มะลิลอยแก้ว

Author: 
กนกลดา
ประเภท: 
นิยาย

 
เพราะอะไรกันหรือ ที่ทำให้หล่อนต้องออกมากับเขา หญิงสาวเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน เด็กหนุ่มคนนั้น ก็ราวกับจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เขาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ตัวหล่อน ทุกสิ่งที่เขากระทำ เด็กหนุ่มคนนั้น ก็พยายามที่จะดึงเอาตัวหญิงสาวเข้าไปมีส่วนร่วม อย่างเช่นวันนี้ก็เหมือนกัน
“พี่อรกลับมาแล้ว ผมรอพี่อยู่ตั้งนานแน่ะ” น้ำเสียงแสดงออกถึงความดีใจอย่างชัดแจ้ง เขานั่งรออรรัมภามาร่วมหลายชั่วโมงแล้ว
“รอพี่” หญิงสาวถามด้วยความประหลาดใจ นราธรรู้อยู่แล้วว่า ศุกร์ เสาร์ หล่อนกลับไปบ้านที่สมุทรปราการ โดยมากก็จะกลับเย็นวันอาทิตย์ แล้วเขาจะเสียเวลารอไปเพื่ออะไร หรืออาจมีธุระสำคัญ ร่างบางจึงเอ่ยปากถามเสียงเรียบ “รอทำไม แล้วก็ลุกขึ้นมาเถอะ ที่พื้นนั่น สกปรกจะตาย”
เด็กหนุ่มจึงลุกขึ้นตามคำสั่ง พี่สาวข้างห้อง ชี้เป็นชี้ตายเขาได้เสมอ นราธรตอบคำถามของหล่อนว่า
“วันนี้เขาประกาศผลเอ็นฯ (ผลสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย) ผมก็เลยมานั่งรอพี่”
“แล้วทำไมต้องรอพี่” หญิงสาวยกนาฬิกาที่ผูกติดกับข้อมือขึ้นมาดู “จะเย็นอยู่แล้ว ทำไมไม่รีบไปดูผลสอบล่ะ เขาประกาศกันตั้งแต่เช้าแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ก็ใช่ ผมถึงได้มานั่งรอพี่อยู่นี่ไง ผมอยากให้พี่อรไปดูผลสอบกับผมด้วย ผมไม่กล้าไปคนเดียว ไปเป็นเพื่อนผมหน่อยนะ”
ไม่อาจจะตอบได้ ว่าเป็นเพราะความสงสารหรือไม่ สภาพของเขาที่หล่อนได้เห็นตอนที่เดินเข้ามาในหอ ช่างน่าอนาถาอย่างบอกไม่ถูก นราธรนั่งพิงผากอดเข่ารอหล่อนอยู่หน้าห้อง เด็กหนุ่มไม่ได้สวมชุดนักเรียนอย่างที่หล่อนเคยเห็นเป็นประจำ เสื้อเชิ้ตพับแขน กางเกงยีนส์ ร้องเท้าผ้าใบอย่างที่วัยรุ่นนิยมใส่ ผมเพร่ายุงเหยิง ทำให้เขาดูราวกับบ้านนอกเข้ากรุงหลงทางก็ไม่ปาน หากก็ยังหาได้เป็นเหตุผลอันพอเพียง ชายหนุ่มหลายคน ที่พยายามจะเข้ามาพัวพันในชีวิต ทำตัวน่าสงสารกว่านี้อีก
ไม่อยากจะมา แต่ก็ถูกลากมาจนได้ อรรัมภายืนมองร่างสูงที่แหวกฝูงชนออกมาแต่ไกลๆ จะเย็นอยู่แล้ว หากนักเรียนที่มาดูผลสอบก็ยังคงแน่นขนัด นราธรวิ่งตรงมา ผมที่ยาวขึ้น ทำให้เขาดูโตเป็นหนุ่ม ทั้งๆ ที่เพิ่งจะอายุสิบห้า เด็กมัธยมหัวเกรียนคนนั้น บัดนี้คือผู้ชายเต็มตัวคนหนึ่ง
“พี่อร” ตะโกนเสียงดังก่อนที่ตัวจะมาถึง “ผมสอบติดแล้ว” ว่าจบก็กระโดดเข้ากอดคนตรงหน้าทันที
