มะลิลอยแก้ว

Author: 
กนกลดา
ประเภท: 
นิยาย

น้องใหม่

ปีพุทธศักราช 2556

เพียงเจอหน้าก็คว้าแขนหมับ ไม่พูดพร่ำทำเพลงลากหล่อนให้เดินตามมาอย่างไม่มีการถามความสมัครใจ ใบหน้าคมๆ ของตี๋หนุ่มรูปหล่อจึงได้รับฝ่ามือเรียวๆ ของไฮโซสาวประทับฝากเอาบนแก้มใสอย่างเต็มๆ

‘เพี๊ยะ!’ ต้าเส่งหน้าหันจนคอแทบหลุด ยายคุณหญิงยี้มือหนักไม่ใช่เล่น ชายหนุ่มเอามือลูบแก้ม รสเค็มปร่าๆ สัมผัสกับปลายลิ้น ดาริกาตบเขาจนเลือดกบปาก

“เฮ้ย” สบถออกมาหนึ่งที แต่ก็หยุดอยู่แค่สบถ ร่างสูงคว้าแขนแล้วลากตัวหล่อนอีกครั้ง

“ปล่อยฉานนนน” หล่อนโวยวายพลางแกะมือพัลวัน “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ไอ้หื่น ไอ้บ้ากาม ไอ้หน้าด้าน” ด่าออกมาทุกคำที่คิดได้ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ไอ้ลูกเจ๊กขายน้ำปลา”    

‘ลูกเจ๊กขายน้ำปลา’ ประโยคนั้นยังจำฝังใจ สิบกว่าปีก่อน หล่อนก็จิกเรียกเขาแบบนี้ ดอกเตอร์หนุ่มโรงน้ำปลาปล่อยมือทันที คิ้วขมวด แววตาครุ่นคิด ลูกเจ๊กขายน้ำปลา คำปรามาสเช่นนี้ หล่อนไม่เคยใช้เรียกใคร นอกจากเขาเพียงคนเดียว นายต้าเส่ง แซ่ตั้ง

ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน

“อันที่จริงบ้านของต้าเส่งเขาอยู่สมุทรปราการ เตียของต้าเส่งมีโรงน้ำปลา อร่อยที่สุดในปากน้ำเลยนะ ดังมาก ใครๆ ไปชลบุรี พัทยา ขากลับก็ต้องแวะซื้อมาเป็นของฝากแทบทั้งนั้น เราเคยกินด้วยแหละ ต้าเส่งเขาเอามาฝากตั้งแกลอน แม่เราอยากได้อีก เลยต้องลงทุนนั่งรถไปซื้อถึงสมุทรปราการ” คำแนะนำของวรรณษาสร้างความภาคภูมิใจให้เด็กหนุ่มอยู่ไม่ใช่เล่น เตียคือฮีโล่ของเขา ต้าเส่งภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของเตีย และภาคภูมิใจในโรงน้ำปลาของเตีย ซึ่งเป็นดังเส้นเลือดใหญ่ ที่เตียใช้ในการทำมาหาเลี้ยงเขาและพี่สาวให้ได้อยู่อย่างสุขสบาย เด็กหนุ่มยืดอกทุกครั้ง ที่มีใครพูดถึงเขาในทำนองนี้ แต่ทว่า

ดาริกากลับไม่คิดเหมือนเด็กหนุ่มโรงเรียนวัด หล่อนมองเขาอย่างมองแล้วมองอีก มองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เท้าจรดศีรษะ มองอย่างดูถูกเหยียดหยาม

เด็กหนุ่มจึงต้องก้มลงมองตัวเองบ้าง วันนี้เขาใส่เสื้อเชิ้ตขาว กางเกงสีกากี  ถุงเท้ารองเท้าสีน้ำตาล ยูนิฟอร์มโรงเรียนวัดมันคงไม่เริ่ดไม่หรู ไม่เหมือนชุดนักเรียนโรงเรียงไฮโซ ต้าเส่งรู้สึกถึงความต่ำต้อยอย่างที่ไม่เคยเป็น

