มะลิลอยแก้ว

Author: 
กนกลดา
ประเภท: 
นิยาย

รักแรกและรักสุดท้าย
ปีพุทธศักราช 2539
“ตั้ม” เพียงแค่ได้ย่างเท้าเข้ามาให้ห้องอยู่ดีหล่อนก็โผเข้ามากอด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้น การแตะเนื้อต้องตัว มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ ร่วมเดือนแล้วกระมัง ที่อรรัมภาผลักใสเขาเกือบจะตลอดเวลา หล่อนไม่ยอมให้เด็กหนุ่มเข้าใกล้ สาวน้อยบอกว่าแฟนของตัวเองเหม็น มันจึงเป็นเหตุให้ นราธรต้องโดนอเปหิให้ลงมานอนที่พื้นจนลืมไปแล้วว่า ความนุ่มของเตียง มันเป็นอย่างไร กลิ่นจากการที่ต้องเข้าไปเรียนร่วมกับอาจารย์ใหญ่ คงจะเป็นสาเหตุของเรื่องนี้ แต่ทำไมก่อนหน้านั้นไม่เหม็นล่ะ เขาผ่ากรอสมาจะเป็นเทอมอยู่แล้วนะ
“ดะๆ เดี๋ยวก่อนอร” หม่อมราชวงศ์หนุ่มน้อยงงอยู่ไม่หาย กับพฤติกรรมอันประหลาดเช่นนี้ “ขอตั้มเข้าห้องก่อน มายืนกอดกันตรงนี้ อายคนเขา” เด็กหนุ่มบอก เมื่อเขายังไม่ทันได้เปิดประตู การแสดงความรักอย่างชายหญิง ถึงแม้จะเป็นแค่กอด แต่มันก็ควรจะสงวนเอาไว้เป็นเรื่องส่วนตัว
“อรรักตั้ม” สาวน้อยบอก
“ตั้มก็รักอร” เขากอดตอบแล้วลูบหลังหล่อน “อรเป็นอะไรรึเปล่า” ถามอย่างห่วงใย แฟนของเขา หมู่นี้ชอบทำตัวแปลกๆ ประเดี๋ยวดีประเดี๋ยวร้าย อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ
“ตั้มจำไว้นะ ว่าอรรักตั้ม รักตั้มคนเดียว และจะรักชั่วชีวิตของอร”
“ตั้มก็เหมือนกัน อรก็จำไว้ด้วย ว่าตั้มรักอร รักอรคนเดียว และจะรักจนชั่วชีวิตของตั้ม”
“งั้นตั้มก็อย่าลืมอรนะ สัญญาได้ไหม”
“แล้วทำไมตั้มต้องลืมอรด้วยล่ะ” นราธรไม่เข้าใจ อรรัมภาพูดจาแปลกๆ “อรพูดอย่างกะว่า อรกำลังจะไปไหน” เขาแกะอ้อมแขนของหล่อนออก เด็กหนุ่มปิดประตู แล้วจูงมือสาวน้อยคนรักเดินลึกเข้ามาในห้อง อรรัมภาเพี้ยนขึ้นทุกวันๆ ทั้งคู่นั่งลงบนเตียง เป็นอีกครั้งที่ร่างบางกอดเขาเอาไว้
“จำไว้นะตั้ม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าอรไม่รักตั้ม อรรัมตั้ม รักเหมือนชีวิต เหมือนลมหายใจ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ตั้มก็จะอยู่ในใจของอรเสมอ ตั้มจะเป็นรักแรก และรักสุดท้ายของอร อรจะไม่รักใครอีก ต่อให้ไม่มีตั้มอยู่บนโลกนี้แล้วก็ตาม”
“อร อรโอเคนะ” เด็กหนุ่มยังคงงุนงง