“ตั้ม” อรรัมภาจึงต้องร้องเตือน เด็กหนุ่มจึงปล่อยหล่อนทันที แล้วกล่าวอย่างลุแก่ความผิดว่า
“ขอโทษครับ ผมลืมตัวไป” นราธรโกหก อันที่จริง เข้ารู้ตัวดี ว่ากำลังทำอะไร และยังตั้งใจล้วนๆ อีกด้วย ก็จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ ในเมื่อมันไม่อาจจะหักห้ามใจนี่
ไม่มีใครรู้หรอกว่า ไอ้เด็กอมมือในสายตาของพี่อร แท้ที่จริงเขาก็คือผู้ชายทั้งแท่ง ผู้ชายซึ่งเต็มไปด้วยความปรารถนาและความต้องการ
การได้มองห่างๆ ยังไม่ทรมานเท่ากับการได้สนิทสนมใกล้ชิด แต่ทำได้เพียงแค่มอง กับผู้หญิงที่ตัวเองเสน่หา ใครบ้างมันไม่อยากจะสัมผัส ใครบ้างมันไม่อยากจะจับต้อง อยากจะทำมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ
ร่างสูงมองคนตรงหน้าอย่างข่มอารมณ์ อารมณ์อยากจะผูกพัน อารมณ์อยากจะผูกมัด และอารมณ์อยากจะฝังรากฝากรอยรัก ให้หล่อนตกเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว หากก็ทำได้แค่เพียงคิด และเก็บกดความปรารถนาเหล่านั้นเอาไว้ภายใน ทั้งๆ ที่ความต้องการทางกายเรียกร้องอยู่ทุกวินาที มันเกินจะทนไหวอยู่แล้ว แค่กอดแค่นี้ มันยังดับอะไรไปได้ไม่ถึงเสี้ยว 
แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อไม่ยอมกอด ขอแตะนิดๆ หน่อยๆ หล่อนคงจะไม่ว่าอะไร สองมือเรียวเล็กจึงถูกรวบขึ้นมา ร่างสูงรวบมันทั้งสองเอาไว้ในอุ้งมืออุ่น
“ผมสอบเข้าแพทย์ได้แล้วพี่ ผมสอบเข้าแพทย์ได้แล้ว”
“ดีใจด้วยนะ” หล่อนกล่าวอย่างเรียบๆ แสดงออกถึงความยินดีเพียงเล็กน้อย ด้วยหนึ่ง นิสัยเป็นคนเช่นนั้น อรรัมภาไม่ถนัดกับแสดงอารมณ์อะไรออกมาอย่างมากมาย และสอง หล่อนรู้อยู่แล้ว เห็นหน้ายิ้มแป้นมาแต่ไกลแบบนั้น จะสอบไม่ติดได้อย่างไร แต่จะสอบติดที่ไหนกันล่ะ สถาบันแพทย์ในประเทศไทย ทั้งรัฐบาล และเอกชน มีอยู่นับสิบ
“แล้วติดที่ไหนล่ะ รังสิตเหรอ” หญิงสาวเริ่มเดา โดยเริ่มจากที่ๆ หล่อนคาดไปเองว่า เด็กม.๔ สอบเทียบ น่าจะพอสอบเข้าได้ อย่างไม่เคยคิดที่จะดูถูก
ถึงแม้จะมีคะแนนเฉลี่ยปรากฏในใบร.บ. ถึง ๔.๐๐ แต่ข้อสอบสอบเทียบมันก็ไม่ได้ยากอย่างที่ใครคิด หล่อนเองก็เคยสอบเทียบมาก่อน ถ้าตั้งใจ ก็จบม. ๖ กันได้ทุกคน ในขณะที่ข้อสอบเอ็นทรานซ์ โหดหินกว่านั้นหลายเท่า ร่างสูงจึงต้องโวย
“โหย... ไม่ใช่สักหน่อย”
“งั้นมศว.”
“ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ”
“งั้นก็พระมงกุฎ” หล่อนเริ่มเดาสุ่ม แต่ก็ยังไม่ได้ออกจากกรุงเทพมหานครฯ
“ไม่ใช่ ไม่ได้เลือก ผมไม่ชอบเป็นทหาร”
“งั้นรามา วชิระ ธรรมศาสตร์...”
