยัน “มันสมควรจะเป็นของอร หม่อมย่าให้ตั้มมา ก่อนที่ท่านจะเสีย” ในวันที่หม่อมย่าของชายหนุ่มจะจากไป ท่านเรียกหลานๆ ทั้งสามคนเข้าไปพบเพื่อมอบทรัพย์สินเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่นราธรและพี่สาว ซึ่งส่วนใหญ่ ก็เป็นเครื่องประดับสำหรับเด็กผู้หญิง รติมา และดาริกา จึงได้ของแต่งตัวพวกนั้นไปเกือบทั้งหมด
ดังนั้น สิ่งที่เหลือตกมาถึงมือของหม่อมราชวงศ์หนุ่มน้อยจึงมีเพียง พระเครื่อง นาฬิกาพก และพระธำมรงค์เพียงไม่กี่ชิ้น ซึ่งหม่อมย่าเก็บเอาไว้เป็นของดูต่างพระพักตร์เสด็จปู่ ร่วมไปถึงจี้เพชรเส้นนั้น
“มันเป็นของขวัญชิ้นแรก ที่ย่าได้รับประทานมาจากเสด็จปู่ ย่าให้ตั้ม เก็บเอาไว้นะ เก็บเอาไว้มอบให้กับคนที่ตั้มรัก และแน่ใจว่าจะร่วมชีวิตด้วย”
นี่มันเกิดอะไรขึ้น หม่อมราชวงศ์หนุ่มสับสนไปหมด มันมีโอกาสเป็นไปได้ในหลายๆ ทางๆ อรรัมภาอาจจะขายมัน หรือไม่แน่ว่าอาจจะถูกขโมยหรือหาย สร้อยนั้นจึงมาอยู่ในมือของอรรัมภาอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นแม่ของมารตี หากอีกนัยหนึ่งอาจจะเป็นไปได้หรือไม่ ว่าอรรัมภาคนนั้น คืออรรัมภาที่เขายังคงปักใจรักอยู่เสมอ ถ้าหากใช่ หนูมะลิ... หากยังไม่ทันจะได้คิดต่อ ข้อกังขาหนึ่งก็ผุดขึ้นมาหักล้าง
ไม่น่าจะเป็นไปได้ คฤหาสน์หลังใหญ่โตเช่นนี้ ไม่มีทางที่หญิงคนรักของเขาจะอยู่ที่นี่ บ้านที่อรรัมภาเคยอยู่ บ้านของหล่อน ชายหนุ่มเคยเห็นอยู่ครั้งหนึ่ง เห็นแต่ไกลๆ มันไม่แตกต่างอันใดจากชุมชนแออัด ห้องแถวไม้เก่าๆแบบจีน ปลูกกันเรียงรายอย่างเบียดเสียด คนที่มีชีวิตความเป็นอยู่แบบนั้น ไม่น่าที่จะมีฐานะร่ำรวยจนเข้าขั้นมหาเศรษฐี
แม้อรรัมภาจะเคยบอก ว่าพ่อเลี้ยงของหล่อนมีเงินมีทองมากมาย แต่จะอย่างไรก็ตาม ด้วยอาชีพขายน้ำปลากรอกขวดรายได้วันล่ะไม่กี่สตางค์ จะหาเงินได้มากมายขนาดไหน ฐานะแบบนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะมีเงินเป็นร้อยล้านมาปลูกคฤหาสน์หลังใหญ่โต หรูหรา และกว้างขวาง อยู่ในซอยสุขุมวิท24  ซ้ำร้าย อรรัมภาคนนั้น ก็ยังมีนามสกุลรั้งท้ายชื่อ ว่าตั้งสุจริต ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดี ว่านี่คือนามสกุลของตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย
หากเดินมาได้เพียงสักพัก ร่างสูงก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อมีเสียงของคนที่กำลังคุยกันดังลอยมาเข้าหู หนึ่งในนั้นเขารู้สึกคุ้นเคยเป็นยิ่งนัก