จนกระทั่งในวันต่อมา นราธรจึงได้เข้าใจ เมื่อเขากลับมายังห้องในตอนเย็น แล้วพบเพียงความว่างเปล่า ข้าวของทุกชิ้นของทั้งเขาและหล่อนหายออกไปจากห้องจนหมดสิ้น เด็กหนุ่มยืนมองดูความโล่งร้างนั่นอย่างสับสน
“ไอ้ตั้ม” เพื่อนของเขาวิ่งตามมาด้วยความกระหืดกระหอบ “ตะกี้กูจะเรียกมึง แต่ไม่ทัน มึงขึ้นลิฟท์มาก่อน ของๆ มึงอยู่ข้างล่าง พี่อรเขาฝากเอาไว้ แล้วอะ” นายตึ๋งส่งซองจดหมายสีขาวซองเล็กไปให้ นราธรจึงรับไปแล้วเปิดอ่าน
ถึงตั้ม
                    เราคงต้องจบกันแค่นี้ เรื่องของตั้มกับอรมันเป็นไปไม่ได้
                                                                                 ลาก่อน
                                                                                    อร
หัวใจแทบจะหยุดเต้น เด็กหนุ่มตาลาย หูอื้อ กำจดหมายมือสั้น นี่มันอะไรกัน อรรัมภาบอกเลิกเขา และหล่อนก็จากไปแล้ว หล่อนทิ้งเขา ไม่จริงๆ มันไม่เป็นความจริง ไม่จริงๆๆ
“อร.................................” นราธรแผดเสียงลั่นราวกับสัตว์ที่ถูกทำให้บาดเจ็บสาหัส และเมื่อสิ้นเสียง สติของเขาก็ดับวูบ ร่างสูงหงายหลังล้มทั้งยืน
“ไอ้ตั้ม” นายตึ๋งเพื่อนสนิทรีบพาเด็กหนุ่มส่งโรงพยาบาล นิสิตแพทย์อนาคตไกล สลบไสลไม่ยอมตื่น จวบจนหลายวันต่อมา ที่แผนกจิตเวช...
“เฮ้ โอรัส ไปดูเคจนี้หน่อยไหม สนใจรึเปล่า หมดสติไม่ยอมฟื้น นอนโคม่าไม่รู้เรื่องมาอาทิตย์กว่าแล้ว” เพื่อนร่วมงานของเขาร้องบอก ทันทีที่เห็นชายหนุ่มเดินเข้ามา ในที่สุดโอรัสก็เปลี่ยนความคิด นายแพทย์จบใหม่ตัดสินใจเรียนต่อเฉพาะทางจิตเวช ในวินาทีสุดท้าย
“อ้าว แล้วเป็นอะไรมา” เขาขมวดคิ้ว “ยาเสพติดหรือ”
“ไม่ใช่” เพื่อนปฏิเสธ “คนไข้ไม่มีประวัติการใช้ยา อะ ดูชาร์ตเอาเองก็แล้วกัน คู่ปรับของนาย หม่อมราชวงศ์นราธร” เรื่องชิงรักหักสวาทสามเศร้าของนายแพทย์โอรัส กับนิสิตปีสอง เป็นที่กระฉ่อนไปทั่ว คุณหมอหมาดๆ รีบคว้าแฟ้มคนไข้มาจากเพื่อนทันที
“หม่อมตั้มถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยอาการหมดสติ แล้วก็ไม่ยอมฟื้น โคม่ามาจนถึงวันนี้ ตรวจแล้วไม่มีอาการทางกาย คาดว่าคงได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุ่นแรง เรื่องก็เลยถูกส่งต่อมาให้ทางจิตเวช แต่มันก็มันมืดแปดด้านเพราะเขาพูดไม่ได้ ก็เลยไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของหนุ่มน้อยคนนี้คืออะไร ถามคนที่พามาส่งก็ตอบวกวน พูดแต่ว่า ไอ้ตั้มมันล้มทั้งยืน คงจะตกใจน่ะ เจอเข้ากับอะไรแบบนั้น ซ้ำตอนนี้ก็หายตัวไปเลย อาจารย์หมอวิเชียรก็เลยจะให้พวกเราคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบสังเกตอาการของไข้รายนี้ เราก็เลยเสนอชื่อนายไป แต่อาจารย์ให้มาถามนายก่อน ว่านายจะเอาไหม”
ด้วยเหตุนี้ ชายหนุ่มจึงต้องมาที่นี่ทุกเย็น นอกเหนือที่จะต้องเข้าตรวจร่วมกับทีมแพทย์จิตเวชในเวลางาน ด้วยสาเหตุหนึ่ง คือความรู้สึกผิด หลังจากที่ได้ทราบว่าอรรัมภาหายตัวไปจากบ้าน และไม่มีใครได้รู้ข่าวคราวจนกระทั่งวันนี้
เป็นเพราะเขาหรือเปล่า ชายหนุ่มเฝ้าถามตัวเอง เป็นเพราะเขาหรือเปล่า ที่ทำให้ความรักของคนทั้งคู่ต้องพังครืน แม้จะมีมากมายหลายปัจจัย แต่จากส่วนหนึ่งในร้อยพัน ที่ได้รีดความเอาจากต้าเส่ง มันก็ทำให้เขาต้องโทษตนเอง เมื่อน้องชายของอรรัมภาหลุดปากเล่าว่า
“แม่ของนายนั่นเขาด่าอร เขาอรว่าเป็นผู้หญิงประเภทไหน คบผู้ชายทีเดียวสองคน เขารังเกียจ ที่อรมีคู่หมั้นแล้ว แต่ยังไปยุ่งกับลูกของเขาอีก”
เป็นเพราะใครกันหรือ โอรัสเฝ้าย้ำคิด ถ้าหากชายหนุ่มไม่บีบบังคับให้อรรัมภาหมั้นกับเขา เรื่องก็คงจะไม่ลงเอยแบบนี้ เด็กสาวคนหนึ่งต้องหนีไป ส่วนเด็กหนุ่มอีกคนก็ต้องหัวใจสลาย ปิดสวิทซ์ตนเอง ไม่ยอมรับรู้สิ่งใดในโลกอีก เหตุของการกระทำอันเอาแต่ความต้องการของตนเองเป็นใหญ่ ก่อให้เกิดผลอันร้ายแรงกว่าที่คิด
“ตื่นเถอะ นราธร ผมรู้ว่าคุณไม่ได้เป็นอะไร” เขาพึมพำอยู่คนเดียว นั่งมองร่างไร้สติของเด็กหนุ่มผู้ที่ยังต้องมีอนาคตไปอีกยาวไกล ณ มุมหนึ่งของห้องพักฟื้นวีไอพี “ตื่นซี่นราธร” ชายหนุ่มกำลังจะหมดความอดทน โอรัสนั่งจ้องมองคนไข้โคม่าผู้นี้มากว่าอาทิตย์แล้ว “คุณจะนอนไปจนถึงเมื่อไหร่ อย่าทำให้ผมต้องรู้สึกบาปมากไปกว่านี้เลย”
แล้วในที่สุด ความอดทนของนายแพทย์หนุ่มก็สิ้นสุด เขาลุกพรวด แล้วเดินอาดๆ ไปยังเตียงคนไข้ด้วยความหงุดหงิด โอรัสกระซิบบอกอะไรบางอย่างที่ข้างหูของเด็กหนุ่มผู้ยังคงอยู่ในความหลับใหล ก่อนที่จะเดินออกไป แล้วไม่กลับมาที่ห้องนั้นอีกเลย
 
ปีพุทธศักราช 2556