“พอๆๆ” นราธรรีบร้องห้าม ก่อนที่พี่อรจะเดามั่วไปกันใหญ่ แต่ก็ยังห่างใกล้ข้อเท็จจริง “ผมติดแพทย์....” เขาเอ่ยชื่อสถาบัน “มหาวิทยาลัยเดียวกับพี่อรไง ดีใจไหม เราจะได้เรียนที่เดียวกัน ไชโย ผมจะได้เป็นนิสิตแล้ว” เด็กหนุ่มว่าพลางก็กระโดดโลดเต้น โล่งอกไปทีที่สอบติด หม่อมราชวงศ์หนุ่มน้อย เป่าปากออกมาอย่างยกภูเขาออกจากอก หลังจากที่หายใจไม่ทั่วท้องมานานนับเดือนจากการกระทำโง่ๆ ของตัวเอง
ในวันเวลาซึ่งชีวิตยังคงดำเนินอยู่ในความเยาว์วัย ด้วยวุฒิภาวะ และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หม่อมราชวงศ์นราธรนำพาเอาอนาคตของตนเองไปผู้ติดไว้กับอรรัมภา ช่องว่างในใบสมัครมีให้เลือกได้ถึงหกอันดับ แต่เขากลับกรอกชื่อของมหาวิทยาลัยลงไปเพียงหนึ่ง
‘ถ้าไม่ได้เรียนที่เดียวกับพี่อร พี่ไหนๆ ก็ไม่อยากเรียน’
การทำอะไรไปตามอารมณ์อย่างสุดโต่งเช่นนั้น คือการนำพาชีวิตไปสู่ความเสี่ยงอย่างมหันต์ คณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยที่เขาเลือก นับว่าเป็นหนึ่งในสถาบันสุดยอดปรารถนา ของใครก็ตามที่อยากเรียนแพทย์ หากพลาด ก็เท่ากับว่า เขาตัดโอกาสของตัวเองทิ้งเพื่อผู้หญิงเพียงคนเดียว
 
ปีพุทธศักราช 2556
“นี่เขารู้ตัวรึเปล่า ว่าเขาต้องมาทำอะไรที่นี่” ปีกทองหนุ่มถามขึ้นมาก่อน หลังจากที่สงสัยในท่าทีที่เหมือนจะไม่รู้เรื่องรู้ราวของสินค้าสาวที่ถูกเลือกมาประเคนให้ลูกค้าวีไอพีถึงภูเก็ต
“ถามทำไม รู้ก็ช่างไม่รู้ก็ช่าง ท่านอยากได้ จบไหม” หญิงสาวผู้ถูกถามตอบอย่างเฉยชา
“เฮ้ย...” เสียงนั้นดูเหมือนจะประหลาดใจและเจ็บปวด แต่หากก็หาไม่ นายปีกทองเลือดเย็นเกินกว่าจะรู้สึกอะไรเช่นนั้น ร่วมไปถึงเจ้านายคู่ขาของเขาด้วย “นั่นมันเพื่อนพี่นะ พี่หลอกยายคุณหญิงยี้นั่นมาขาย ทำเข้าไปได้ยังไง”
“สนด้วยเหรอ” เป็นอีกครั้งที่หล่อนตอบอย่างเฉยชา “ยายนั่นไม่ใช่เพื่อนฉันสักหน่อย”
“อ้าว ก็ไหนว่าคบกันมาตั้งแต่อนุบาล”
“ฮึ” หล่อนหัวเราะถากถางในลำคอ “ยายนั่นเขาพูดเอง ฉันไม่ได้พูดสักหน่อย ใครอยากจะคบคนแบบนั้นเป็นเพื่อน” ว่าพลาง สายตาอันเต็มไปด้วยความริษยาก็จ้องมองร่างบางซึ่งเดินเล่นอยู่ไม่ไกลอย่างชิงชัง หากไม่มีแว่นตากันแดดอันโตปิดปังเอาไว้ ใครต่อใครคงได้รู้ไปแล้ว ว่าวรรณษาเคียดแค้นโกรธเกลียดสินค้าของหล่อนขนาดไหน   
“ก็เลยหลอกมาขายซะงั้น”
“ฮึ” หัวเราะในลำคออีกครั้ง “ใครหลอกใครกันแน่ ยายยี้นั่น ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าขายของเก่าหาลำไพ่พิเศษ ยามขัดสน แกล้งทำเป็นแอ๊บแบ๊วไม่รู้อย่างนั้น อยากจะโก่งค่าตัวล่ะไม่ว่า”
