มะลิลอยแก้ว

Author: 
กนกลดา
ประเภท: 
นิยาย

ปีพุทธศักราช 2540
หม่อมราชวงศ์หญิงรติมา อยากจะวิ่งหนีไปเสียให้ได้ เมื่อเข้าบ้านมาก็เห็นอาการงุ่นง่านราวกับคนเสียสติของน้องชาย เป็นอีกครั้งที่ชายตั้มแสดงออกถึงความทุรนทุรายคลุ้งคลั่ง เขาเดินพล่านราวกับหนูติดจั่น และค้นหาอะไรบางสิ่งราวกับคนบ้า
รติมาแทบจะหมดความอดทนอยู่แล้ว เมื่อน้องชายทำให้หล่อนกลัว นราธรเหมือนคนจิตวิปราส บางครั้งเขาก็ลุกขึ้นมาอาละวาด บางครั้งเขาก็กรีดร้องอย่างไม่มีเหตุผล บางครั้งเขาก็พูดจาเลอะเทอะเหมือนคนหลุดโลก และบ่อยครั้งเลยที่เดียว ที่เขาพุ่งพล่านเช่นนี้
ท่านพ่อทรงคิดอย่างไรจึงส่งชายตั้มมาอยู่กับหล่อนที่สหรัฐอเมริกา พี่สาวเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ หากนราธรทำอะไรที่มันบ้าๆ ยิ่งไปกว่านี้ขึ้นมา หล่อนจะทำอย่างไรได้ หนังสือก็ต้องไปเรียน แล้วกลับมาต้องมาดูแลน้องชายซึ่งหมิ่นเหม่ต่อความเป็นบ้าเข้าไปทุกวันๆ ภาระที่หนักอึ้งโดยแท้
นราธรหันมา สายตาขุ่นขวางของเขาทำให้รติมาต้องถอยกรูไปเกาะแขนของแฟนหนุ่ม หล่อนขอให้เจฟฟรีค้างที่นี่เมื่อทนต่อไปไม่ไหว เกิดอะไรขึ้นกับชายตั้ม ท่านพ่อไม่เคยรับสั่ง คุณหญิงตุ้มรู้แต่ว่าน้องชายวัยสิบเจ็ดซึ่งกำลังเรียนแพทย์ปีสามและมีผลการเรียนดีมาตลอด อยู่ดีๆ ก็เรียนหนังสือไม่ได้ จนต้องดรอปเรียน แล้วถูกส่งมาอยู่กับหล่อนที่นี่ จะถามนราธรนะหรือ เขาพูดแทบจะไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว
 “หญิงตุ้ม” นราธรเรียงพี่สาวเสียงเครียด “ช่วยผมที เด็กที่ไหนร้องก็ไม่รู้ ผมได้ยินเสียงเด็กร้อง หญิงตุ้มช่วยผมหาที เขาอยู่ที่ไหน ผมใจจะขาด ผมอยากอุ้มเขา ผมอยากกอดเด็กคนนั้น เขาอยู่ไหน หญิงตุ้มช่วยด้วย ผมรักเด็กคนนั้น เขาอยู่ไหน”
มันไม่มีเด็กที่ไหนทั้งนั้น และเสียงของทารกอันไม่มีที่มา ก็มีเพียงชายตั้มคนเดียวเท่านั้น ที่ได้ยิน
หม่อมราชวงศ์หญิงรติมาได้แต่ยืนอึ้ง หนึ่งนั้นคือทำอะไรไม่ถูก อีกหนึ่งนั้นคือกลัวจนไม่อาจจะขยับตัว และเมื่อหล่อนตั้งสติได้ หญิงสาวก็วิ่งออกมาจากบ้านทันที หล่อนกรีดร้องออกมาเมื่อถึงที่สุดแห่งการเก็บกด เจฟฟรีแฟนหนุ่มที่วิ่งตามมาจึงกอดหล่อนเอาไว้
“เราทนไม่ไหวแล้วนะ เราทนไม่แล้ว ชายตั้ม...” หล่อนสะอื้นฮัก “เขาเป็นอะไร”
“ริต้า” เจฟฟรีเรียกหญิงสาวอย่างอ่อนโยน หลายเดือนที่ย้ายตัวเองเข้ามาอยู่ในบ้านพักของแฟนสาว เห็นความเป็นไปทุกอย่าง เขารู้ตื้นลึกหนาบางดีทีเดียว
เกิดอะไรขึ้นกับน้องชายของริต้า อันนี้ไม่มีใครรู้ แม้แต่ตัวของหล่อนเอง นราธรถ้าไม่เหม่อลอยไม่พูดไม่จาเป็นวันๆ ก็จะเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง พอตกดึกจึงจะออกมา แล้วเดินพล่านไปทั่วบ้านจนสว่าง บางที่ก็เพ้อ บางทีก็โวยวาย ถามอะไรก็พูดไม่รู้เรื่อง น้ำท่าไม่อาบ หากไม่รู้จักกัน เดินอยู่ข้างนอกคงคิดไปแล้วเป็นพวกโฮมเลส หากก็ยังพอทนกันมาได้ แต่ก็คงไม่ใช่วันนี้
“นราธรต้องการความช่วยเหลือ”
“เราก็พยายามกันอยู่นี่ไง” หญิงสาวตอบ
“ไม่ใช่จากเรา” เขาว่า รติมาจึงเงยหน้าขึ้นมามองแฟนหนุ่ม “เราช่วยอะไรเขาไม่ได้หรอกนะ ดีไม่ดี เป็นเราเสียงเอง ที่จะบ้าไปก่อน ผมหมายถึงมืออาชีพ น้องชายของคุณต้องการความช่วยเหลือจากมืออาชีพ” แจฟฟรีเป็นนักศึกษาวิชาเอกจิตวิทยา เขาจึงรู้ดีว่าอาการที่เป็นอยู่ของเด็กหนุ่มคนนั้นมันไม่ใช่น้อยๆ หากก็ยังไม่ถึงกับเลวร้าย แต่นักศึกษาที่เพิ่งจะขึ้นปีสี่อย่างเขาก็ไม่เชี่ยวชาญพอที่จะทำอะไรได้ นราธรต้องการความช่วยเหลือจากนักแก้ปัญหาชีวิตตัวจริง ซึ่งก็ช้าไม่ได้แล้ว สติของหม่อมราชวงศ์หนุ่มกำลังจะแตก
และคืนนั้น รติมาจึงตัดสินใจทำตามที่แฟนหนุ่มแนะนำ ไม่ต้องการให้เป็นเช่นนี้ แต่หล่อนไม่มีทางเลือก หล่อนยืนมองน้องชายที่ดิ้นพล่านในขณะที่ถูกชายร่างใหญ่สองคนล็อกตัว เข็มฉีดยาถูกแทงลงบนผิวหนัง ของเหลวในนั้นถูกดันเข้าสู้กระแสเลือด และเมื่อมันกระจายไปทั่วร่าง นราธรจึงสงบลง น้องชายของหล่อนถูกหามออกไป รติมาได้แต่ยืนกอดแฟนหนุ่มร้องไห้