มะลิลอยแก้ว

Author: 
กนกลดา
ประเภท: 
นิยาย

หลังจากที่พรวดพราดออกมาจากรถ มาลาตีก็วิ่งอย่างไม่สนทิศทาง ด้วยความโกรธ หล่อนจึงลืมคิดไปว่า ตนเองอยู่ที่ไหน และแปลกถิ่นเพียงใด เด็กสาวลืมคิดไปว่า ตนเองไม่ได้อยู่ในบ้านห้วยแม่กระพ้ออีกต่อไป

สองเท้าหยุดเมื่อเหนื่อยหอบ มาลาตีหายใจหนักๆ ความเมื่อยล้าจากการวิ่ง ทำให้สติเริ่มคืนกลับมา เด็กสาวแหงนมองสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว

ผู้คนพลุกพล่าน หันไปทางใด ก็หาใช่สิ่งอันเป็นที่คุ้นเคย ในหัวใจเริ่มประหวั่น ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน และจะหาทางไปต่อได้อย่างไร สาวน้อยเริ่มตัวสั่น เมื่อคำพูดของป้ายังฟังจำอยู่ในหัว

“ที่นี่กรุงเทพฯ คนดีก็มี แต่คนไม่ดีมันก็มีเยอะเหมือนกัน” ร่างบางเริ่มกระสับกระส่าย ไม่กล้าแม้แต่จะขอความช่วยเหลือ นึกถึงเรื่องเล่าที่เคยได้ยินได้ฟังก่อนหน้า

‘กรุงเทพฯ น่ากลัว มีแต่คนหลอกลวง ความปลอดภัยในชีวิต แทบจะหาไม่ได้ คนจ้องจะทำร้าย มีให้ทั่วไปหมด’

สองเท้าจึงเริ่มขยับ เมื่อจำคำของป้าได้ เราต้องทำตัวให้กลมกลืนจึงจะปลอดภัย เด็กสาวเดินตามฝูงชนไปเรื่อยๆ ทำทุกอย่างตามที่คนเหล่านั้นทำ เขาหยอดสตางค์ลงไปในเสา

หล่อนก็ทำตาม เขาหยิบบัตรพลาสติกออกมาจากเสา หล่อนก็ทำตาม เขาเดินไป ซุกบัตรหยิบบัตรตรงไหน หล่อนก็ทำตาม แม้ว่าจะไม่เคยเห็นและกลัวบันไดที่ไหลได้ แต่หล่อนก็ก้าวเท้า แล้วขึ้นไปยืนบนนั้นอย่างที่คนอื่นทำ จนกระทั้งบันไดที่ไหลได้นั้นมันสุดทาง

มาลาตีกระโดด สองเท้าหยัดยืนอยู่บนพื้นที่มั่นคงอีกครั้ง เด็กสาว เห็นศาลาแปลกๆ มีร่องกว้างๆ ยาวๆ อยู่ตรงกลาง มันถูกแบ่งออกมาเป็นสองฝั่ง ผู้คนยืนรออะไรสักอย่างเต็มไปหมดทั้งฝั่งนี้และฝั่งโน้น

ไม่นานนัก หล่อนก็เห็นแสงไฟสว่างจ้าลอยใกล้เข้ามา อะไรบางอย่างซึ่งคล้ายกล่องขนาดใหญ่ เล่นเข้ามา แล้วหยุดอยู่ตรงหน้า เสียปี๊ดๆ ดังก้อง ประตูเปิดออก กล่องนั้นมีประตู ผู้คนมากมายกรูกันเข้าไปในนั้น หนูมะลิไหลไปตามกระแสชน หากเด็กสาวก็ยังหารู้ไม่ ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

กล่องแปลกๆ นั่นนั่งสนุกดี มีโทรทัศน์ให้ดูด้วย หากสาวน้อยก็ยังคงกลัว และกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ มาลาตีแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว เจ้ากล่องเหล็กนี้ จะพาหล่อนไป ณ ที่แห่งใด

มันหยุดอีกครั้ง ประตูเปิดออก มีคนเข้ามา และมีคนออกไป หากเด็กสาวก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับกาย นักศึกษาหญิงคนหนึ่งเดินมาแล้วหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหล่อน ในมือของพี่สาวคนนั้นถือหนังสือหลายเล่ม ซึ่งเล่มหน้าสุดที่หล่อนเห็น มีตราสัญญาลักษณ์ ซึ่งเขียนคำว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ข้างใต้ แสงสว่างแห่งความหวังจึงส่องประกาย