“คุณหญิงดาริกาเป็นอย่างไรบ้าง”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ ตอนนี้นอนพักอยู่ที่ห้องของคุณต้า คุณต้าว่าคืนนี้คงจะให้ค้างเสียที่นี่ คุณหญิงไม่สบายมาก คงกลับบ้านไม่ไหวแน่ ก็เลยสั่งให้หนู มาขอยืมเสื้อผ้า จะเป็นของคุณอร หรือของคุณหนูมะลิก็ได้ ให้คุณหญิงเปลี่ยน” หล่อนว่าพลางวางจานขนมเค้ก กับแก้วเครื่องดื่มลงตรงหน้าเจ้านายสาว
“ได้จ๊ะ ฉันจะจัดการให้” อรรัมภารับปาก “อีกสักประเดี๋ยว เธอก็ตามฉันขึ้นไปบนห้องก็แล้วกัน ขอฉันกินขนมวันเกิดของลูกสาวเสียก่อน ฉันไม่ได้เข้าไปข้างใน ก็ของฉลองให้หนูมะลิอยู่ตรงนี้”
“แล้วทำไมคุณอรไม่เข้าไปฉลองกับพวกคุณๆ ล่ะค่ะ มาหลบอยู่ตรงนี้ทำไม งานวันเกิดของคุณหนูมะลิสนุกจะตาย ตอนนี้ก้กำลังร้องคาราโอเกะกันอยู่” สาวใช้อดสงสัยไม่ได้ วันสำคัญของลูกสาวทั้งที แต่คนเป็นแม่กลับมาหลบมุมอยู่หลังบ้านตามลำพัง ทั้งๆ ที่อยากจะไปสนุกกับพี่น้อง และลูกหลานใจจะขาด หล่อนดูออก
หากอรรัมภาก็หาได้ตอบ ด้วยเหตุผลอันแท้จริง หญิงสาวจงใจจะหลบหน้าว่าที่เจ้าสาวของน้องชาย หล่อนรู้สึกลำบากใจ หากจะต้องเผชิญหน้ากับหม่อมราชวงศ์หญิงคนนั้นอีกหน คนเป็นนายจึงทำได้แต่เพียงยิ้มแล้วกล่าวอย่างบ่ายเบี่ยงออกไปว่า “เธอมีอะไรจะทำก็รีบไปทำให้เสร็จเถอะ เดี๋ยวจะได้ตามไปเอาเสื้อผ้าไปให้คุณหญิงดาริกาที่ห้องของฉัน อีกสักพักฉันก็จะขึ้นไปนอนแล้ว”
“ค่ะ” เด็กรับใช้จึงไม่ถามไถ่อันใดออกไปอีก เมื่อรู้ตัวแล้วว่า คำถามของหล่อน ทำให้ผู้เป็นนายต้องระคายหู หล่อนเดินจากไป และกลับเข้าไปในงานเลี้ยง งานเลี้ยงเล็กๆ ที่มีแต่คนในครอบครัว
ร่างสูงจึงรีบสาวเท้า เสียงนั้น ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาไม่เคยลืม แต่จะใช่หรือไม่ หัวใจของชายหนุ่มเต้นระทึก นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เขารู้สึกว่าอรรัมภาอยู่ไม่ไกล หากแต่ในทุกๆ ครั้ง มันล้วนเป็นความผิดหวัง ไม่เคยมีหญิงอันปักใจรัก อยู่ในที่ๆ เขาหวังว่าหล่อนจะอยู่
หม่อมราชวงศ์หนุ่ม เดินไปตามทางที่คาดว่า จะพาเขาไปพบกับคนที่เป็นเจ้าของเสียง นราธรไม่เคยยอมพ่ายแพ้แก่ความสิ้นหวัง ไม่ว่าครั้งใดก็ตาม เขามีหวังเสมอ เขาหวังว่านั่นจะเป็นอรรัมภา หวังว่าหล่อนจะอยู่ ณ ที่ตรงนั้น ซึ่งในครั้งนี้ก็เช่นนั้น
ในสวนสวยที่ถูกโอบล้อมไปด้วยอาคารทั้งสี่ด้านตามแบบวิลลา ราวกับโลกอีกโลกหนึ่งซึ่งผิดแผกจากตรงส่วนอื่น ที่ได้เคยเหยียบย่างผ่านไปทั้งบ้าน แทบไม่น่าเชื่อ ว่าภายในคฤหาสน์แบบโมเดิลอันร่วมสมัย จะมีสวนอันร่มรื่นเงียบสงบหลบลี้หนีมาซ่อนอยู่ และที่สำคัญ...