ราวกับสงครามชิงรักหักสวาทก็ไม่ปาน ดาริกาสังเกตเห็นมานานแล้ว ว่าน้าชายกับหลานชายคู่นี้ เหมือนกำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงความสำคัญในสายตาของใครบางคน ตั้งแต่นั่งลง บนสังเวียนโต๊ะอาหาร หล่อนรู้สึก หากฆ่ากันตายได้ น้ากับหลานคู่นี้คงได้นองเลือด
“อรกินนี่สิ”
“น้าอร อันนี้อร่อยนะครับ” ชายหนุ่มสองคนแย่งกันเอาอกเอาใจ สุภาพสตรีที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกับว่าที่เจ้าบ่าวของหล่อน สภาพสตรีที่หล่อนจำได้ดีเสมอ ว่าหญิงสาวผู้นั้นเป็นใคร
ย้อนกลับไปเมื่อเกือบสิบเจ็ดปีก่อน
“หม่อมแม่ค่ะ หม่อมแม่จะพาหญิงไปไหน” เด็กสาวถามอย่างสงสัย เมื่อหม่อมมารดาขับรถพาหล่อนออกนอกเส้นทาง “หม่อมแม่ไม่พาหญิงไปส่งที่โรงเรียนหรือค่ะ”
“คุณหญิง คุณหญิงต้องช่วยแม่นะ” ลองได้เรียกลูกอย่างเป็นทางการเช่นนี้ รับลองได้ว่ามันต้องเกิดเรื่องใหญ่
“แต่เจ็ดโมงกว่าแล้วนะคะ จวนจะเข้าแถวเคารพธงชาติแล้ว มันสายแล้วนะคะ”
“เรื่องโรงเรียนเอาไว้ทีหลังเถอะน่า” หล่อนเกรี้ยวกราด “ขาดสักวัน หญิงต้องช่วยแม่ก่อน น้องชายของลูกมันกำลังถูกพวกเจ๊กล่อลวงนะรู้ไหม นังนั่นมันกำลังคิดจะจับน้องชายของลูก นังลูกเจ๊กโฉมงามนั่น มันคิดที่จะยกฐานะของมันด้วยการหลอกน้องชายของลูก” ช่างคิดอะไรได้น้ำเน่าดีแท้ ดาริกาคิด จนป่านนี้หม่อมแม่ยังถือยังมีอคติในเรื่องที่ใครๆ เขาไม่สนกันแล้วอยู่นั่นแหละ
“เป็นเจ๊กแล้วมันจะยังไงหรือค่ะ สมัยนี้แล้ว” หล่อนออกความเห็น
“หญิงต้อง” หล่อนจึงโดนหม่อมแม่ตวาดใส่ “จะสมัยนี้หรือว่าสมัยไหน เจ๊กมันก็คือเจ๊ก พวกนี้มันชั้นต่ำนะรู้ไหม น้องชายของลูกเป็นหม่อมราชวงศ์ ไปมั่วอยู่กับนังเจ๊กพวกนี้ชีวิตจะมีแต่เสื่อมเสีย นังนั่นมันล่อลวงนราธร น้องของลูกไม่กลับบ้านมานานเท่าไหร่แล้ว ชายตั้มแอบไปอยู่กับอีนังลูกเจ๊กนั่นอย่างผัวเมีย ลูกรู้ไหม”
“แต่ถ้าเขารักกัน ก็ปล่อยให้เขาอยู่ด้วยกันไปสิค่ะ หญิงว่า”
“หญิงต้อง” เด็กสาวถูกเอ็ดอีกครั้งหนึ่ง “นี่ลูกอยากมีวงศาคณาญาติเป็นเจ๊กอย่างนั้นเหรอ”
“เปล่าค่ะ” หล่อนตอบมารดาเสียอ่อย นึกถึงหนุ่มน้อยหน้าตี๋ขึ้นมาอย่างใจหาย
“ดี” หม่อมมารดาว่า “อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะหญิงต้อง ชายตั้มก็เป็นไปแล้วคนหนึ่ง ลูกสาวของแม่จะไม่เป็นอย่างนั้นใช่ไหม”
“ค่ะ” ตอบเสียงอ่อยขึ้นมาเป็นคำรบที่สอง สองมือกอดกระเป๋าเอาไว้แน่ หนังสือการ์ตูนที่ไอ้ลูกเจ๊กให้ มันยังคงถูกเก็บเอาไว้อยู่ในกระเป๋า