“ก็ให้มันแอ๊บแบ๊วจริงๆ เหอะ ไม่ใช่พอถึงเวลาทำงาน ท่านของพี่จะโดนตบเข้าให้ แล้วพี่จะเสียมากกว่าได้ ท่านน่ะ ลูกค้ารายใหญ่ไม่ใช่เหรอ หลุดมือไป ใครเดือดร้อน ก็พี่นั่นแหละ”
“พูดอย่างงี้หมายความว่ายังไง” หล่อนแหวให้ได้ยินเพียงแค่สองคน
“ยายคุณหญิงนั่น ขายไม่ขาย พี่ก็รู้อยู่แก่ใจ ไอ้พวกหื่นไฮโซที่พี่แนะนำให้ไปแคลมยายนั่น โดนตบไปแล้วกี่คน ระวังน้า... งานนี้มันจะได้ไม่คุ้มเสีย ก็คราวนี้พี่เล่นแรง เล่นหรอกมาเจอตาเฒ่าบ้ากามตัวจริง ไม่ใช่ไอ้พวกไก่อ่อนหน้าโง่พูดอะไรก็เชื่อ”
“ก็บอกแล้วไง” คราวนี้แหวเสียงดังขึ้นกว่าเก่าเล็กน้อย ชักจะเริ่มโกรธคนตรงหน้าขึ้นมาแล้ว “ว่ายายนั่นแอ๊บแบ๊วโก่งค่าตัว ลองเห็นเงินล้านที่ท่านโยนให้เป็นทิปหน่อยเถอะ ขี้คร้านจะคลานขึ้นเตียงให้ท่านเอายันเช้า ยายนั่นน่ะมันก็ไซด์ไลน์ดีๆ นี่แหละ เพียงแต่นังยี้มันเลือกแขก ไม่หกหลักเจ็ดหลัก มันไม่เอาหรอก เรื่องคาวๆ แบบนี้ไปถามใครก็ได้ คนเขารู้กันทั้งเมืองแล้ว ฉันไม่ได้หรอกมันมาขาย เรื่องชั่วๆ แบบนั้น ใครจะกล้า เด็กของฉัน เต็มใจทุกคน”
“ไม่เชื่อหรอก” พูดพลางหัวเราะอย่างรู้ทัน เป็นคู่ค้าคู่ขากันมานาน ยายพี่ออยไส้มีกี่ขด เขาก็นับมันมาหมดแล้ว “เรื่องชั่วๆ แบบนี้ ใครไม่กล้า แต่พี่ออยกล้า ใครเขาก็รู้.....” นายปีกทองจีบปากล้อเลียน “ใช่ ใครเขาก็รู้กันทั้งเมือง ว่ายายนั่นขายตัว แล้วที่ใครเขารู้น่ะ ใครเขาเป็นคนปล่อยข่าวล่ะ ถ้าไม่ใช่พี่น่ะ ไง เกลียดยายนั่นมากเลยเหรอ ถึงทำกันได้”
“ไอ้แจ๊ค” คราวนี้แหวเสียดังจนคนสะดุ้ง แม่เล้าแมงดาคุยกันไม่แคร์สื่อ ด้วยคิดว่าตนเองนั่งกันตามลำพัง จึงไม่รู้สึก ว่าหลังแนวชาสีทองมีคนนั่งอยู่นานแล้ว
ต้าเส่งจึงต้องรีบลุกออกมาจากที่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ ทั้งๆ ที่รับประทานอาหารกลางวันยังไม่เสร็จ ชายหนุ่มไม่อาจจะทนฟัง ขืนอยู่ต่อมีหวังได้อาเจียน คนโสโครกพูดออกมาก็มีแต่เรื่องโสโครก แม้แต่เพื่อนก็ยังหลอกมาขาย
จริงอยู่ที่ยายคุณหญิงต้องนิสัยแย่จนได้โล่ แต่ทำกันถึงขนาดนี้ มันไม่เกินไปหน่อยหรือ นิสัยไม่ดีก็เลิกคบสิ ไม่ใช่คบต่อไปแล้วก็เก็บความแค้นเอาไว้ จนทนไม่ได้ ต้องเอามาสะสางกันเกินเหตุ แล้วเขาโกรธอะไรกันล่ะนี่ เรื่องของตัวไม่ใช่ก็สักหน่อย
“อ้าวคุณต้า” ลูกค้าร้องทัก เมื่อเห็นชายหนุ่มงุ่นง่านออกมาจากห้องอาหาร “จะไปไหนล่ะ หรืออิ่มก่อน เลยรีบขึ้นห้อง ไม่ได้นา คุณมีนัดกับพวกเรานะ กินกลางวันเสร็จ จะไปนั่งเรือยอร์ชตกปลาไง ลืมแล้วหรือ” กล่าวอย่างรู้จักกันดี ดอกเตอร์ฤาษีคนนี้ สนุกกับการจำศีลอยู่ในถ้ำ มากกว่าการออกไปผจญภัยท่องโลกกว้าง คนอะไร สุรา ภาชี นารี กีฬาบัตร พ่อไม่เอาสักอย่าง เป็นผู้ชายจริงๆ หรือเปล่า นี่ต้องแอบย่องๆ ไปหลับเป็นแน่
