มะลิลอยแก้ว

Author: 
กนกลดา
ประเภท: 
นิยาย

วิวาห์ในฝัน
 
ปีพุทธศักราช 2556
 
ดาริกานั่งมองทะเบียนสมรสในมืออย่างอึ้งๆ หันไปมองคนที่กำลังขับรถอยู่ ในที่สุดหล่อนก็เป็นภรรยาของเขาทั้งทางพฤตินัย และนิตินัย
 
เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้
 
“เข้าไปข้างในก็อย่าตุกติกล่ะ” ต้าเส่งลากเอาตัวหล่อนมาที่ “ผมยิงคุณหญิงทิ้งต่อหน้านายทะเบียนแน่ ถ้าคุณหญิงโวยวายไม่ยอมเซ็นชื่อล่ะก็” ช่างขอแต่งงานได้อย่างลืมไม่ลงดีแท้ เอาปืนจี้ แล้วลากขึ้นที่ว่าการอำเภอกลางเมืองปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ
 
เฮ้อ... อนาถชีวิต ชุดแต่งงานสีขาวฟูฟ่องแบบเจ้าหญิง งานฉลองมงคลสมรสอย่างเทพนิยาย กับเค้กทองคำเจ็ดชั้น ไม่ได้ดังที่ฝันสักกะอย่าง หม่อมราชวงศ์หญิงราชนิกูลผู้สูงส่ง จะแต่งงานทั้งที ไหงมันถึงได้แต่งอย่างตามยถากรรมเช่นนี้
 
“เอ้า” เสียงตวาดของเขาทำให้หล่อนสะดุ้ง “จะจ้องอีกนานไหม กะจะนั่งดูมันจนกระดาษมันละลายคามือเลยเหรอเอาเก็บ” สามีหมาดๆ ของหญิงสาวแผดเสียงใส่ ดาริการีบเอาทะเบียนสมรสเก็บใส่ซอง แต่เท่านั้นยังไม่จบ
 
“เดี๋ยวเราจะไปบ้านของคุณหญิง”
 
‘วังย่ะ’ ดาริกาเถียงในใจ
 
“เราจะต้องทำทุกอย่างให้ตามขั้นตอน”
 
‘ยังคิดจะทำอะไรตามขั้นตอนด้วยหรือยะ แหกโค้งไปตั้งไกลเสียขนาดนั้น’ เถียงในใจต่อ
 
“ยังไงเราก็ต้องไปเรียนให้แม่ของคุณทราบ”
 
‘หม่อมแม่ย่ะ’ เถียงในใจอีกครั้ง ‘หม่อมแม่ของฉันเป็นชายาของหม่อมเจ้า ต้องเรียกหม่อม หม่อมแม่ ไม่ใช่ แค่แม่เฉยๆ’
 
 “ว่าเราแต่งงานกันแล้ว” เขาว่าต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่คิดจะถามความเห็นของหล่อนแม้แต่น้อย “แล้วคุณจะได้เก็บของ วันนี้คุณต้องย้ายมาอยู่กับผม ที่ปากน้ำ”
 
“อะไรนะ” ดาริการ้องเสียงหลงขึ้นมาทันที “นี่คุณจะให้ฉันย้ายไปอยู่กับคุณเหรอ”
 
“ใช่” เขาตอบเสียงเรียบ
 
“ที่สมุทรปราการ”
 
“ใช่”
 
“ที่ไอ้บ้านสับปะรังเคนั่นน่ะนะ” หญิงสาวถามเสียแหว เมื่อบ้านไม้โกโรโกโสนั้น ยังจำติดตา มันก็สะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบดีอยู่หรอกนะ แต่กระจอกเกินไปรึเปล่า
 
หม่อมราชวงศ์สาวจึงได้สะดุ้งอีกรอบ เมื่อสามีป้ายแดงของหล่อนตวาดขึ้นลั่นรถ “บ้านพ่อผม มันสับปะรังเคตรงไหน ผมเกิดที่นั่น โตที่นั่น แล้วก็อยู่ที่นั่น ห้ามมาดูถูกบ้านของผม แล้วคุณหญิงก็จะต้องอยู่ที่นั่นกับผมด้วย ในฐานะเมีย”
 