รถจอดอีกครั้ง มาลาตีจึงตัดสินใจตามเด็กสาวคนนี้ไป แต่ทว่า เพียงแค่ออกจากรถไฟฟ้าได้เพียงไม่กี่ก้าว พี่สาวคนนั้นก็หายไปแล้ว เป็นอีกครั้งที่มาลาตีไหลไปตามกระแสชน และเป็นอีกครั้ง ที่หล่อนไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน

สองเท้าจึงหยุดยืน สองตาสอดส่าย ที่นี่ก็ยังคงไม่แตกต่างจากที่ๆ จากมา ผู้คนพลุกพล่าน เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างถือปูน และหล่อนก็ยังคงไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน

ร่างบางเริ่มไหวระริก พยายามที่ไม่ให้น้ำตามันไหล แต่มันก็กำลังจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว เด็กสาวกลัว และกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ และมันกำลังจะถึงขีดสุด

มาลาตีคิดไม่ออก ว่าวันนี้จะเป็นเช่นไร ถ้าหากหล่อนไม่เจอคนใจดีเข้าให้ คุณน้าคนนี้ อยู่ดีๆ เขาก็โผล่มา ถามไถ่จนได้ความ เขาก็อาสาจะพาไปส่งที่มหาวิทยาลัย คุณน้าบอกว่า มหาวิทยาลัยของหนูมะลิอยู่ไม่ไกล จากนี่ เดินไปก็ได้ หนูมะลิก็เดินตามเขาไปแต่โดยดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ยังไม่กล้าจะคุยกับใครด้วยซ้ำ สาวน้อยไว้ใจชายแปลกหน้าที่เพิ่งจะได้พบอย่างไม่มีเหตุผล

ไม่มีเหตุผลของการไว้ใจ ตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงไว้ใจ จะเป็นที่รูปร่างหน้าตาซึ่งเป็นที่สะดุดตาเด็กสาวก็คงจะไม่ใช่ ในเมื่อเด็กสาวอย่างมาลาตี ไม่เคยสนใจเรื่องอะไรพันอย่างนี้ น้าต้าก็หล่อ พี่ลูกตาลก็หล่อ เห็นกันทั้งวัน หล่อนก็ยังเฉยๆ มันไม่ใช่หรอก

คุณน้าคนนั้นซื้อขนมให้หล่อนกินด้วย มันอร่อยมาก หนูมะลิไม่เคยกินมาก่อนในชีวิต หล่อนจึงถามออกไปว่า

“ขนมนี่อร่อยดี เขาเรียกว่าอะไรเหรอค่ะ”

ชายคนนั้นจึงหันมา พร้อมกับสีหน้าฉงน ราวกับจะสะท้อนใจ และไม่เข้าใจอยู่ในที ว่ากะอีแค่เครปอันล่ะห้าสิบบาท ต่างจังหวัดบ้านหล่อนมันไม่มีให้กินเชียวหรือ มาลาตีจึงกล่าวต่อไปว่า

“หนูมะลิเพิ่งเคยกิน แถวบ้านของหนูมะลิไม่มีขายหรอกค่ะ พวกเรากินแค่ข้าวสามมื้อ ขนมได้กินบ้าง แต่นานๆ ที มันเป็นของแพง คนแถวบ้านหนูมะลิ ไม่มีใครเขากล้ากินกันบ่อยๆ หรอก”

สายตาฉงนจึงมองมาที่หล่อนอีกครั้ง มาลาตีรู้ดีว่าเขามองหล่อนด้วยความสงสาร ซึ่งนั่นก็ก่อความสงสัยให้แก่เด็กสาวอย่างยิ่งยวด เขาสงสารหล่อนเรื่องอะไร

“เครป เขาเรียกว่าเครป” ร่างสูงตอบ แล้วพาเดินต่อ

ซึ่งมหาวิทยาลัยของหนูมะลิ มันก็ไม่ได้ไกลจริงๆ อย่างเขาว่า หนูมะลิเดินข้ามเขา ไกลกว่านี้เยอะ ทั้งคู่เดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยอันแสนสวยงาม เด็กสาวตื่นตาจนต้องมองซ้ายขวา ณ ที่แห่งนี้ ราวกับสวนสวรรค์ก็ไม่ปาน

ร่างสูงของคุณน้าใจดี จึงต้องเดินเข้ามา แล้วแตะที่แขนของหล่อน เขากล่าวว่า

“หนูมีเวลาอีกตั้งหกปี ที่จะดูทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในนี้ รีบเข้าเถอะ มันสายแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันรายงานตัว”