ถ้าเปลี่ยนจากเทพศิรินทร์เป็นสวนกุหลาบ หรือถ้ายังเรียนที่อยู่เก่า หญิงต้องจะยอมญาติดีกับเขาไหม ดาริกาไม่เคยรู้ เพียงแค่ขายน้ำปลาหาเลี้ยงชีพอย่างเดียว เตียก็มีปัญญาส่งเสียพี่สาวของเขาทั้งสองคนให้เรียนมหาวิทยาลัยดีๆ และส่งเสียเขาให้ได้เรียนในโรงเรียนฝรั่งค่าเทอมแสนแพงจนจบป.๖ ถ้าเขาไม่ร่ำร้องจะย้ายโรงเรียน ป่านนี้ นายต้าเส่ง แซ่ตั้งก็ยังคงเรียนอยู่ที่นั่น

หากสายตาที่มองมาแบบนั้น ยังไม่เท่ากับน้ำคำอันแสนเจ็บแสบ โดนด่าว่าไอ้เด็กวัด ไอ้หมาวัด ก็ยังไม่เท่ากับถ้อยคำเหยียดหยาม เมื่อเด็กสาวจากโรงเรียนฝรั่งชื่อดังกล่าวออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำจนทุกๆ คนที่ได้ฟังต้องอ้าปากค้างว่า

“ชิ ไอ้ลูกเจ๊กขายน้ำปลา”

แต่ทว่าต้าเส่งก็หาได้เคยโกรธ แค่เจ็บแปลบที่อกซ้ายเพียงเท่านั้น สิบกว่าปีผ่านมา มันผ่านไปแล้ว ก็ให้แล้วไปเถอะ อะไรก็ไม่สำคัญเท่า

“คุณจำผมได้” ยิ้มแป้นออกมาเลยทีเดียว วันเวลาผ่านไป ต่างคนก็ต่างเปลี่ยนไป แต่หญิงต้องยังคงจำเขาได้ หล่อนจำเขาได้เหมือนอย่างที่เขาจำหล่อนได้

“ไอ้ลูกเจ๊กขายน้ำปลา ตัวเหม็นน้ำปลาหึ่ง ได้กลิ่นก็จำได้แล้ว” ไฮโซสาวแหวเสียงดัง “โธ่เอ้ย... นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน อุตสาห์ไปชุบตัวถึงเมืองนอก จนจบตั้งดอกเตอร์ แต่มันก็งั้นๆ ไปไหนไม่รอด ต้องกลับมาทำอาชีพเก่าของโครงเง่าศักราช ชิไอ้เสี่ยโรงน้ำปลา คิดว่าเพาะปลาทองเป็นอาชีพเสริมแล้วมันจะทำให้แกดูดีขึ้นอย่างงั้นเหรอ” ยังคงปากตลาดอย่างคงเส้นคงวา หล่อนเป็นหม่อมราชวงศ์จริงๆ หรือเปล่า

เฮ้อ.... โอ้ล่ะหนอเวรกรรม แม้ว่าวันเวลาผ่านจะไปสักแค่ไหน แม้ว่าจะถูกอัพเกรดให้เป็นเสี่ยขายน้ำปลา แต่หญิงต้องก็ยังคงเป็นหญิงต้อง หล่อนยังคงดูถูกชายหนุ่มอย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลง

หากต้าเส่งก็ยังคงเป็นต้าเส่ง เขาเคยโกรธหล่อนได้นานเสียที่ไหน แอบน้อยใจหนีไปเมืองนอก สาปส่งไม่พบไม่เจอกันอีก แล้วไงล่ะ แค่พอได้เห็นหน้า อะไรๆ ที่หล่อนเคยทำ มันก็ดูเหมือนว่าชายหนุ่มกลับลืมไปจนสิ้น และที่สำคัญ ดาริกามีข้อมูลของเขาอย่างครบถ้วน

หล่อนรู้ว่าเขาไปเรียนต่อเมืองนอก หล่อนรู้ว่าเขาจบดอกเตอร์ และหล่อนก็รู้อีกเช่นกัน ว่าเขาทำมาหากินอะไร หล่อนติดตามเรื่องของเขา ดีใจว่ะ อย่างน้อยไอ้ลูกเจ๊ก อ่ะ ไม่ใช่สิ ไอ้เสี่ยขายน้ำปลาคนนี้มันก็มีความสำคัญในสายตาของหญิงต้องบ้าง  

ร่างบางจึงถูกรวบทันที เมื่อเห็นยายแม่เล้าไฮโซกับแมงดาคู่ขาเดินมาแต่ไกล ยังมีเวลาที่จะต่อปากต่อคำกันอีกนาน ทั้งชีวิตเลยก็ได้ หากหล่อนต้องการ แต่ตอนนี้ต้องหนีเอาตัวรอด ก่อนที่เธอคนนี้จะถูกนำไปสังเวยความใคร่ให้ไอ้แก่หัวงูบ้ากาม