“กรี๊ด...” หล่อนหวีดร้อง “นายจะบ้าเหรอ บ้านโกโรโกโสแบบนั่นน่ะนะ” ในที่สุดก็พูดอย่างที่ใจคิดออกมาจนหมด “ฉันไม่เอาด้วยหรอก ขืนเหยียบเข้าไป มีหวังได้เป็นบาดทะยัก ฉันไม่อยู่ ฉันจะกลับไปอยู่วังของฉัน”
 
“ใครใช้ให้ออกความเห็น” ตวาดลั่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ดาริกาหน้าซีดใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม หล่อนมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมถึงได้น่ากลัวอย่างนี้ล่ะ ทำไมเขาถึงได้ดุร้ายเช่นนี้ ไอ้เจ๊กขายน้ำปลานิสัยดีที่อ่อนโยนน่ารักคนนั้นหายไปไหนเพียงชั่วข้ามคืน หญิงสาวไม่รู้จักผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้แม้แต่น้อย
 
“ผมสั่งให้ทำอะไร คุณหญิงต้องทำ ถ้าไม่ได้ถาม ห้ามออกความคิดเห็น ห้ามเถียง ห้ามถาม ผมว่าอะไร ก็ว่าตามนั้น คุณหญิงเป็นเมียผมแล้ว ต้องเชื่อฟังผมห้ามมีข้อโต้แย้ง พ่อแม่ของผมเขาก็อยู่กันแบบนี้ แล้วผมก็จะอยู่กับคุณหญิงแบบนี้เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะมีชีวิตอันสงบสุขล่ะก็ ช่วยเป็นเมียที่ดีที่อยู่ในโอวาท อย่าทำตัวให้ผมปกครองยาก”
 
“ฮื้อ” หล่อนปล่อยโฮออกมาทันที เมื่อการประกาศกฎอัยการศึกของคนเป็นสามีสิ้นสุด ฝันร้ายชัดๆ นายตี๋หล่อคนที่หญิงต้องแอบหลงรักตายไปแล้วใช่ไหม ผู้ชายน่ากลัวคนนี้เป็นใคร ทำไมหน้าตาถึงได้เหมือนกันนัก หรือว่าจะเป็นตัวปลอม ไม่จริงใช่ไหมที่ต่อแต่นี้ หล่อนจะต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนใจร้ายแบบนี้ ดาริกาจึงได้สะดุ้งเป็นรอบที่สอง
 
“ร้องไห้ทำไม” ตวาดอีกครั้ง “น่ารำคาญ เลิกร้อง แล้วบอกมา ว่าบ้านอยู่ไหน”
 
หากดาริกาก็หาได้ตอบ หญิงสาวมองเขาทั้งน้ำตา มองด้วยความผิดหวัง ชายในฝันของหล่อนควรจะเป็นคนอบอุ่นใจดีเหมือนท่านพ่อมิใช่หรือ แต่กับ... หล่อนมองเขาแล้วกัดริมฝีปากอย่างคับแค้น อีตานี่มันซาตานชัดๆ
 
“อย่ามามองผมด้วยสายตาแบบนั่นนะหญิงต้อง ผมเป็นผัวคุณ คุณต้องเคารพนับถือมันถึงจะถูก เพราะนับตั้งแต่วันนี้ ผมคือคนที่หาเลี้ยงคุณ แล้วก็บอกมา ว่าบ้านอยู่ที่ไหน”
 
 
 
ปีพุทธศักราช 2539
 
ไม่ดุ ไม่ด่า ไม่ว่า ไม่มีแม้แต่คำตำหนิติเตียน ออกจากปากของชายที่หล่อนเกลียดชังมาทั้งชีวิต ตงเส่งไม่กล่าวสิ่งใดออกมาอีก หลังจากผู้หญิงคนนั้นกับลูกสาวของหล่อนเดินออกไป เถ้าแก่โรงน้ำปลานิ่งเงียบเหมือนกำลังใช้ความคิด สักครู่เขาจึงลุกขึ้น แล้วเดินเข้าไปในส่วนที่อรรัมภารับรู้มาเสมอ ว่าของมีค่าได้ถูกเก็บเอาไว้ในนั้น ไม่นานนักตงเส่งก็กลับออกมา พร้อมกับข้าวของที่อยู่ในมือ
 