มาลาตีจึงทำตามอย่างว่าง่าย ไม่นานนักเขาก็พาหล่อนเดินมาถึงที่แห่งหนึ่ง เด็กสาวเห็นเด็กนักเรียน และเด็กนักศึกษาเต็มไปหมด คุณน้าพาหล่อนไปยังที่ซึ่งเหล่าบรรดานิสิตและอาจารย์ต่างก็เรียกว่าซุ้ม

มีเด็กสาววัยโตกว่าคนสองคนวิ่งเข้ามา ซึ่งนั่น มันก็ทำให้หนูมะลิต้องประหลาดใจ เมื่อพวกหล่อนกระพุ่มมือไหว้ พลางกล่าวว่า

“อาจารย์หม่อมสวัสดีค่ะ” เด็กสาวจึงมองและยืนงง “ไหงมานี่ล่ะค่ะ วันนี้อาจารย์ไปคุมจัดนิทัศการไม่ใช่เหรอ”

“ก็คุมจัดนิทัศการนั่นแหละ” เขายิ้มกว้าง นิสิตสาวเหล่านั้น ดูปลื้มจนออกนอกหน้า “แต่เผอิญว่า” เขาดึงเอาตัวมาลาตีออกมา “มีคนหลงทาง ผมก็เลยต้องพาว่าที่น้องใหม่มาส่ง”

หนูมะลิกระพุ่มมือไหว้รุ่นพี่ตามมารยาที่แม่อรได้อบรมสั่งสอนมา คุณน้าคนที่ได้กลายเป็นอาจารย์หม่อมไปแล้วจึงแนะนำว่า “นี่หนูมะลิ ผมฝากพวกคุณดูแลด้วยก็แล้วกัน น้องเขาพึ่งมาจากต่างจังหวัด ไปไหนไม่คอยถูก” และหลังจากนั้นก็หันมาพูดกับมาลาตี “ไม่ต้องกลัวนะ นี่รุ่นพี่คณะของหนู พวกเขาจะดูแลหนูเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องกลับบ้าน รายงานตัวเสร็จแล้ว ผมจะพาไปส่ง”

 

กลับเข้าบ้านด้วยความโทรม เหี่ยวแห้ง และยับเยิน หลักจากที่ได้เที่ยวตามหายายเสมิร์ฟอย่างคนไม่มีคอนเซปอยู่ทั้งวัน หมดกัน  ณนนท์หนุ่มสังคมเนื้อหอม สภาพในตอนนี้ มันดูไม่ได้เอาเสียเลย ดีนะ ที่สาวๆ ในสังกัดไม่มาเห็นเข้า

เปิดประตูลงจากรถอย่างอ่อนระโหยโรยแรง แทบจะคลานอยู่แล้ว เพิ่งจะนึกได้ว่า กรุงเทพฯ มันแสนกว้างใหญ่ก็วันนี้แหละ ขนาดไปแจ้งความ ตำรวจก็ยังช่วยอะไรไม่ได้ เด็กนักเรียนม.ปลาย ในเครื่องแบบ ในเมืองหลวง มีเป็นล้าน ซ้ำยังไม่สามารถระบุตัวตนได้อีก

แบบนี้แม้แต่เทวดาก็ยังต้องส่ายหน้า ซ้ำพอไปตามเจ้าหล่อนที่มหาวิทยาลัย ก็ไม่เวิรค์ ก็อย่างที่ตำรวจว่า เด็กนักเรียนมันละลานตาไปหมด วันมอบตัวสอบสัมภาษณ์ วัยรุ่นแต่งชุดนักเรียนเดินกันให้รึ่ม เดินหาก็แล้ว นั่งรอก็แล้ว แต่ก็ยังไม่เจอ

ร่างสูงลากสังขารเข้าบ้านอย่างคนหมดกำลัง หนังตาแทบจะปิดอยู่แล้ว ขอไปอาบน้ำนอนเปิดแอร์เย็นฉ่ำแล้วค่อยว่ากันใหม่ โชคดีที่แม่ไม่อยู่บ้าน ไม่งั้นคงเป็นเรื่องใหญ่ หากเท้าทั้งสองตั้งหยุดชะงัก เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะลอยมาจากห้องโถง ชายหนุ่มหันไป เมื่อเสียวสันหลัง จำเสียงแม่ของตัวเองได้ หัวเราะแบบนี้ ไม่ผิดตัวหรอก ฉิบหายแล้ว

เขย่งเก็งกอย ย่องๆ ตั้งท่าจะหนี หากก็ทำได้เพียงแค่ไม่กี่ก้าว ก็ต้องนะจังงัง กับเสียงทรงอำนาจที่สะกดทุกการเคลื่อนไหว

