มะลิลอยแก้ว

Author: 
กนกลดา
ประเภท: 
นิยาย

สุขสันติวันเกิด
ปีพุทธศักราช 2556
เดี๋ยวอีกหนึ่งชั่วโมงผมจะไปรับ แต่งตัวแล้วลงมารอผมข้างล่าง ผมมาถึง เราจะได้ออกไปเลย ผมไม่อยากจะเผชิญหน้ากับหม่อมแม่ของคุณ ไม่อยากได้ยินอะไรที่มันไม่เป็นมงคลกับชีวิต” โทรมาก็สั่งๆๆ และสั่งๆๆ ไม่ถามสักคำถึงสาระทุกสุขดิบ ไม่ถามสักคำว่าหล่อนเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งๆ ที่รู้สุดจะรู้ ว่าว่าเจ้าสาวของเขากำลังแพ้ท้องหนัก และก็ไม่ถามสักคำว่าจะไปได้รึเปล่า ว่าจบก็วางหู นิยายรักรันทดสะใภ้ระทม จริงอยู่ที่มันได้สาบสูญจากโลกไปนานแล้ว แต่สามีฟาสซิสต์นี่สิ อย่างน้อยตอนนี้ก็มีที่นี่อยู่คนหนึ่ง
และไม่เพียงแต่แค่นั้น ที่สร้างความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกให้กับคนที่อยู่กลาง เมื่อว่าที่แม่ยาย กับว่าที่ลูกเขย ศรสินไม่กินกัน ซึ่งโดยมากมันก็เกิดจากกิริยาวาจาไม่ถูกหูถูกตาของว่าที่เขย ที่ท่านบอกว่าไพร่สิ้นดี กับน้ำคำสับศอกตอกกลับของว่าที่แม่ภรรยา ที่จิกกัดทุกครั้งในทันทีที่ได้พบหน้าคนที่กำลังจะมาเป็นสามีของลูกสาว อย่างไม่มีการเกรงใจ ยกตัวอย่างก็เมื่อวันก่อน
“คุณหญิงพักผ่อนอยู่ข้างบน” หม่อมารดาตอบเพียงเท่านั้น เมื่อว่าที่เขยขวัญแจ้งความจำนงในการมา เขาจะพาดาริกาไปพบกับคนในครอบครัว
“งั้นห้องของหญิงต้องอยู่ไหน ผมจะไปตาม” ไม่ถูกหูเป็นคำรบแรก หม่อมงามพรรณตวัดสายตาขึ้นมองทันที
“นั่งรอก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปตามมาให้” กล่าวแบบนิ่งๆ เย็นๆ จนคนฟังงง เมื่อภาพของนางมารร้ายส่งเสียงแว๊ดๆ ที่เคยได้เห็นในวัยเยาว์ กลับไม่มีให้ได้เห็นอีกในวันนี้
“ไม่ต้องลำบากหรอกครับ” เขาว่า “ผมไปตามเอง หม่อมแม่บอกมาเถอะ ว่าห้องของหญิงต้องอยู่ไหน” ไม่ถูกหูเป็นคำรบที่สอง และไม่ถูกตามเป็นคำรบแรก มันจะยืนค้ำหัวหล่อนไปจนถึงเมื่อไหร่
“ลำบากหรือไม่ คุณก็ควรจะนั่งรออยู่ตรงนี้”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เมียผมๆ ไปตามเองได้” ทั้งไม่ถูกหู และไม่ถูกตา เป็นครั้งที่เท่าไหร่ ไม่นับมันแล้ว เพราะมันก็คงจะมีต่อไปได้เรื่อยๆ นั่นแหละ กำพืดเจ๊กออกอย่างนั้น ประกาศลั่นวัง ว่าหญิงต้องเป็นอะไรกับมัน ดู... ไอ้นี่ หม่อมแม่จึงถึงคราวเหลืออด