ชายสูงวัยกลับมานั่งยังที่เดิม หยิบสมุดเช็คออกมา วางลงบนโต๊ะ ขีดๆ เขียนๆ แล้วฉีกกระดาษใบหนึ่งออก ก่อนที่จะยื่นมันให้ลูกเลี้ยงสาวที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น เด็กสาวยังไม่เลิกร้องไห้
 
“เอ้านี่” ว่าจบก็ออกคำสั่ง “หยุดร้องได้แล้ว น้ำตามันช่วยอะไรลื้อไม่ได้หรอก อั๊วเซ็นเช็คให้ลื้อ ไปกรอกตัวเลขเอาเอง จะต้องใช้ทุนเท่าไหร่ ลื้อไปจัดการเอาเอง แล้วไปลาออกจากโรงพยาบาลให้มันเรียบร้อย”
 
“เตีย” อรรัมภาเรียกบิดาเลี้ยงเสียงสั่น
 
“อาต้าอีอยากไปเรียนเมืองนอก อีขออั๊วเอาไว้นานแล้ว ทีแรกก็ว่ามันไม่จำเป็น แต่ตอนนี้” เขาหยุดนิ่ง ราวกับเจ็บปวดจนไม่อาจเคลื่อนไหว “อั๊วไม่อยากให้ใครมาดูถูกลูกๆ หลานๆ ของอั๊วได้อีก อั๊วจะให้พวกลื้อไปเรียนเมืองนอก ไปกับน้องของลื้อนั่นแหละ อั๊วได้ยินมาว่า ที่เมืองนอก คนจบพยาบาลเรียนต่อไปหมอได้ ลื้อไปเรียนให้จบหมอ แล้วค่อยกลับมา หรือว่าถ้าลื้อไม่อยากเรียนหมอ ก็เรียนบริหารไป จะได้มาช่วยอาเง็กเน้ย อีจะเปิดโรงงาน จะได้ช่วยพี่สาวทำมาหากิน”
 
“เตีย อรไม่ไป” หล่อนกล่าวเสียงเครือ
 
“เอ๊ะ” ตงเส่งเสียงแข็งขึ้นมาทันที “ลื้อนี่พูดไม่รู้เรื่อง เขาตามมาด่าถึงบ้านอย่างนี้ ลื้อยังคิดที่จะอยู่เมืองไทยหาอะไรอีก ไปเมืองนอกเสีย เรื่องมันจะได้จบๆ”
 
“แล้วทำไมอรต้องหนีด้วย อรไม่ได้ทำอะไรผิด อรกับตั้มรักกัน อรไม่ยอมหรอก ถ้าเตียจะให้เราต้องแยกจากกันแบบนี้”
 
“ลื้อนี่” ในที่สุดเขาก็เหลืออด “จนป่านนี้ก็ยังไม่สำนึกอีก แค่ลื้อแอบไปจับคู่อยู่เป็นผัวเป็นเมียกับไอ้เด็กนั่น ลื้อยังคิดว่าลื้อยังไม่ได้ทำผิดอีกเหรอ คนบ้านนี้ไม่เคยมีใครทำตัวแบบลื้อ ไม่ว่าจะเป็นอาเง็กเน้ย อั๊ว หรือแม้แต่แม่ของลื้อ ทุกคนเขาแต่งงานมีหน้ามีตามีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ได้เที่ยวไปนอนกับผู้ชายฟรีๆ ให้คนเขาดูถูก”
 
“ไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย เราจะแต่งงานกัน เรารักกัน ตั้มเขาสัญญากับอรเอาไว้แล้ว เรียนจบเมื่อไหร่ เขาจะมาขออรกับเตีย ตั้มเขาไม่ได้โกหก เขาจริงใจกับอร อรเชื่อ”
 