“เออ.. จริงสิ” ชายหนุ่มจึงนึกขึ้นได้ มัวแต่โมโหแม่เล้ากับแมงดาจนลืม อันนี้คือความสัจจริง อติรุจ จึงต้องเดินไปตามแรงลากของลูกค้า แต่เขาก็ไม่อยากจะไปจริงๆ นั่นแหละ ไปล่องเรือยอร์ชตกปลา แต่พาสาวนุ่งน้อยห่มน้อยขึ้นเรือไปด้วยจนเพียบ จะตกปลาอะไร
นี่ก็อีกที่อยากจะอาเจียน รับรองลูกค้า เชิญทั้งสามีภรรยา แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ทำเป็นความจำเสื่อม เหมือนลืมไปแล้วว่ามีเมีย เลยลืมพาเมียมาด้วย ซ้ำยังหลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นวัยรุ่นยังโสด เอาแต่หาที่ป้อสาว ทั้งที่เจตนารมณ์เดิม คือมาเพื่อผ่อนคลาย แล้วคุยกันอย่างสบายๆ เพื่อหาแนวทางสร้างสรรค์ใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ แต่มันนี้อะไร ลงเครื่องมาปุบก็จะให้พาไปแตะบีบท่าเดียว ทั้งนั้นเลย แต่ละคนๆ มีงูแผ่แม่เบี้ยเต็มหัว
แต่หากกระนั้น ชายหนุ่มก็เก็บอาการไม่พอใจเอาไว้ได้ อติรุจกลับไปยังห้องอาหารอีกครั้ง  ชำเลืองมองออกไปยังสระว่ายน้ำซึ่งอยู่ด้านนอก วรรณษา นายแจ๊คอะไรนั่น และหญิงต้อง หายไปเสียแล้ว ร่างสูงรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมาทันที เขาเป็นห่วงดาริกาอย่างไม่มีเหตุผล
 
ตอนอายุ 17 สอบเทียบม. ๖ ได้ ข้อสอบกสน. ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ปีเดียวก็สอบผ่านทุกวิชา เกรดเฉลี่ย 1.00 ได้สอบเอ็นทรานซ์ปีแรกตอนอยู่ ม.๕ ผลก็คือสอบไม่ได้ ขอบสอบเอ็นฯ ยากมว๊าก..... แต่ข้อสอบโคว้ต้าภาคเหนือของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยากกว่า แต่ด้วยความมุ่งมั่นเรียนพิเศษอ่านหนังสืออย่างหนักร่วมปี ก็เลยไม่ต้องสอบเอ็นฯ เป็นรอบที่สอง เป็นน้องใหม่คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่รหัส 33
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐในสมัยก่อนไม่ยุ่งยากเหมือนสมัยนี้ ไม่ต้องมีสอบเล็กสอบน้อยให้ยุ่งยาก โอเน็ต GAT PAT ก็ไม่มี สอบทีเดียวไปเลย ใครเตรียมตัวมาดี ก็สอบเข้าได้ ยิ่งสอบเอ็นทรานซ์ก็ยิ่งไม่ยุ่งยาก สอบทีเดียว เลือกมหาวิทยาลัยได้ทั่วประเทศ แต่ทำข้อสอบที่สนามสอบในภูมิลำเนาของตัวเอง
สอบเข้ามหาวิทยาลัยสมัยนี้เห็นแล้วงง รับตรง รับไม่ตรง ยุ่งวุ่นวายไปหมด เด็กๆ ต้องตระเวนสอบไปทั่ว พ่อแม่ใครมีตังค์ก็ดีไป แต่ถ้าไม่มีหรือบ้านอยู่หลังเขา ก็ลำบากกว่าระบบสอบเข้าเดิมอีก น่าสงสาร  
 
พูดคุย เสนอแนะ อ่านนิยาย หรือจะด่าก็ได้ ที่ FACEBOOK กนกลดา/หวานใส/ชมนาด เชิญธงไชย แล้วอย่าลืมกด LIKE เพื่อรับข่าวสารจากไรท์เตอร์น้า......