“ประทานโทษเถอะ” หากน้ำเสียงก็ยังคงนิ่งเย็น “ขอความกรุณาคุณนั่งก่อนจะดีกว่า อย่ายืนค้ำหัวคนแก่ให้มันเป็นบาปเป็นกรรมติดตัวไปเลยนะ และก็ขอความกรุณาอีกครั้ง รักษาหน้าของลูกสาวฉันด้วย คุณกับหญิงต้องน่ะ จะไปถึงไหนต่อไหนกัน ตอนนี้ก็ขอให้เก็บเอาไว้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่งงานเข้าหอกันเมื่อไหร่ คุณจะประกาศผ่านสื่อว่าลูกสาวฉันเป็นอะไรกับคุณ ก็คงไม่มีใครว่า ฉันน่ะมันคนหัวโบราณ เรื่องอะไรๆ ที่มันสมัยใหม่มากๆ ฉันรับไม่ได้หรอก และการที่คุณจะขึ้นไปหาคุณหญิงถึงในห้องนอนน่ะ ฉันว่ามันไม่เหมาะ อย่าคิดว่าคุณหอบเงินล้านมากองตรงหน้าฉัน แล้วมันจะทำให้ฉันนึกถูกสายตาคุณขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นก็นั่งลง แล้วรอ อย่าทำให้ฉันต้องรู้สึกติดลบคุณมากไปกว่านี้เลย”
ตำนานรักสะใภ้ระทม หายไปจากโลกนี้ไปแล้วก็จริง แต่มหากาพย์ แม่ยายลูกเขยนี่สิ ถ้าจะไม่จบลงง่ายๆ คิดแล้วกลุ้ม มองดูคนที่ไม่รู้จะให้เขาอยู่ในสถานะไหนอย่างเนือยๆ อีตานี่ก็อีกคน ไม่รู้จะดุอะไรกันนักกันหนา พูดดีกับหล่อนบ้างไม่ได้หรือไร
“เอ้าลง” ห้วนซะ จอดรถเสร็จก็ตะคอกใส จะพามาดูชุดเจ้าสาว หรือจะพามาฆ่ากันแน่ หากหญิงสาวก็ทำตามคำสั่ง ดาริกาแหงนหน้าดูป้ายชื้อที่อยู่ตรงหน้า
“ร้านนี้เป็นของเพื่อนผมเอง รู้จักกันที่ลอนดอน เขาจบจากเซนต์มาร์ติน เคยเป็นดีไซเนอร์ชุดเจ้าสาวให้กับแบรนด์ดังแบรนด์หนึ่ง ในอังกฤษ คิดถึงบ้านก็เลยลาออกมาทำเอง โชคดี บรรพบุรุษมีที่ดินแถวทองหล่อ ก็เลยทำมันครบวงจร” เขาจูงมือหล่อน ก็ยังดี ที่ยังพอจะทำอะไรแบบนี้กับเขาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ดุ เอาแต่แผดเสียงใส หากก็ยังไม่วาย...
“รูปพรีเว็ดดิ้งน่ะ ผมไม่ถ่ายนะ มันไร้สาระ” ดาริกาจึงหันควับไปมองหน้าชายหนุ่มทันที หล่อนไม่ยอม อย่างอื่นอะไรก็ได้ แต่นี้มันครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้หญิง เป็นตายอย่างไร หล่อนก็ไม่ยอม
“อย่ามามองผมแบบนี้นะหญิงต้อง เข้าไป” ว่าจบก็ลากให้เดินตาม หากพอก้าวข้ามผ่าธรณีประตูเท่านั้น พ่อคุณก็เปลี่ยนโมต “ไฮ เกรซ” ยิ้มทักทายชาวประชาอย่างร่าเริงแจ่มใส และที่สำคัญชาวประชาคนนั้นก็เป็นหญิงสาว ที่ทั้งสวยทั้งเก๋ หล่อนช่างแต่งหน้าแต่งตัวได้อย่างดูดีมีรสนิยมเสียเหลือเกิน ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าไม่มีหลุดวงโคจร เป๊ะไปหมด
“อ้าว ต้า ลมอะไรหอบมาจ้ะ”
“ก็ลมนึกขึ้นได้น่ะสิ” พูดซะ กับผู้หญิงคนอื่นหวานเชียว “นึกขึ้นได้ว่า เพื่อนเราเป็นกระบี่มือหนึ่ง ก็เลยพาว่าที่เจ้าสาวมาหาชุดแต่งงานสวยๆ ใส่สักสองสามชุด”
