บุโรพุทโธ-โคโดโม-บาติค

วิถีไทย-วิถีอาเซียน

ความมหัศจรรย์ของประเทศที่รายล้อมด้วยเกาะถึง 18,110 เกาะ กลุ่มชาติพันธุ์กว่า 300 กลุ่ม ประชากรเกือบ 250 ล้านคน และมีภาษาหลักกว่า 10 ภาษาขณะที่ภาษาพูดมีถึง 250 ภาษา พลเมืองเกือบร้อยละ 90 นับถือศาสนาอิสลาม แต่ก็เต็มไปด้วยความหลากหลายในการนับถือศาสนาเพียงพอที่จะดึงดูดใจให้ผู้คนทั่วโลกเดินทางไปค้นหาประวัติศาสตร์ของอินโดนีเซียที่เรียกขานกันมาแต่กาลก่อน ชวา สามารถย้อนขึ้นไปได้ถึงเมื่อ 100 ล้านปี จนเป็นดินแดนที่มีคำขวัญว่า เอกภาพบนความแตกต่าง ไม่ต่างไปจากที่ เซอร์โทมัส สแตมฟอร์ด รัฟเฟิลส์ อดีตข้าหลวงใหญ่แห่งชวา พรรณนาสภาพเกาะแห่งนี้เมื่อปี ค.ศ.1817 ว่า

"เป็นเมืองที่แสนโรแมนติคและมีความแตกต่างในตัวเองที่สุดในโลก"

ใครจะคิดว่า ประเทศที่ผู้คนนับถือมุสลิมเกือบร้อยละ 90 จะมีพุทธสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งตระหง่านให้ผู้คนเดินทางเข้าไปค้นหา อย่าง บุโรพุทโธ ซึ่งอยู่ห่างจากย็อกจาการ์ต้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 40 กิโลเมตร สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ไสเลนทราเมื่อราว ค.ศ.778-856 ก่อนนครวัด 300 ปี และก่อนโบสถ์นอตเดรอะดามในฝรั่งเศส 200 ปี

ความน่าทึ่งของ บุโรพุทโธ หากมองจากทางอากาศจะมีลักษณะเป็นรูปวงกลมล้อมรอบจัตุรัส แต่ถ้ามองจากพื้นดินในระยะไกล เป็นสถูปที่ตั้งอยู่บนเนินเขาจากฝีมือสถาปนิกนาม คุณาธรรม สร้างสรรค์ในแบบปริศนาธรรมอันล้ำลึกโดยใช้เครื่องมือสร้างเพียงแรงคนและก้อนหิน มีทั้งหมด 10 ชั้น แทนภพทั้งสามของจักรวาลตามความเชื่อของพุทธศาสนานิกายมหายาน และสามารถตีความได้ว่าเป็นการบำเพ็ญเพียรของพระโพธิสัตว์ 10 ชาติ ก่อนจะตรัสรู้เป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล เคยอธิบายความหมายในแผนผังของบุโรพุทโธว่า น่าจะหมายถึงจักรวาลและอำนาจของพระพุทธเจ้า ซึ่งแสดงให้เห็นจากสถูปที่อยู่บนยอดสุด แผ่ไปทั่วทั้งจักรวาล การเดินประทักษิณรอบระเบียงแต่ละชั้นหมายถึงการพ้นจากวัฏสงสารตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ตรงกับความมุ่งหมายที่ช่างศิลป์ผู้ชำนาญการแห่งยุคได้ใช้เวลาในการแกะแผ่นศิลาที่แข็งกระด้างให้กลายเป็นเรื่องราวในชาดกที่อ่อนช้อยสงบเย็น เป็นภาพที่บอกเล่าเรื่องราวเรียงกันถึง 1,460 ภาพ และลายประดับอีกถึง 1,212 ภาพ มีสถูปประดิษฐานอยู่นับรวมกันได้ถึง 432 องค์

ขณะที่ ดับเบิ้ลยู.โอ.เจ เนียวเวินคัป ศิลปินชาวดัตช์ตั้งสมมติฐาน ว่า เดิมทีบุโรพุทโธสร้างขึ้นกลางทะเลสาบเพื่อสื่อความหมายถึงดอกบัวที่อยู่กลางผืนน้ำ สมมติฐานนี้กลายเป็นหัวข้อถกเถียงที่มีทั้งผู้เห็นด้วยและคัดค้าน จนนำมาสู่การค้นคว้าหาเหตุผลกันขนานใหญ่ในเวลาต่อมา