นราธรก้าวเข้าไปอย่างไม่ลังเล ไม่ไกลเกินจะเอื้อมมือคว้า ซ้ำยังอยู่ใกล้จนเห็นชัดในสายตา เจ้าของร่างบางนั้น เขาไม่เคยแม้แต่จะลืมหล่อนเพียงแค่ชั่วเสี้ยววินาที การรอคอยอันเนิ่นนานมากว่าสิบปี บัดนี้มันได้สิ้นสุดลงแล้ว
“อร” เขาเรียกชื่อของหล่อนอย่างแผ่วเบา เจ้าของชื่อที่ได้แต่อึ้งเมื่อคราวแรก ลุกขึ้นยืนแล้วถอยกรู มันคือเรื่องที่ยากเกินจะคาด จริงอยู่ที่เขาเป็นน้องชายฝาแฝดของคุณหญิงดาริกา แต่ว่าที่เจ้าสาวของต้าเส่งก็คงจะไม่มีวัน ปล่อยให้น้องชายเดินเข้ามาที่นี่ และในนี้เป็นแน่ ราชนิกูลสาวคนนั้น ไม่ปรารถนาที่จะให้หล่อนกลับไปสานสัมพันธ์กับหม่อมราชวงศ์นราธรอีก หญิงสาวหันหลังแล้วรีบเดินหนี
“เดี๋ยวก่อน อย่าไป” ร่างสูงก้าวพรวดเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาคว้าแขนของหล่อนไว้ได้ ร่างบางจึงตกเข้าใบในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง อ้อมกอดอันคุ้นเคยที่หายห่างร่างไกลไปกว่าสิบหกปี
“ปล่อย” เสียงนั้นราวกับกระซิบ ร้องขออิสรภาพ แต่กลับปรารถนาที่อยู่ในอ้อมกอดที่เฝ้าโหยหาอย่างนี้ตลอดไป อรรัมภาจึงฝืนใจตัว ด้วยการพยายามแกะแขนของเขาออก “ปล่อยฉันเถอะค่ะ ได้โปรด”
“ไม่” รอคอยก็เจ็บปวด ได้เจอก็เจ็บปวด น้ำคำที่กล่าวออกมา เหตุใดจึงแห้งแล้งเย็นชา และห่างเหินสิ้นดี “ทำไมอรต้องเดินหนีตั้มด้วย ตั้มจะไม่ยอมปล่อยให้อรหนีไปไหนอีกแล้ว”
“ปล่อยเถอะ” หล่อนร้องขอ หากอ้อมกอดก็ยิ่งรัดแน่น ร่างบางจึงไม่มีทางเลือก หล่อนสะบัดตัวออกจากเขาอย่างสุดแรง หญิงสาวเป็นอิสระ อรรัมภาวิ่งออกไปทันที
“หยุดนะอร ถ้าอรไม่หยุด ตั้มจะบอกทุกๆ คน ที่อยู่ข้างนอกนั่น ว่าเราเป็นอะไรกัน” ร่างบางหยุดทันทีราวกับสั่งได้ หล่อนหันมา มองดูคนตรงหน้าอย่างวิงวอน วินวอนราวกับจะพูดออกมาว่า ‘อย่า’ แต่ก็หาได้เป็นเช่นนั้น
“ฉันไม่รู้จักคุณ” ความเย็นชาอย่างเมื่อแต่แรกหายไป เสียงของหญิงสาวเริ่มสั่นเครือ “คุณเป็นใคร”