ไวเท่ากับอะไรก็ไม่รู้ ดาริกาถูกอุ้มพาดบ่า และไม่รอช้าที่จะวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตโดยมีอดรีนารีนเป็นแรงผลักดัน ชายหนุ่มพาสาวในฝันกระโดดขึ้นเรือจนบรรดาลูกค้า และสาวนุ่งน้อยห่มน้อยต้องงงไปตามๆ กัน ในที่สุดฤาษีก็ออกจากถ้ำแล้วหรือนี้ ออกมาเพราะยายคุณหญิงยี้เนี่ยนะ

 

ปีพุทธศักราช 2537

แม้ว่าจะไม่ได้สูงใหญ่อย่างต้าเส่งน้องชายของหล่อน แต่นราธรก็จัดว่าเป็นคนตัวสูง สูงอย่างสันทัด สันทัดค่อนข้างสูง สูงตามมาตรฐานผู้ชายเอเชียโดยทั่วไป

“มานั่งทำอะไรตรงนี้” เสียงหวานๆ ซึ่งดังมาจากทางด้านหลัง ทำให้ร่างสูงต้องหันไป ริมฝีปากสีแดงสดอย่างคนสุขภาพดีคลี่ยิ้ม ดีใจที่ได้พบหล่อน ตั้งแต่เปิดเทอม นราธรก็ไม่ได้เห็นหน้าอรรัมภาอีกเลย หล่อนต้องกลับเข้าไปอยู่ในหอพักที่ทางวิทยาลัยจัดให้ หลังจากเริ่มมีคนระแคะระคาย ในการแอบหนีไปอยู่ข้างนอกข้างหญิงสาว

ใจเต้นโครมคราม พี่อรไม่ได้สวมชุดนักศึกษาอย่างที่เขาเคยเห็น หล่อนอยู่ในชุดกระโปรงเครื่องแบบสีฟ้าอ่อน ใบหน้าขาวนวลจนแม้แต่ผู้หญิงยังต้องอายแดงก่ำขึ้นมาทันที หนุ่มน้อยอดเขินไม่ได้ ทำไมน่ารักอย่างนี้ล่ะ

“หลบคน” เขาตอบ แล้วก็หงุดหงิดต่อ หงุดหงิดๆๆ หงุดหงิดอย่างที่หลายวันผ่านมา หงุดหงิดที่ไม่ได้เห็นหน้าอรรัมภา

คณะแพทย์กับคณะพยาบาลก็อยู่ใกล้กันแค่นี้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่เคยได้เรียนด้วยกันสักกะวิชา เมื่อพี่อรเรียนปีสี่ เขาเรียนปีหนึ่ง หล่อนต้องออกฝึกงาน ในขณะที่เขายังต้องเรียนวิชาพื้นฐานในห้องเล็คเชอร์ ซ้ำพออยากจะเจอ ก็ยังได้เจอกันยากเข้าไปอีก

คณะพยาบาลที่หล่อนเรียน คือคณะพยาบาล ของวิทยาลัยพยาบาลในหน่วยงานรัฐบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกนำมาสมทบกับมหาวิทยาลัยที่เด็กหนุ่มสอบเข้าได้

ราวกับเมืองลับแลก็ไม่ปาน ณ วิทยาลัยพยาบาลแห่งนี้ สิ่งมีชีวิตใดๆ ล้วนเดินเข้าไปได้อย่างอิสระเสรี จะมียกเว้นก็แต่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้ชายนี่แหละ คือบุคคลต้องห้าม หรือถ้าเข้าไปได้ ก็มีกฎระเบียบมากมายจนหัวหมุน มันจึงเป็นเรื่องยาก หากเขาจะไปหาหล่อนที่หอพัก

หญิงสาวจึงเดินลงมาจากตึก พยาบาลปีสี่เพิ่งกลับมาจากการออกชุมชน หญิงสาวมาพร้อมกับเพื่อนสนิทอีกสองคนซึ่งเป็นรูมเมทของหล่อนด้วย ทั้งคู่เคยเจอนราธรอยู่บ่อยหน ยามเมื่อไปหาอรรัมภาที่หอพักด้านนอกวิทยาลัย ทั้งสองสาวรู้เห็นเป็นใจในการโดดหอของเจ้าหล่อน ทั้งคู่ช่วยกันปิดปังอำพรางสารพัด จนรอดพ้นหูตาของอาจารย์มาร่วมสองเทอม