“นี่พูดเล่นพูดจริงเนี่ย” หล่อนทำตาโต ดูท่าจะดีใจ “ฤาษีต้าจะแต่งงานหรือ”
“ของแบบนี้พูดเล่นได้ไหมล่ะ นี่ไงว่าที่เจ้าสาวของเรา” เขาดึงตัวดาริกาออกมาจากด้านหลัง แล้วโอบประคองไหล “คุณหญิงดาริกา”
“ต๊าย... สวยน่ารักสมคำล่ำลือ” หล่อนกรี๊ดกราด หม่อมราชวงศ์หญิงคนนี้ ใครก็รู้จัก “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณหญิงดาริกา”
“คุณหญิง” เขาหันไปหาว่าที่เจ้าสาว “นี่เกรซ เพื่อนของผม สุดยอดดีไซเนอร์ชุดวิวาห์แห่งปี”
“ค่ะ” หล่อนตอบแค่นั้น พูดมากๆ เดี๋ยวโดนด่า
“แหม... ต้าก็พูดเกินไป ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ก็แค่คนทำมาหากินขายชุดแต่งงาน เลี้ยงลูกเลี้ยงสามี” ค่อยยังชั่วหน่อย ไม่โสดแล้ว
“ไม่จริงมั้ง สามีของคุณ” ซึ่งก็คือเพื่อนของชายหนุ่มเช่นกัน “ออกจะรวยปานนั้น คุณน่ะขายชุดแต่งงานขำๆ จะได้มีอะไรทำตอนรอสามีรอลูกกลับบ้านมากกว่า”
“แหม รวยให้ตายยังไง ก็สู้ดอกเตอร์อติรุจไม่ได้หรอก ถึงต้องออกมาขายของหาเงินผ่อนบ้านตัวเป็นเกรียวหัวเป็นน๊อต ไม่เอาล่ะ” หล่อนตัดบท ไม่เช่นนั้นคงได้ยาว เพื่อนเก่าเจอกัน เดี๋ยวเป็นอันไม่ได้ทำงาน ต้องคุยธุรกิจให้จบก่อน “พาคุณหญิงไปดูชุดเจ้าสาวดีกว่า” ว่าจบหล่อนก็ลากแขนดาริกาเข้าไปหลังร้าน อย่างสนิทชิดเชื้อ รู้จักกันมาแต่ชาติปางไหนนี้ ถ้าหม่อมแม่มาด้วย คงได้โวยลั่น
“สำหรับเจ้าสาวของต้าเส่ง ต้องพิเศษสุดๆ คอลเล็คชั่นนี้ เกรซออกแบบมาใหม่ เย็บเสร็จ สดๆ ร้อนๆ เลยนะคะ ยังไม่มีใครเห็น ให้คุณหญิงเลือกก่อนเลยค่ะ” ช่างเจรจาฉอเลาะ หล่อนช่างสมกับเป็นแม่ค้ามือทองจริงๆ เห็นร้านก็รู้แล้ว ว่าขายของเก่งแค่ไหน
ดาริกาจึงหยิบชุดเกาะอกสีงาช้างกระโปรงฟูฟ่องขึ้นมา นี่ล่ะชุดวิวาห์ในฝัน สวยสมราคาคุย ต้าเส่งคว้ามาจากมือ แล้วเก็บกลับเข้าที่ทันที
“ที่มันไม่ใช่เกาะอก สายเดี่ยวน่ะมีไหม” ห้วนห้าวขึ้นมาอีกแล้ว นี่ต่อหน้าคนอื่นนะ
“ทำไมล่ะ ก็หญิงชอบชุดนี้อะ”
“มันโป๊” เขาตวาดเสียงลั่น คุณเกรซคนนั้นสะดุ้งตามไปด้วย “เอ้า ว่าไงล่ะเกรซ” แม้แต่เจ้าหล่อนก็โดนตะคอกใส่ เจ้าของร้านสาวสวยรีบหยิบชุดออกมาจากราวให้ดูทันที
“มีสองสามชุด” หล่อนส่งไปให้ “เดี๋ยวนี้เจ้าสาวหุ่นดีๆ เขานิยมเกาะอก เกรซก็เลยไม่ได้ทำชุดแบบนี้ออกมามาก แต่ถ้ายังไม่ถูกใจ ข้างบนร้านยังมีอีกสองสามชุด แต่มันเป็นคอลเล็คชั่นเก่านะ เดี๋ยวเกรซไปเอามาให้ดู”
“ไม่ต้องหรอก เราเอาชุดนี้” ชายหนุ่มส่งชุดเจ้าสาวที่เลือกไปให้ เจ้าของร้านจึงต้องออกปากชมไปว่า