“ลูกตาล” น้ำเสียงของคุณหญิงแม่ชวนสยองขวัญเป็นยิ่งนัก ชายหนุ่มจึงหนีไม่ได้อย่างใจคิด ร่างสูงหันมาอย่างหวั่นๆ ตายล่ะว่า ทำยายเสมิร์ฟหายยังตามตัวไม่เจอ แล้วอยู่ดีๆ แม่ก็โผล่มาอย่างนี้ ไหนว่าไปภูเก็ตกลับดึกๆ

“แห่ๆ” ณนนท์หัวเราะเฉไฉ “ไหนคุณแม่ว่าจะกลับดึกๆ”

“อ๋อ... พอคิดว่าฉันจะกลับดึก แกก็เลยเอาน้องไปทิ้งใช่ไหม” อันที่จริง สุรีย์ไปถึงภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ต้องบินกลับมา เมื่อมีคนโทรแจ้งข่าวมาว่าหลานสาวของหล่อนหลงทางอยู่กลางกรุง และตอนนี้อาจารย์ที่พบตัวเด็กสาว กำลังจะพาหนูมะลิมาส่งที่บ้าน ขอให้สุรีย์ช่วยบอกทาง หลานสาวของหล่อนไม่รู้แม้แต่ชื่อถนนอันเป็นละแวกบ้าน ลูกสาวเถ้าแก่ตงเส่ง ยอมควักกระเป๋า เหมาเครื่องบินเช่าเหมาลำกลับมากรุงเทพทันทีด้วยความร้อนใจ

ช่างน่าอนาถอะไรเช่นนี้ แม้แต่มือถือมาลาตีก็ยังใช้ไม่เป็น ไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่หล่อนให้ไป หนูมะลิไม่เคยเห็นมันมาก่อนในชีวิต อาจารย์คนนั้นจึงต้องเป็นคนโทรมาด้วยตนเอง ซ้ำไอ้ลูกชายตัวดี ยังทำน้องหายเข้าไปอีก ดีนะ ที่โชคของหนูมะลิยังพอมี อาจารย์หม่อมราชวงศ์คนนั้นไปพบเข้า แล้วช่วยเหลือหล่อนจนกระทั่งส่งกลับบ้าน

แต่ว่าก็ว่าเถอะ อาจารย์หม่อมคนนั้น ทำไมจึงได้คล้ายละม้ายหลานสาวของหล่อนนัก เดินเข้าบ้านมาด้วยกัน หากเป็นคนที่ไม่รู้จัก ก็ต้องคิดว่าพ่อกับลูก

“อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก แล้วตามแม่มา” หล่อนไม่ตำหนิใดๆ ต่อ ว่าจบก็หันหลังแล้วเดิน ชายหนุ่มจึงเดินคอตกตามมารดาไปอย่างว่าง่าย

ในโถงห้องรับแขก ณนนท์เห็นยายเสมิร์ฟนั่งอยู่ก่อนแล้ว และแขกคนหนึ่ง ซึ่งเขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก ณนนท์เองก็รู้สึกไม่แตกต่างอย่างที่มารดารู้สึก แขกแปลกหน้าคนนั้น เหมือนน้องสาวนอกไส้ของเขาราวกับถอดแบบ

“นี่อาจารย์นายแพทย์ หม่อมราชวงศ์นราธร” แม่ของเขาแนะนำ ณนนท์จึงยกมือกระพุ่มไหว้ผู้แก่วัยกว่า “อาจารย์ไปเจอหนูมะลิหลงทางอยู่ ก็เลยช่วยหนูมะลิไว้ แล้วก็พามาส่งบ้าน อาจารย์ค่ะ” หล่อนหันไปทางนราธร “นี่ลูกชายของดิฉัน ณนนท์ ญาติผู้พี่ของหนูมะลิ”

หม่อมราชวงศ์หนุ่มยกมือรับไหว้ ได้แต่ยิ้มไม่ว่ากระไร และไม่คิดอะไร มาลาตีไม่ได้เล่าอะไรให้เขาฟัง หล่อนบอกเพียงแต่ว่าหล่อนหลงทางเท่านั้น

“ลูกตาล วันนี้แม่เชิญอาจารย์หม่อมร่วมรับประทานอาหารเย็นกับเรา”

พูดคุย เสนอแนะ อ่านนิยาย หรือจะด่าก็ได้ ที่ FACEBOOK กนกลดา/หวานใส/ชมนาด เชิญธงไชย แล้วอย่าลืมกด LIKE เพื่อรับข่าวสารจากไรท์เตอร์น้า......