“หลบใคร แล้วทำไมต้องมาหลบที่โรงพยาบาล” หล่อนอดประหลาดใจไม่ได้ ตามปกติ นิสิตแพทย์ไม่ใคร่จะมีใครมาที่นี่ในยามนี้

“ก็หลบพวกรุ่นพี่นั่นแหละ จะลากผมไปทำอะไรบ้าๆ บอๆ ก็ไม่รู้” เด็กหนุ่มหมายถึงกิจกรรมของทางมหาวิทยาลัย ที่มักจะคัดเลือกนิสิตชายหญิงที่หน้าตาดีของแต่ล่ะคณะไปเข้าร่วม “ผมบอกว่าไม่เอาๆ ก็ตื้ออยู่ได้ รำคาญเลยหนีมาอยู่นี่ จะได้ไม่มีใครหาเจอ”

สองสาวนักศึกษาพยาบาลรุ่นพี่จึงหัวเราะคิก แล้วกระซิบพอได้ยินกันสามคนว่า

“เหมือนไอ้อรเลยว่ะ ตอนปีหนึ่งไอ้อรมันก็หลบแบบนี้ แต่สุดท้ายมันก็โดนเขาลากไปจนได้” สองสาวจึงถูกปรามด้วยสายตาจากคนที่พวกหล่อนเพิ่งจะกล่าวถึง หากก็ไม่วายจะคะนองปาก หนึ่งในนั้นจึงได้กล่าวเล่นต่อไปว่า

“อ้าว แล้วทำไมไม่ไปล่ะ สนุกจะตาย”

“โอ๊ย.... ไม่เอาหรอกครับพี่ ผมไม่ชอบ เป็นผู้ชาย ไปแต่งหน้าทางปากเต้นแรงเต้นกาแบบนั้น ตลกจะตาย นึกว่าแพทย์จะไม่มีเสียอีก ที่ไหนได้”

ดวงตาที่คมกริบส่องประกายขุ่น ตั้งแต่เปลี่ยนสถานภาพ จากนักเรียนมาเป็นนิสิต นราธรก็เหมือนไม่ใช่น้องข้างห้องคนเดิมอย่างที่หล่อนเคยรู้จัก เด็กนักเรียนผมเกรียนคนนั้น อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นหนุ่มเต็มตัวขึ้นมาเสียเฉยๆ อรรัมภาไม่ชินกับความเปลี่ยนแปลงอันนี้สักเท่าใดนัก ไม่พบกันเสียหลายวัน มาเจอกันวันนี้ นราธรก็ทำเอาหัวใจของพี่สาวข้างห้องเต้นโครมคราม หล่อนมองน้องชายข้างห้องอย่างไม่ใคร่จะเต็มตา

ผมของเขายาวขึ้นกว่าเก่ามาก แม้ว่าจะถูกตัดอย่างเรียบร้อยแบบนิสิตแพทย์ก็ตามเถอะ ตั้มไม่มีเค้าของเด็กอายุสิบห้าแม้แต่น้อย ซ้ำเมื่อได้อยู่ในชุดนิสิต มันก็ยิ่งทำให้หนุ่มน้อยคนนั้นกลายเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ที่ดูดีไม่ใช่เล่น

“จ้า... พ่อรูปหล่อ ก็น้องหล่อไง เขาถึงมาตื้อ เขาถึงมากลาก ไม่ภูมิใจเหรอ ที่คนเขาเห็นค่าในความหล่อของน้องน่ะ” เพื่อนสาวของอรรัมภากล่าวแซว จนคนยืนใกล้ๆ ต้องกระทุ้งศอกลงที่สีข้างเพื่อเตือนให้สงบปากสงบคำ แต่หากลึกๆ ลงไปในใจก็หาได้ค้านคำใดไม่ นราธราหล่อจริงๆ อย่างเพื่อนว่า ว่าที่พยาบาลสาวกัดริมฝีปากข่มอาการประหม่า พลางลอบมองเขาอย่างพิจารณา

ใบหน้าเรียวยาวแต่ดูบึกบึนแบบลูกผู้ชาย พระเจ้า มันช่างเป็นเคล้าโครงของใบหน้าซึ่งงดงามไร้ที่ติ ซ้ำเมื่อประกอบเข้ากับเครื่องหน้าอันลงตัว เด็กหนุ่มคนนี้หาตัวจับได้ยาก