“ตาแหลมนี่ต้าเส่ง ชุดนั้นน่ะ ลูกไม้ดิออร์ทั้งชุดเลยนะ ลิมิเตดอิดิชั่น เกรซไปได้มาจากฝรั่งเศส แย่งกันเกือบตาย แต่ได้มาแค่ผื่นเดียว ชุดนี้ก็เลยมีชุดเดียวในโลก ถ้าคุณหญิงใส่ได้ก็โอเค ดาริกามองชุดวิวาห์ซึ่งปิดจรดคอหอยอย่างแขยง ไอ้สวยน่ะ มันก็สวยอยู่หรอก
“แต่หญิงไม่ชอบ” หล่อนกล่าวเสียงเครือ นั่นมันไม่ใช่ชุดวิวาห์ในฝัน “เอาชุดนั้นไม่ได้เหรอ” หล่อนชี้มือไปที่ราว
“ไม่ได้” เป็นอีกครั้งที่เสียงตวาดดังขึ้นสนั่น จนคนที่ยืนอยู่ด้วยต้องสะดุ้ง “ชุดนั้นน่ะ ทั้งโป๊ ทั้งรัด ใส่ชุดรัดติ้วแบบนั้น เกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมา จะทำยังไง แล้วอีกเดี๋ยวอะไรต่อมิอะไรมันก็ป่องขึ้นมาให้เห็นแล้ว หรือคุณหญิงอยากจะบอกให้คนรู้ ว่าตัวเองท้องก่อนแต่งน่ะ”
“ฮือ...” ดาริกาถึงคราวปล่อยโฮ พรีเว็ดดิ้งก็ไม่ให้ถ่าย ชุดแต่งงานที่ชอบก็ไม่ให้ใส่ นี่เขาจะทำตัวเป็นเผด็จการกดขี่ไปจนถึงเมื่อไหร่ และที่สำคัญ เขายังประจานหล่อนต่อหน้ายายคุณเกรซอะไรนั่นอีก ถ้าใครสักคนจะรู้ว่าหล่อนท้องก่อนแต่ง มันก็เป็นเพราะปากของเขานั่นแหละ แล้วทำไมหมู่นี้หล่อนร้องไห้ง่ายจัง
“ร้องไห้อีกแล้ว” แผดเสียงลั่นจนคนตกอกตกใจอีกครั้ง คุณเกรซเห็นท่าว่าจะไม่ดี หล่อนจึงต้องทำหน้าที่ทูตสันติภาพจำเป็น เพื่อนชายคนนี้ของหล่อนก็เป็นแบบนี้ รู้จักกันมา รู้ไส้รู้พุง เพราะแบบนี้อย่างไรล่ะ เขาถึงได้เป็นโสดมาแต่ไหนแต่ไร ผู้หญิงเข้าหากี่รายๆ ก็กระเจิงหมด ต้าเส่งมองเผินๆ เหมือนคนสุภาพอ่อนโยน แต่ถ้าได้รู้จักมักคุ้นกันลงไปจริงๆ แล้วล่ะก็ ทั้งห่ามทั้งห้าวเกินคำบรรยาย อารมณ์ของเขา ร้ายราวกับหญิงวัยใกล้หมดประจำเดือนอย่างไรอย่างนั้น ซ้ำปากคอก็เผ็ดร้อนราวกับมีสุนัขร่วมฝูงอาศัยอยู่ พูดอะไรออกมาแต่ล่ะคำ ก็เหมือนกับจะวอนโดนกระทืบ
แต่ผู้ชายแบบนี้แหละ ถึงจะปราบพยศคุณหญิงดาริกาได้อย่างอยู่หมัด ไม่แปลกใจนักหรอก เมื่อเพื่อนเลิฟ แนะนำว่าหล่อนคือว่าที่เจ้าสาว
“ต้าเส่ง” ดีไซเนอร์สาวเรียกเพื่อนหนุ่มเสียงขม “ใจเย็นๆ สิ พูดกับคุณหญิงดีๆ”
“ก็เขาพูดไม่รู้เรื่อง”
“ใครกันแน่ที่พูดไม่รู้เรื่อง” หล่อนเถียง “เกรซก็เห็นมีแต่ต้าคนเดียวนั่นแหละ ที่ตะคอกเอาๆ น่ะ ไปๆ เลย ออกไปรอข้างนอกเลย เดี๋ยวเกรซจะคุยกับคุณหญิงเอง” ว่าจบก็รุนหลังเพื่อนเก่า ออกไปจากตรงนั้นที ซ้ำหล่อนยังปิดประตูใส่หน้าเขาเข้าไปอีก ซึ่งในจังหวะนั้นเอง แม่บ้านก็ออกมาจากครัว เพื่อนำน้ำมาเสริฟพอดี