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้จักกัน อรจำตั้มได้ ตั้มรู้ แล้วตั้มก็รู้อีกเหมือนกัน ว่าหนูมะลิเป็นลูกของตั้ม”
“ไม่ใช่” อรรัมภาเสียงเครียดขึ้นมาทันที เขารู้จักกับมาลาตี อีกเรื่องหนึ่งที่หล่อนคาดไม่ถึง “หนูมะลิไม่ใช่ลูกของคุณ”
“ทำไมจะไม่ใช่ อรหายไปสิบกว่าปี ถ้าตอนนั้นเรามีลูกด้วยกัน เด็กคนนั้นก็จะมีอายุเท่าๆ กับหนูมะลิ” ด้วยความเป็นกุมารแพทย์มือหนึ่ง เพียงแค่ได้ทราบวันเดือนปีเกิด โดยที่แทบจะไม่ต้องใช้ความสามารถใดๆ มันก็คำนวณวันเวลาในการตั้งครรภ์จนถึงให้การกำเนิดได้ไม่ยาก และที่สำคัญ นราธรติดใจสงสัยมาร่วมหลายวันแล้ว ในวันเดือนปีที่มาลาตีลืมตาดูโลก มันตรงกันกับวันเดือนปี ที่ชายหนุ่มได้ยินเสียงร้องไห้ของทารกปริศนาเป็นครั้งแรก หนูมะลิคือลูกสาวของเขา
“เด็กอายุสิบหกไม่ได้มีคนเดียวในโลก ฉันขอยืนยันอีกครั้ง ว่าฉันไม่รู้จักคุณ ได้โปรดอย่ามาอ้างตัวเป็นพ่อของลูกสาวฉัน หนูมะลิไม่เคยมีพ่อ และฉันเอง ก็ยังไม่รู้เลยว่าพ่อของลูกสาวฉันคือใคร ฉันมั่วกับผู้ชายมาเป็นร้อยเป็นพัน ฉันจำไม่ได้หรอกว่าใครเป็นใคร แต่เท่าที่ฉันจำได้ ผู้ชายในจำนวนเป็นร้อยเป็นพันพวกนั้น มันไม่เคยมีคุณรวมอยู่ด้วย”
“ทำไมพูดอะไรออกมาแบบนี้ล่ะอร” เขาแผดเสียง ผลัดพรากว่าเจ็บปวดแล้ว พบกันอีกครั้งกลับเจ็บปวดมากกว่า เมื่อหญิงสาวอันเป็นที่ปักใจรัก ทำราวกับเขาเป็นคนแปลกหน้า “ตั้มไม่เชื่อ”
“ไม่เชื่อก็ตามใจคุณ”
“อรโกหก หนูมะลิเป็นลูกของเรา เขาเป็นลูกของตั้ม”
“ไม่ใช่” หล่อนแผดเสียงขึ้นมาบ้าง
“ถ้าไม่ใช่ อรเอาสร้อยของตั้มไปให้ลูกใส่ทำไม”
“ก็ของมันไม่ใช่แล้ว ฉันจะเอาไปให้ใครใส่ มันก็เรื่องของฉัน หรือว่าคุณอยากได้คืน ถ้าอยากได้คืน ฉันก็จะไปเอามันมาคืนให้”
“ยอมรับออกมาจนได้นะอร” เขายิ้มขม หากเจ้าหล่อนก็ยังคงปากแข็ง
“ยอมรับอะไร ฉันไม่รู้จักคุณ”
“อย่ามาทำเป็นปากแข็ง เมื่อกี้อรบอกเองว่าอรจะเอาสร้อยมาคืนให้ตั้ม อรได้สร้อยเส้นนั้นมาจากตั้ม ตั้มใส่ให้อรเองกับมือ อย่ามาเถียงนะ ว่าอรเป็นใครก็ไม่รู้ เพราะถ้าอรเป็นคนอื่น สร้อยเส้นนั้น อรต้องเถียงแล้ว ว่าอรซื้อมา เก็บได้ หรืออะไรก็ช่างเถอะ แต่อรจะไม่บอก ให้ฟังเหมือนว่าได้มันมาจากตั้มอย่างเมื่อกี้” หากก็ยังไม่ทันที่ใครจะต่อความใด