นราธราทอดมองมายังร่างบางอย่างต้องการจะสื่อความนัย การมองแบบนี้ มันทำให้คนถูกมองหลอมละลายเอาได้ง่ายๆ เมื่อมันแฝงไปด้วยความอบอุ่น อ่อนโยน และแรงดึงดูดอย่างมหาศาล

ไม่เล็กจนเกินไป และใหญ่จนเกินงาม แม้ไม่อาจจะเรียกว่าได้สวย แต่ดวงตาที่ทรงพลังคู่นั้น ก็ได้รูปและน่ามองยิ่ง มันเป็นสองชั้นอย่างชัดเจน อีกทั้งยังคมกริบราวกับดวงตาของพญานกอินทรีย์ และชวนมองเป็นยิ่งขึ้น เมื่อได้มาอยู่ร่วมกันกับจมูกโด่งยาวอันเป็นสัน ริมฝีปากปากเฉียบสีแดงสดอย่างคนสุขภาพดี แบบคนที่ไม่เคยแตะต้องบุหรี่และของมึนเมา

ร่างสูงลุกขึ้น นราธรมีผิวอันนวลเนียนขาว จนแม้แต่ผู้หญิงอย่างหล่อนยังต้องอาย ทุกสิ่งที่เป็นเขามันคือความสมบูรณ์แบบโดยแท้ นิสิตแพทย์หนุ่มน้อยคนนี้จะมีข้อตำหนิใดๆ เหมือนอย่างใครๆ ทั่วๆ ไปบ้างไหมหนอ

“บางที อาจจะมี” อรรัมภาคิด “บางที ที่บ้านอาจจะจนก็ได้ แต่ถ้าที่บ้านจน จะมีรถเก๋งป้ายแดงขับได้อย่างไร”

เขาเดินเข้ามา คว้าแขนของอรรัมภาอย่างไม่มีการบอกกล่าว แม้ปากจะบอกว่ามาที่นี่เพื่อหลบคน นั่นเป็นเพียงข้ออ้าง กิจกรรมอะไรที่ว่านั่น ทำๆ ตัดรำคาญให้มันจบๆ เสียก็ได้ มันก็ไม่ได้ลำบากมากมาย อันที่จริงเขามาดักรออรรัมภาต่างหาก และเขาก็มาดักรอหญิงสาวได้หลายวันแล้วด้วย

“ป่ะ พี่อร ไปหาอะไรกินที่ตลาดกันดีกว่า แก้เครียด” เขาจูงหญิงสาวให้เดินไปด้วยกันโดยง่าย “วันนี้วันศุกร์ จะกลับบ้านรึเปล่า ให้ผมไปส่งนะ” ไม่มีคำคัดค้านใดๆ เมื่อเพื่อนสาวทั้งสองได้แต่ยืนอึ้ง อยากจะร้องห้ามแต่ก็ทำได้เพียงแต่อ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูก ก็เห็นอยู่ ว่าเพื่อนสาวเดินออกไปกับนิสิตแพทย์ชั้นปีที่หนึ่ง และก็เห็นกันอยู่ ว่าอรรัมภาก้าวขึ้นไปบนรถของไอ้เด็กนั่น จนกระทั่งรถยนต์คันงามแล่นจากไปนั่นแหละ คนหนึ่งจึงกล่าวขึ้นว่า

“เฮ้ย... แกคิดว่ามันแปลกๆ รึเปล่า” อีกคนหนึ่งจึงต้องถามด้วยอาการงงไม่แพ้กัน

“แปลกอะไร”

“ก็แปลกตรงที่ว่าไอ้เด็กปีหนึ่งเนี่ย มันทำตัวอย่างกะเป็นแฟนของไอ้อรยังไงก็ไม่รู้”

“ไอ้นั่นมันยังไม่เท่าไหร่หรอกว่า กับผู้หญิงที่ตัวเองชอบ ผู้ชายหน้าไหนมันก็ทำแบบนี้ทั้งนั้นแหละ” ความรู้สึกของตั้มที่มีต่ออรรัมภา ใครๆ ก็ดูออก มีแต่พี่สาวข้างห้องคนนี้เท่านั้นแหละที่เหมือนจะไม่รู้ไม่เห็น “แต่ไอ้อรนี่สิแปลกกว่า”