หล่อนวางแก้วน้ำใบสวยลงบนโต๊ะกระจก ซึ่งมีไว้รับรองแขก เจ้าของร้านสาวสวยสั่งความกับลูกน้องว่า “อีกแก้วเอาไปให้คุณผู้ชายที่อยู่ข้างนอกโน่นนะ”
“ค่ะ” แม่บ้านรับทราบ หล่อนพยักหน้าแล้วเดินจากไป
“นั่งลงก่อนเถอะค่ะ แล้วก็ทำใจให้สบายนะคะ” หล่อนฉุดดาริกาให้นั่งลง “ดื่มน้ำเย็นๆ ก็นะคะคุณหญิง” คุณเกรซนั่งลงบ้าง หม่อมราชวงศ์สาวทำตามที่หล่อนบอกอย่างว่าง่าย เพื่อนสาวของอติรุจ ส่งกระดาษเช็ดหน้าไปให้
“เช็ดน้ำตาเสียค่ะ” หล่อนว่า ดาริการับกระดาษมาจากมือเรียว แล้วซับน้ำตาที่ยังไม่ยอมหยุดไหล ไม่เข้าใจในความดราม่าจัดของตนเองในช่วงนี้
“เพื่อนของฉันคนนี้ เขาไม่มีอะไรหรอก นอกจากเขาหวงคุณ”
“หา! หวงเหรอค่ะ” ดาริกาได้ยินแค่นั้น น้ำตาก็หยุดไหลทันที เมื่อความไม่เข้าใจกระโดดเข้ามาแทนที
“ค่ะ หวง อาการเดียวกับสามีของเกรซเปี๊ยบ”
“สามีของคุณ” ราชนิกูลสาวขมวดคิ้วสงสัย
“ค่ะ สามีของเกรซน่ะ ตอนที่เราจะแต่งงานกัน เขาก็ฮึดฮัดไม่พอใจ ที่เกรซจะใส่ชุดเกาะอกเหมือนกัน เขาไม่อยากจะให้ผู้ชายคนไหนมาดูเนื้อหนังของว่าที่ภรรยาในวันแต่งงานน่ะค่ะ เขาหึง”
“หึงเหรอคะ”
“ค่ะ แต่วันนั้นเกรซชนะ เพราะสามีของเกรซ ไม่เหมือนต้าเส่ง รายนั้นน่ะเขาเป็นคนแรงค่ะ พูดจาก็ขวานผ่าซาก คือเขาเป็นคนค่อนข้างจริงจังกับชีวิตน่ะ ต้าเส่งมีเรื่องต้องรับผิดชอบเยอะนะคะ เขาก็เลยไม่มีที่ในหัวสมองสำหรับการเสกสรรความโรแมนติก แต่ผู้ชายแบบนี้ผู้หญิง กลับชอบเยอะ”
“เหรอค่ะ” หญิงต้องกล่าวอย่างเนือยๆ หญิงชอบเยอะแล้วไงล่ะ ไม่จริงมั้ง เมื่อก่อนก็เห็นตามจีบหล่อนอยู่คนเดียว ต้อยๆๆ ไม่เคยเห็นมาหญิงที่ไหนมาตามวอแว โม้สร้างเครดิตให้เพื่อนรึเปล่า
“แต่เขาก็เป็นคนแบบที่คุณหญิงเห็น สาวๆ เข้ามา ยังไม่ทันจะทำอะไรเลย แค่ส่งตาหวานใส่เท่านั้น เขาก็ไล่ตะเพิด จนยายพวกนั้นเผ่นแทบไม่ทัน สมัยอยู่ที่อังกฤษ ต้าเส่งป๊อบปูล่ามาก แต่เขาไม่ยักกะเคยมองใครสักคน พ่อคุณเอาแต่เรียนกับทำงาน เหมือนกับว่า เขามีใครคนนั้นอยู่แล้วในใจ เพื่อนของฉันคนนี้ออกจากอารมณ์ร้าย และพูดจาไม่เข้าหูคนอยู่สักหน่อย แต่แบบนี้แหละค่ะ จริงใจดี ผู้ชายแบบนี้แหละ ที่เหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการใครสักคน สำหรับฝากชีวิตฝากหัวใจเอาไว้”
 
พูดคุย เสนอแนะ อ่านนิยาย หรือจะด่าก็ได้ ที่ FACEBOOK กนกลดา/หวานใส/ชมนาด เชิญธงไชย แล้วอย่าลืมกด LIKE เพื่อรับข่าวสารจากไรท์เตอร์น้า...