หม่อมมารดา ขับรถพาหล่อนออกจากกรุงเทพฯ เข้าสู่สมุทรปราการ ที่ชานเมืองปากน้ำ หล่อนเห็นห้องแถวไม้ถูกปลูกเรียงราย ทั้งทรุดโทรม ทั้งซอมซ่อ ราวกับสลัมก็ไม่ปาน หม่อมแม่พาหล่อนมาที่นี่ เพื่อราวีเธอคนนั้นอย่างถอนรากถอนโคน หม่อมแม่เก่งเรื่องอะไรพันนี้อยู่แล้ว นางเล็กๆ ของท่านพ่อ กี่คนๆ ก็กระเจิงไปจนหมด
 แต่สุดท้ายแล้ว ในวันนี้ หล่อนก็เป็นอีกคน ที่ทำให้แม่ผิดหวัง ดาริกาเฝ้าจ้องมองคนที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวของตนเองในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ถึงแม้จะยึดอกรับผิดชอบอย่างลูกผู้ชาย ถึงแม้จะเข้าตามตรอกออกตามประตูพร้อมกับสินสอดทองหมั้นจำนวนมหาศาล แต่คนเป็นลุกย่อมรู้ ว่าแม่คนตนเอง ไม่ได้ถูกเส้นกับลูกเขยคนนี้สักเท่าใดนัก ที่สำคัญหม่อมแม่โกรธหล่อน
เห็นได้ชัดก็ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่
“นายคนนั้นเขามาแน่ะ” กล่าวกับลูกสาวที่นอนซมด้วยอาการแพ้ท้องอย่างเย็นชา “คนอะไร ไม่รู้มารยาท บอกจะขึ้นมาหาคุณหญิงถึงบนห้อง ฉันรับไม่ได้ ตัวเองเป็นผู้ชายแท้ๆ ไม่มีสมบัติผู้ดีเอาเสียเลย แย่นะอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลไปล้างกำพืดถึงที่โรงเรียนอีตัน ไม่เห็นมันจะได้อะไรขึ้นมา ไอ้พวกเจ๊กนี่” เน้นย้ำซ้ำน้ำเสียงเสียจนทิ่มแทงกระดองใจคนฟัง
“เขามาขออนุญาตฉัน บอกว่าจะพาคุณหญิง ไปรับประทานอาหารค่ำ ร่วมกับญาติพี่น้องคนอื่นๆ ของเขา” หล่อนหมายถึง บุคคลในครอบครัวของต้าเส่งซึ่งไม่ได้พามาด้วยในวันสู่ขอ ที่มาแต่เพียงคุณหญิงสุรีย์เพียงคนเดียว ซึ่งคนเป็นพี่ก็โดนหม่อมมารดาของว่าที่น้องสะใภ้ วางระเบิดไปว่า
“พิธีแต่งงาน จะเป็นแบบไทยแบบฝรั่ง ฉันไม่ว่า ขออย่างเดียว อย่าให้ลูกสาวของฉันแต่งชุดงิ้ว แล้วคำนับฟ้าดินเป็นอันขาด ฉันไม่ยอม” ซึ่งคุณหญิงสุรีย์ก็แสบ หล่อนกล่าวตอกหม่อมแม่ไปว่า
“แหม... สงสัยหม่อมคงจะดูหนังจีนมากเกินไปจนฝังใจนะคะ”
ไม่เพียงแต่โกรธ หากหม่อมแม่ยังเสียใจ หล่อนเป็นความหวังสุดท้ายของคนเป็นมารดา ดาริกาถูกคาดหวัง ว่าจะได้คู่ครองที่มีศักดิ์ และศรี เสมอหน้าเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ไอ้ลูกเจ๊กลูกจีนขายน้ำปลาเช่นนี้