“แปลกกว่ายังไง”

“ก็แปลกตรงที่ มันปล่อยให้ไอ้เด็กนี่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของน่ะสิ แกดู ดูๆๆ โดนไอ้ตั้มมันลากไปขนาดนั้น ไอ้อรมันว่าอะไรสักคำไหม แถมยังไปกับมันแต่โดยดี ทีกับคนอื่น ทั้งหลบ ทั้งเชิดใส่”

“เฮ้ย บ้าแล้ว แกอย่าคิดอะไรพิเรนทร์ๆ นะ นั่นมันน้องปีหนึ่งนะโว้ย สอบเทียบมาด้วย อ่อนกว่าพวกเราตั้งกี่ปี”

“น้องปีหนึ่ง เด็กเทียบ อ่อนกว่า แล้วมันไม่ใช่ผู้ชายหรือไงวะ”

“เออ ว่ะ งั้นงานนี้ต้องโปรดติดตามตอนต่อไป”

 

ปีพุทธศักราช 2556

พี่ลูกตาลบอกว่าจะนั่งรอหนูมะลิอยู่ที่นี่ เด็กสาวแหงนหน้ามองตึงสูงอย่างชั่งใจ ตั้งแต่เกิดมาเห็นสิ่งก่อสร้างใด จะใหญ่โตเท่านี้มาก่อน

สาวน้อยยืนนิ่งอยู่กับที่ วันก่อนก็ทำหล่อนหาย วันนี้เขาก็ทิ้งให้หล่อนวิ่งตาม ทั้งๆ ที่คุณป้าก็บอกแล้วว่า “ห้ามทิ้งน้องเป็นอันขาด” แต่พอเอาเข้าจริงๆ ยังไม่ทันจะลงจากรถเลย เขาก็บอกว่า “ไม่เอาร้อน จะไปรอที่.... ไปตามหาเอาเองก็แล้วกัน หาไม่เจอก็โทรตาม ใช้เป็นแล้วไม่ใช่เหรอ ไอโฟนน่ะ”

มาลาตีมองไปยังประตู มีคนมากมายเดินเข้าเดินออก หากหล่อนไม่กล้าที่จะเดินเข้าไป สาวน้อยก้มลงมองตนเอง แล้วกลับไปมองผู้คน พวกเขาเหล่านั้นเคลื่อนไหวว่องไว และคล่องแคล่ว ดูเป็นคนเมืองกรุง แล้วหล่อนล่ะ ไม่ว่าจะซ้าย ขวาหน้า หลัง สามร้อยแปดสิบองศา ดูตรงไหนก็บ้านนอก ว่าที่นิสิต กลัวเขาจะไล่ตะเพิดตัวเองออกมา

“อ้าว หนูมะลิ” เสียงทุ้มๆ อันชวนฝันดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เด็กสาวหันไป มาลาตีกระพุ่มมือไหว้ทันที เมื่อได้เห็นว่าเขาคือใคร สาวบ้านป่าหน้าร้อนจัดเมื่อเลือดซูบฉีดอย่างแรง หัวใจของสาวน้อยเต้นแรง เมื่ออีกครั้ง ที่ได้พบกันอย่างไม่คิดไม่ฝัน

“อาจารย์หม่อมสวัสดีค่ะ”

“มาทำอะไรอยู่ตรงนี้” เขาถาม “สอบสัมภาษณ์เป็นอย่างไรบ้าง”

“พี่ลูกตาลบอกว่าจะรอหนูมะลิอยู่ในนั้น” หล่อนชี้มือไปยังศูนย์การค้าขนาดยักษ์ แล้วกล่าวต่อไปอีกว่า “ส่วนสอบสัมภาษณ์ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ”

“อย่างงั้นหรือ” เขาพยักหน้า “ก็ดีแล้วล่ะ หวังว่าเปิดเทอมใหม่ ผมคงจะได้เจอคุณอีก อ้อ...” แล้วราชนิกุลหนุ่มก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “แล้วญาติผู้พี่ของคุณเขานัดคุณที่ไหนล่ะ ในนั้นน่ะ มันกว้างมากเลยนะ คนก็เยอะด้วย ถ้านัดกันไม่ดีก็อาจจะหลงได้”

“พี่ลูกตาลบอกให้หนูมะลิไปที่ร้านนี้” หล่อนส่งการ์ดใบเล็กไปให้เขาดู ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที ‘Starbucks’