“แล้วลื้อจะต้องรอไปอีกสักกี่ปี ไอ้เด็กนั่น มันจะจริงใจหรือมันจะไม่จริงใจ สุดท้ายก็มีค่าเท่ากัน อั๊วขอถามหน่อยเถอะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาตอนนี้ ไอ้เด็กอายุแค่นั้น มันจะเอาปัญญาที่ไหนมารับผิดชอบชีวิตของลื้อ ในเมื่อตัวของมันเอง มันยังเอาตัวไม่รอด แบมือขอเงินพ่อแม่ใช้ไปวันๆ หนังสือหนังหาก็ยังเรียนไม่จบ”
 
“แต่อร...” อรรัมภาพยายามจะค้าน ไม่รู้ล่ะอย่างไรเสีย หล่อนก็จะไม่ยอม และหล่อนก็เชื่อว่านราธรก็จะไม่ยอม เสียงตวาดของตงเส่งจึงดังสนั่น
 
“ลื้อให้คนมาถอนหงอกอั๊วถึงในบ้าน ลื้อยังไม่พอใจใช่ไหม หรือลื้อจะรอให้ยายหม่อมอะไรนั่น ลาคอลื้อเข้าคุกก่อนเสียก่อน ลื้อถึงจะคิดได้”
 
“เขาโกหก เตียอย่าไปเชื่อ อรไม่ได้ทำอะไรผิด เขาจะเอาอะไรมาจับอรเข้าคุก” เท่านั้น เสียงตวาดจึงดังขึ้นมาอีกรอบ
 
“เลิกโง่เสียทีจะได้ไหม ไม่มีใครเขาโกหกลื้อ ลูกเขาอายุสิบหก ต่อให้เด็กมันสมัครใจไปอยู่กับลื้อเอง แต่ถ้าพ่อแม่เขาเอาเรื่อง ลื้อก็ติดคุก พรากผู้เยาว์ คดีอาญา ยอมความไม่ได้ ถึงอั๊วเอาเงินมากองท้วมหัว มันก็ช่วยอะไรลื้อไม่ได้ ลื้อจะเอาแบบนั้นใช่ไหม เอ้า เอาเช็คนี้ไป จัดการใช้ทุนแล้วลาออกให้มันเรียบร้อย” ว่าจบก็ยืดตัวขึ้น แล้วหันไป “อาต้า เข้ามา อยากรู้ก็เข้ามานั่งฟังดีๆ บ้านของลื้อ หลบทำไม” เขาตะโกนบอก เมื่อรู้ตั้งนานแล้ว ว่าลูกชายแอบอยู่หลังประตู เด็กหนุ่มจึงเดินตัวลีบเข้ามา  
 
“แล้ววันนี้ ทำไมไปโรงเรียน หนีเรียนเหรอ” เขาถาม เมื่อเห็นลูกชายที่แต่งเครื่องแบบนักเรียนเรียบร้อย แต่กลับปรากฏตัวอยู่ที่บ้าน ในเวลาที่โรงเรียนยังไม่เลิก
 
“วันนี้เรียนครึ่งวันครับ”
 
“งั้นดีแล้ว เดี๋ยวลื้อไปตามอาตั่วเจ้มา อั๊วมีเรื่องจะปรึกษา แล้วพรุ่งนี้ ลื้อก็พาคนงานไปช่วยอาอรขนของที่หอพัก อั๊วจะให้ลื้อสองคนพี่น้องไปเรียนเมืองนอก”
 
“ไปตอนนี้เลยเหรอเตีย” ลูกชายถาม แต่ก็ไม่ได้รอให้ผู้เป็นพ่อตอบ “ทำไมมันเร็วงั้นล่ะ อั๊วกะจะไปตอนจบม.๖ ต่างหาก”
 