“ลุกไหวไหม” ยังคงกล่าวต่อไปอย่างเย็นชา หลายวันมานี้ งามพรรณแทบจะไม่มองหน้าลูกสาว เป็นอย่างที่ดาริกาคิด หล่อนโกรธ เสียใจ และผิดหวัง “ถ้าไม่ไหว ฉันจะไปบอกนายคนนั้น ว่าคุณหญิงแพ้ท้องหนักจนลุกไม่ขึ้น คงจะไปร่วมรับประทานอาหารกับสังคญาติเจ๊กของเขาไม่ได้”
“หม่อมแม่ อย่าทำแบบนี้ได้ไหมค่ะ” หญิงสาวกล่าวเสียงเครือ
“ฉันทำอะไรหรือคุณหญิงดาริกา”
“หม่อมแม่ทำเหมือนโกรธหญิง หม่อมแม่อย่าทำแบบนี้ได้ไหมค่ะ มันอึดอัด หญิงไม่ชอบเลย”
“แล้วคุณหญิงจะให้ฉันหัวเราะอย่างนั้นหรือ ลูกสาวของฉันท้อง ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงาน แค่นั้นฉันก็เจ็บจนแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือดอยู่แล้ว แต่นี้ คุณหญิงยังทำตัวเป็นแม่สาวรักสนุก มั่วกับพวกเจ๊ก จนมีเลือดของพวกมันมาอยู่ในท้อง คุณหญิงทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง” คำพูดของหม่อมมารดาทุกคำ ยังคงสะท้อนก้องอยู่ในหู ดาริการวบช้อนทันที เมื่อไม่อาจจะทนกลืนอะไรลงคอได้อีกต่อไป ศึกชิงรักในสายเลือดยังคงดำเนินต่อไป หากก็ยังคลางแคลงใจ พี่สาว น้องชาย น้าสาว หลานชาย บ้าน่า คงเป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง บางที อาจจะเป็นที่หล่อนคิดไปเอง แต่...
“อรขอตัวนะคะ” คนที่คิดเหมือนกับหญิงสาว ดูท่า คงจะไม่ได้มีคนเดียว พี่สาวคนเล็กของอติรุจลุกพรวด เมื่อทนอึดอัดใจต่อไปไม่ไหว แม่ลูกเจ๊กโฉมงามอย่างที่หม่อมมารดาเคยปรามาส เดินออกไปจากโต๊ะอาหารเสียเฉยๆ
 “หญิงของตัวนะคะ” หล่อนจึงลุกบ้าง แล้วเดินตามไป มีเรื่องบางเรื่องให้ได้ต้องกังวล คิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าเธอคนนี้จะเป็นพี่สาวแท้ๆ ของว่าที่เจ้าบ่าว ถ้าหม่อมมารดารู้ มันจะเกิดอะไรขึ้น แค่ที่หล่อนกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับต้าเส่ง ทุกวันนี้ในวังแทบจะไม่มีใครได้อยู่สุข หม่อมแม่ไม่ควรจะต้องผิดหวังเพราะลูกคนใดอีก
“เดี๋ยว” ดาริกาเรียกว่าที่พี่สามี เมื่อเดินตามมาจนเกือบทัน “เดี่ยวก่อน ค่ะ” กล่าวหางเสียงออกมาอย่างยากลำบาก เมื่อมันไม่เคย เธอคนนี้ ไม่ใช่นังลูกเจ๊กขายน้ำปลาที่ใครจะมาดูถูกได้อีก อย่างน้อย ผู้หญิงคนนี้ก็เป็นญาติผู้ใหญ่ของต้าเส่ง หลายปีผ่านไป สถานภาพทางสังคมของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปมาก นามสกุลตั้งสุจริต ไม่ใช่วงวานของเจ๊กอยู่สลัมอีกต่อไป