“แม่จ๋าๆ” เสียงเรียกอันแจ่มใสของเด็กสาวก็ดังขึ้น “แม่จ๋าอยู่ไหน แม่อรของหนูมะลิอยู่ไหน”
“หนูมะลิแม่อยู่นี่ลูก” หล่อนร้องบอกลูกสาวอย่างลนลาน ก่อนที่จะกล่าวกับนราธรอย่างที่พอให้ได้ยินกันเพียงสองคนว่า “ฉันขอความกรุณา อย่าอ้างตัวว่ารู้จักกับฉัน และอย่าอ้างตัวว่าเป็นพ่อของหนูมะลิอีก เพราะถ้าคุณจะทำอย่างนั้นไม่ว่าจะกับใครก็ตาม ฉันจะพาลูกหนีไปให้ไกลแสนไกล และจะไม่กลับมาให้ทุกๆ คนได้เห็นหน้าตลอดไป”
“แม่จ๋า” เสียงเรียกของเด็กสาวดังขึ้นมาอีกครั้ง ผิดแต่เพียงว่ามันทั้งแข็ง และทั้งเครียด หาได้แจ่มใสอย่างในคราแรก นราธรจึงหันไป เมื่อรู้สึกเหมือนกับว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของเสียง อยู่ใกล้แค่เพียงเอื้อม
“แม่จ๋ามาอยู่ตรงนี้นี่เอง” มาลาตีวิ่งเข้ามา หล่อนมองร่างสูงอย่างไม่ไว้ใจ เด็กสาววิ่งตรงเข้ามาหาผู้เป็นแม่ หล่อนเอาร่างกายเข้ากำบังอรรัมภาไว้ทันที นราธรรู้สึกเหมือนดวงใจกำลังจะหล่นหาย สาวน้อยผู้นั้น มองเขาอย่างเป็นศัตรู
“อาจารย์หม่อมมาทำอะไรตรงนี้ค่ะ” หล่อนถามอย่างระแวง
“หนูมะลิ พ่อ....” หากก็พูดยังไม่ทันจบ
“คุณคนนี้เขาหลงทางน่ะ” อรรัมภาจึงแทรกขึ้นมาเสียก่อน “แม่กำลังบอกทางเขาอยู่ หนูมะลิมาก็ดีแล้ว ช่วยพาแขกคนนี้ไปส่งทีเถอะ” ว่าจบก็หันไปกล่าวกับคนตรงหน้า “เข้าใจที่ฉันบอกแล้วนะคะ ฉันหวังว่าคุณจะทำตามนั้น เชิญเถอะค่ะ เห็นว่างานเลี้ยงกำลังสนุก หนูมะลิจะเดินไปเป็นเพื่อนคุณ แต่ถ้าคุณยังจะหลงจนเดินมาที่นี่ คุณก็คงจะไม่ได้พบกับฉันอีก เพราะฉันคงจะไปที่อื่น แล้วก็จะไปเลย ไม่กลับมาแล้ว ฉันพูดจริงนะคะ แล้วก็จะทำจริงด้วย ฉันเหนื่อยต้องการพักผ่อน ขอตัวค่ะ”
พูดคุย เสนอแนะ อ่านนิยาย หรือจะด่าก็ได้ ที่ FACEBOOK กนกลดา/หวานใส/ชมนาด เชิญธงไชย แล้วอย่าลืมกด LIKE เพื่อรับข่าวสารจากไรท์เตอร์น้า...
  สุขสันต์วันเกิด