“ไม่มีข้อแม้สักเรื่องจะได้ไหมอาต้า อั๊วบอกให้ไปก็ไป ไม่ต้องถาม” ว่าจบชายชาวจีนก็ยันกายลุกขึ้น พร้อมคว้าห่อของขนาดย่อมซึ่งถือติดมือออกมาจากห้องเก็บสมบัติมาไว้ในอ้อมแขน “เอาแหวหมั้นมา” เขาหันไปออกคำสั่งกับลูกเลี้ยง อรรัมภาทำตามอย่างว่าง่าย แหวนเพชรเม็ดงามถูกถอดออกจากนิ้วเรียว
 
“อ้าว นั่นของหมั้นของอรไม่ใช่เหรอ” ลูกชายสงสัยขึ้นมาอีก “แล้วเตียจะเอาไปไหน”
 
“แล้วเมื่อกี้ลื้อหูแตกรึไงอาต้า” เด็กหนุ่มจึงโดนตวาดเข้าให้ “พี่ลื้อมันเป็นแบบนี้ อั๊วจะอาของหมั้นไปคืนอาโอรัส ลูกสาวอั๊วมันโดนเจาะไข่แดงไปแล้ว อั๊วไม่อยากจะเอาไปย้อมแมวขายให้ใคร”
 
 
 
ปีพุทธศักราช 2556
 
‘ไม่อยากจะเชื่อ’ ถ้อยคำนี้ดังก้องอยู่ในใจ เมื่อได้เห็นในการกระทำที่คาดไม่ถึง สามีหมาดๆ ของหล่อน หลังจากที่เดินเข้ามาหาหม่อมมารดาอย่างเอาเรื่อง นึกว่าแม่ยายกับลูกเขยจะพากันเอาเลือดล้างวังเสียงแล้ว เมื่อต้าเส่งทำทีเหมือนว่าจะมาเผาวังเสียให้หวอด
 
หากพอได้ประจันหน้า ร่างสูงก็กลับทำในสิ่งที่แม้แต่ดาริกาก็ไม่นึกว่ามันจะเกิดขึ้น ลูกเขยป้ายแดงทรุดกายลง คุกเข่า แล้วก้มลงกราบหม่อมมารดาของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาอย่างงดงาม
 
“นี่มันอะไรกันคุณ” แม้แต่งามพรรณเองก็ยังอึ้ง ผู้ชายคนนี้หล่อนจำได้ เขาดังจะตาย หนุ่มโสดในฝันที่สาวๆ ครึ่งค่อนประเทศลงคะแนนโหวตให้ นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่หน้าจับตามองแห่งปี และผู้ชายของนังผู้หญิงลอบจัดคนนั้น หากแต่ก็ยังนึกไม่ออก ว่าหล่อนเกี่ยวข้องอันใดกับบุรุษหนุ่มรุ่นลูกคนนี้ “เรารู้จักกันเหรอ”
 
“เปล่าครับ” ละเอาไว้ที่ว่า ก็วันนั้นคุณชี้หน้าด่าพี่สาวของผม “แต่ผมรู้จักกับคุณหญิงต้อง”
 
“แล้วคุณมากราบเออ...” หล่อนอึกอักที่จะพูด “เท้าฉันทำไม” นั่นสิ เพื่อนหญิงต้อง มากราบเท้าหล่อนทำไม
 
“ผมมากราบขอขมา เออ...” เขาอึกอักเช่นกัน กระดากปาก หากจะพูดออกมาว่า... “หม่อมแม่”
 
“หา” หากแค่นั้น มันก็หาได้ช่วยให้งามพรรณหายข้องใจในการปรากฏตัวแล้วก้มลงกราบเท้าหล่อนได้
 
“ผมขอขมา ที่ทำให้คุณหญิงต้องเสื่อมเสีย ผมล่วงเกินเธอ เรามีอะไรกัน ผมทำเธอท้อง”
 
“หา” งามพรรณได้ฟังก็ต้องรีบหาที่เกาะยึด หล่อนกำลังจะเป็นลม นี่มันอะไรกัน “โธ่ ลูกสาวฉัน!”
 