ร่างบางจึงหันมา หล่อนมองคนตรงหน้าอย่างว่างเปล่า เย็นยะเยือกแบบนี้ แบบนี้ล่ะ ที่ผูกพันหัวใจของหม่อมราชวงศ์นราธรเสียจนอยู่หมัด จนกลายเป็นรักแรก และรักเดียว ต่อขออย่าให้เป็นรักสุดท้ายเลย
“หญิงจำคุณได้” ดาริกากล่าว
“ค่ะ” รับคำเพียงสั่นๆ แล้วก็หันหลังเดินจาก หากแต่ก็ต้องหยุด เมื่อดาริกากล่าวขึ้นมาอีกว่า
“หญิงหวังว่าคุณคงจะไม่กลับไปหาชายตั้มอีก” หม่อมราชวงศ์สาวโล่งใจที่ได้พูด พี่สาวคนเล็กของต้าเส่งอายุเท่าไหร่กัน ไม่สามารถจะคาดเดา สิบกว่าปีผ่านไป หากหล่อนกลับยังคงงดงามหมดจดเฉกเช่นเดียวกันกับสาวรุ่น นี่ถ้าว่าที่เจ้าบ่าวไม่แนะนำว่านี่คือพี่ คงคิดไปแล้วว่าเป็นหลานสาว ซ้ำยังสวยมากเสียด้วยสิ สวยไม่สร่าง
ร่างบางจึงหันมา มองคนตรงหน้าอย่างต้องการคำอธิบาย หญิงต้องจึงว่าต่อ...
“พี่สาวของฉันหนีตามฝรั่ง ส่วนฉัน” หล่อนอ้ำอึ้ง ด้วยไม่รู้ว่าจะสรรหาถ้อยคำใดเพื่อกล่าว อย่างน้อย ก็ควรจะถนอมน้ำใจกันบ้าง เมื่อดาริกาไม่เคยเกลียดชังอันใดเธอผู้นี้ หล่อนออกจะน่าสงสารเสียด้วยซ้ำ แต่ในขณะเดียวกัน ก็สงสารหม่อมแม่ด้วย อรรัมภาจึงกล่าวขึ้นมาเสียงเอง เมื่อเห็นคนตรงหน้าดูเหมือนจะลำบากใจ
“ฉันเข้าใจค่ะ ฉันจะไม่กลับไปหาน้องชายของคุณหญิงอีก เรื่องของฉันกับเขามันจบลงแล้วเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน และมันจะไม่มีวันกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีก ขอคุณหญิงวางใจได้”
“เธอต้องเข้าใจนะ หม่อมแม่ผิดหวังจากฉันกับพี่สาวไปแล้ว ท่านเหลือชายตั้มแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น ฉันไม่อยากให้หม่อมแม่ต้องผิดหวังจากเขาอีกคน”
 
มนุษย์มีกลไกในการปกป้องร่างกายและจิตใจของตนเอง เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกบาดเจ็บจนทนไม่ไหว ร่างกายจะลดทอนความเจ็บนั้นด้วยการชัดดาวน์ตนเอง หรือเรียกอีกอย่างว่าสลบ เป็นลม หรือหมดสติ และตราบใดที่ยังไม่รู้สึกว่าปลอดภัย กลไกนั้นก็ทำงานต่อไป
จำขี้ปากใครมาหนอ นึกไม่ออก รู้แต่ว่าหมอคนหนึ่งเคยพูดออกทีวีให้ได้ยิน
 
พูดคุย เสนอแนะ อ่านนิยาย หรือจะด่าก็ได้ ที่ FACEBOOK กนกลดา/หวานใส/ชมนาด เชิญธงไชย แล้วอย่าลืมกด LIKE เพื่อรับข่าวสารจากไรท์เตอร์น้า...