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแกล้งกัน มาลาตีเรียนเก่งก็จริงอยู่ แต่ภาษาอังกฤษของเด็กบ้านนอก จะดีแค่ไหน ก็งูๆ ปลาๆ เมื่อมาอยู่ในเมืองกรุง เด็กสาวอ่านไม่ออกแน่ๆ เพราะคำศัพท์โดดๆ ที่ปรากฏอยู่บนการ์ดใบเล็ก ไม่เคยปรากฏบนพจนานุกรมเล่มใดๆ มันคือชื่อเฉพาะที่ต้องอาศัยการสะกดตามหลักการออกเสียงเพื่อการอ่านให้ออก ซ้ำสตาร์บั๊คส์ใน ณ ที่แห่งนี้ เพียงแค่ชั้นกราวด์ชั้นเดียว ก็มีไม่ต่ำกว่าหนึ่ง แล้วเด็กสาวที่เพิ่งจะมาจากต่างจังหวัด ผู้เพิ่งเคยเห็นศูนย์การค้าเป็นครั้งแรก จะหาเจอไหม เหลือเกินจริงๆ นายลูกตาลอะไรนี่

ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นพ่อ ที่มีขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว นราธรโกรธอย่างไม่เข้าใจตัวเอง เขาอยากจะเดินเข้าไปหักคอไอ้พี่ลูกตาลให้ตายคามือเสียจริงๆ แต่นายแพทย์หม่อมราชวงศ์ก็ต้องข่มอารมณ์ เมื่อไม่ต้องการให้คนตรงหน้าเสียขวัญ เขายิ้มให้มาลาตีอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าวว่า

“อ๋อ... ผมรู้จัก สตาร์บั๊คส์น่ะ สตาร์บั๊คส์ มันเป็นร้านกาแฟ เดี๋ยวผมจะพาคุณไป แต่อาจจะต้องเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้หน่อยนะ เพราะที่นี่มีหลายสตาร์บั๊คส์ แต่ก็ไม่ต้องกังวล ผมจะช่วยคุณ จนกว่าจะตามหาคุณณนนท์เจอ” ว่าจบร่างสูงจึงเดินนำเด็กสาวเข้าไปในตึกสูง มาลาตีคลายความกังวลลงไปในทันที น่าแปลกที่หล่อนจะไม่รู้สึกกลัวสิ่งใด เพียงแค่มีเขาคนนี้อยู่ใกล้ๆ

และก็น่าแปลกอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนในเมือหลวงอันแสนกว้างใหญ่ ทุกๆ ครั้งที่หล่อนมีเรื่องเดือดร้อน เขาจะเป็นเพียงคนๆ เดียว ที่จะปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า แล้วขจัดปัดเป่าให้ปัญญาสารพัดลอยหายไป มาลาตีอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก หล่อนรู้สึกถึงสิ่งที่ขาดหายได้รับการเติมเต็ม

แต่ก็นับว่านายลูกตาลอะไรนี่ไม่ได้คิดกลั่นแกล้งญาติผู้น้องของตัวเองเป็นจริงเป็นจังนัก เพียงแค่เดินหาในชั้นกราวด์ เขาก็พบณนนท์นั่งรออยู่ในสตาร์บัคส์ร้านที่สอง แต่ทว่า ชายหนุ่มก็ต้องขอคุยกับนายคนนี้สักหน่อย แม้จะหาไม่ยาก แต่ถ้าไม่มีเขา หนูมะลิก็คงจะต้องหลงทางไปอีกนาน

“คุณณนนท์ ขอผมคุยอะไรกับคุณสักหน่อยเถอะ” กล่าวพร้อมกับใบหน้าอันถมึงทึง นายลูกตาลเห็นแล้วจึงอดเสียวสันหลังไม่ได้ อยากกะคุณพ่อมาเอาเรื่องไอ้เด็กเกเร เมื่อลูกสาวโดนรังแกอย่างไรอย่างนั้น แต่ชายหนุ่มก็ทำตามที่นราธรขอ สองหนุ่มเดินออกไปคุยกันนอกร้าน โดยสั่งให้หนูมะลินั่งรออยู่ข้างใน

“น้องสาวของคุณเพิ่งจะมาจากต่างจังหวัด”

“แล้วไง” ยังกวนได้อีก

“แต่คุณปล่อยให้เด็กที่ไม่เคยเห็นศูนย์การค้า เดินตามหาคุณในนี้ คุณทำเกินไปรึเปล่า”