“ผมยินดีจะรับผิดชอบอย่างลูกผู้ชาย และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คุณหญิงเสื่อมเสียมากไปกว่านี้ ผมก็ได้พาเธอไปจดทะเบียนสมรสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
 
“อะไรนะ” เสียงแหวดังลั่น ถามตัวเองขึ้นมาอีกรอบ นี่มันอะไรกัน มองคนตรงหน้าอย่างพาลจะเป็นลม ชีวิตของฉัน จะต้องพบจะต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ เมื่อไหร่ฉันถึงจะหนีคนพวกนี้พ้น
 
ลูกสาวคนโตหอบผ้าหอบผ่อน หนีตามฝรั่ง ลูกชาย แอบไปเอานังลูกเจ๊กขายน้ำปลามาทำเมีย แล้วกับลูกสาวคนเล็กที่หล่อนพอจะได้ชื่นใจ ว่าจะไม่ทำให้คนเป็นแม่ผิดหวัง แต่มันก็เข้าอีหร็อบเก่า
 
กับนายคนนี้ ดอกเตอร์ อติรุจ ตั้งสุจริต รูปงาม ประสบความสำเร็จ ร่ำรวย แล้วยังไงล่ะ มันก็หนีไม่พ้นเจ๊ก เจ๊กขายน้ำปลา นายคนนี้มีอาชีพขายน้ำปลา ถึงจะเป็นน้ำปลาไฮท์เอ็นท์ที่มีขายในห้างก็เถอะ
 
ทำอะไรไม่ถูก คิดอะไรไม่ออก ที่สำคัญดาริกากำลังตั้งท้อง หญิงต้องท้องกับไอ้เจ๊กขายน้ำปลา แต่เท่านั้นมันยังไม่พอที่จะทำให้ผู้เป็นแม่หัวใจสลาย เมื่อลูกเขยเจ๊กกล่าวขึ้นมาว่า
 
“ถ้าหม่อมแม่ไม่ว่ากระไร ผมก็ขออนุญาต พาหญิงต้องไปอยู่กับผมวันนี้เลย”
 
“ฉันว่า” หล่อนเสียงแข็ง แกยังทิ่มแทงฉันไม่พอใช่ไหม “ลูกสาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนน เขามีพ่อมีแม่ และฉันจะไม่ยอมให้หญิงต้องไปอยู่กับคุณเฉยๆ เป็นอันขาด ลูกฉันเป็นราชนิกูล เป็นเชื้อพระวงศ์ คุณต้องไปเอาผู้ใหญ่ของคุณมาสู่ขอให้ถูกต้องตามประเพณี แล้วจัดงานแต่งงานให้สมเกียรติ์สมฐานะ ไปจดทะเบียนสมรสกันเองฉันไม่ยอมรับ”
 
“ได้ครับ ผมจะทำตามที่หม่อมแม่ขอ”
 
“และที่สำคัญ ฉันเรียกสินสอดเป็นมูลค่าร้อยล้าน”
 
“หม่อมแม่” ดาริกาที่เงียบตั้งแต่ต้นร้องเสียงหลงขึ้นมาทันที หม่อมมารดาเป็นบ้าไปแล้ว ตั้งร้อยล้าน ใครจะมีจ่าย หากนายเจ๊กขายน้ำปลาก็ทำในเรื่องที่ไม่มีใครคาดฝันอีกครั้ง เมื่อเขากล่าวว่า
 
“ได้รับครับ” เขารับปากอย่างง่ายๆ รับปากราวกับตกลงชื้อขายน้ำปลาอย่างไรอย่างนั้น “แค่ร้อยล้านเท่านั้นใช่ไหมครับ” ดาริกาฟังแล้วอยากจะเป็นลม แค่ร้อยล้านเท่านั้น นี่เขาหูเพี้ยนไปรึเปล่า ร้อยล้านนะ ไม่ใช่ร้อยบาท
 
 
 
 
 
พูดคุย เสนอแนะ อ่านนิยาย หรือจะด่าก็ได้ ที่ FACEBOOK กนกลดา/หวานใส/ชมนาด เชิญธงไชย แล้วอย่าลืมกด LIKE เพื่อรับข่าวสารจากไรท์เตอร์น้า...