“เกินไปตรงไหน ก็ผมขี้เกียจนั่งรอในรถนี่ มันร้อน”

“มันร้อนคุณก็ต้องทน หนูมะลิไม่รู้จักกรุงเทพฯ เกิดเขาหลงอย่างวันนั้นอีก คุณจะทำยังไง ผมตามไปช่วยเขาไม่ได้ทุกครั้งหรอกนะ”

“แต่ครั้งนี้คุณก็ยังตามมาช่วยเขาจนได้ไม่ใช่เหรอ” ณนนท์ทำเสียงจิจ๊ะ “จะทำอะไรก็ระวังๆ หน่อยนะครับ คุณอาจารย์หม่อม ถ้าริจะกินเด็กล่ะก็...”

“คุณณนนท์” นราธรเรียกเสียงเครียด

“ยายนั่นน่ะ ยังไม่สิบหกเต็มเลยนะ แล้วแม่ผมก็หวงมากด้วย”

“คิดอะไรสกปรก นั่นมันน้องของคุณนะ”

“ไม่ใช่สักหน่อย ยายมะลิเน่านั่น ไม่ได้เป็นอะไรกับผม อย่าพยายามเอาแม่นั่นมานับญาติกัน ผมไม่ยอมรับ”

“ทำไม” มาถึงตอนนี้ นราธรต้องอึ้ง ด้วยน้ำเสียงและสีหน้า รู้ได้ทันทีว่า นายณนนท์คนนั้นไม่ได้พูดเล่น พี่ชายคนนั้น เกลียดน้องสาวของตัวเองเข้าไส้ “คุณเกลียดอะไรหนูมะลิ” ชายหนุ่มถามอย่างอึ้งๆ

“ไม่ใช่แค่ยายมะลินะที่ผมเกลียด พ่อของมัน แม่ของมันผมก็เกลียด แล้วขอบอกให้เข้าใจตรงนี้เลยนะ ว่าผมกับนังเด็กหลังเขานั่น ไม่ได้เป็นอะไรกัน ยายของมัน แม่ของมัน แค่มาเกาะคุณตาของผมกิน แล้วอ้างตัวว่าเป็นลูกเป็นเมีย” เขาหยุดเพื่อหยั่งเชิงคนตรงหน้า นราธรพูดอะไรไม่ออกอีกต่อไป

“แล้วคุณรู้ไหม ว่าแม่ของมัน สนองคุณคุณตาของผมยังไง คุณตาผมรักแม่ของนังมะลิเน่าอย่างกะลูกในไส้ แต่มันก็แอบไปก่อเรื่องงามหน้า จนท้องไม่มีพ่อ ต้องหนีไปอยู่ในป่า แล้วคลอดนังมะลิที่นั่น พ่อผมต้องไปเซ็นต์ชื่อรับรองมันเป็นลูกทั้งๆ ที่เสี่ยงจะถูกให้ออกจากราชการ เพราะคุณตาขอร้อง น้าของผมต้องถูกส่งไปอยู่เมืองนอก เพราะคุณตาไม่ต้องการให้มารับรู้เรื่องอัปยศที่แม่ของนังมะลิมันก่อ พวกเราอับอายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปซุกเอาไว้ที่ไหน ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นอะไรกับมันสองคนแม่ลูกสักนิดเดียว แล้วคุณคิดว่า ผมยังจะมีความรู้สึกดีๆ ในนังเด็กกาฟากนั่นได้อยู่อีกเหรอ ผมไม่ใช่คนใจประเสริฐขนาดนั้น”

 

ขอความกรุณาจากผู้อ่าน เนื่องจากไรท์เตอร์เป็นคนเข้าใจอะไรยาก ดังนั้น ในการเม้นท์แต่ล่ะครั้ง ช่วยอธิบายจนละเอียดด้วยนะจ๊ะ ไรท์เตอร์จะได้เอาไปปรับปรุงอย่างถูกจุด อย่างเช่น อ่านแล้วงง งงอย่างไร ยกตัวอย่างด้วยก็ดี หรือใช้คำราชาศัพท์ผิด ผิดตรงไหน ขอความร่วมมือหน่อยนะคะ เพื่อจะได้มีนิยายดีๆ มีสาระ ไม่มั่ว ไม่มึนเอาไว้ประดับโลกอีกสักเรื่อง