ราว ค.ศ.1950-1960 องค์การยูเนสโกได้เข้าไปดำเนินการปฏิสังขรณ์พุทธสถานแห่งนี้ แต่กว่าจะเริ่มดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการราว ค.ศ.1973 เป็นโครงการขนาดใหญ่มากใช้เวลาถึง 10 ปี ใช้ก้อนหินซ่อมแซมถึง 1,300,232 ก้อน ใช้วัสดุคอนกรีต น้ำมันดิน แอสฟัลต์ อีพ็อกซีและดีบุกช่วยยึดตัวอนุสรณ์สถานให้มั่นคง ตลอดจนติดตั้งระบบท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม สิ้นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าประมาณการถึง 3 เท่า ใช้ช่างตัดและสลักหิน 30,000 คน แรงงาน 15,000 คน และช่างก่ออิฐอีกหลายพันคน ใช้เวลาในการฟื้นฟูอนุสรณ์สถานแห่งนี้เป็นเวลา 20-75 ปี ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อ พ.ศ.2534

ช่างตรงกันข้ามกับจาการ์ต้า เมืองหลวงของอินโดนีเซียที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4ของโลก เต็มไปด้วยอาคารสูงและเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการค้า ย่านจอแจและการจราจรติดขัด ไม่ต่างไปจากเมืองหลวงของประเทศต่างๆของโลก

ในขณะที่ผู้ชื่นชอบกับธรรมชาติที่ยังมีหลงเหลืออยู่เป็นอันมาก ทั้งป่าฝน พันธุ์พืชและสัตว์เฉพาะถิ่น กลิ่นอายของภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น และยังคงรักษาวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ไว้อย่างดีจะหลงใหลกับเสน่ห์ของ สุมาตรา และบาหลี

เมื่อนับรวมความน่าทึ่งของอาหาร ศิลปะการแสดง และการอนุรักษ์ผ้าทอที่รู้จักกันไปทั่วโลกอย่าง บาติค ทำให้อินโดนีเซีย เป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก พากันแวะเวียนไปมิได้ขาด

ประเทศซึ่งในอดีตชาติตะวันตกพยายามจะเข้ายึดครองแหล่งเครื่องเทศที่ดีที่สุดในโลก ส่งผลให้คนอินโดนีเซียชอบอาหารเผ็ด รสชาติจัดจ้านและมีกลิ่นหอมชวนกินด้วยส่วนผสมของอบเชย ใบมะกรูด ใบสะระแหน่ และตะไคร้ อาหารอินโดนีเซียจะมีองค์ประกอบหลัก 5 อย่าง คือ ข้าว มะพร้าว กล้วย ถั่วลิสงและถั่วเหลือง รวมเรียกว่าเบญจภาคี เวลารับประทานอาหารถือเป็นกิจกรรมส่วนตัว ใช้เวลาเร็วและไม่ใช่เวลาสังสรรค์ ส่วนใหญ่คนอินโดนีเซียจะทำอาหารแต่เช้าและเก็บไว้กินทั้งวัน อาหารที่ทำเสร็จแล้วจะถูกตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะ ใครหิวเมื่อไรก็กินได้ คนอินโดนีเซียจะนั่งรับประทานอาหารร่วมกันเฉพาะในเวลาที่มีแขกมาเยี่ยมหรือในเทศกาลเท่านั้น

อินโดนีเซียยังเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์นาฏศิลป์และการแสดงไว้ได้อย่างเข้มแข็ง ทั้งการร่ายรำที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเล่นหนังตะลุงและหุ่นเชิด จากอดีตที่อินโดนีเซียมีชื่อเสียงในเรื่องหุ่นเชิดที่เรียกว่า วายัง กูลิต และหุ่นกระบอก หรือ วายัง โกเล็ก ส่วนใหญ่เล่นเรื่อง รามายนะและมหาภารตะ

งานฝีมือด้านหัตถศิลป์เป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาคนอินโดนีเซียได้อย่างมาก นับเป็นขุมทรัพย์ที่ได้รับการสืบสานรุ่นแล้วรุ่นเล่า ศิลปะจำนวนไม่น้อยเช่น เครื่องประดับ หน้ากาก งานแกะสลักไม้มักอิงกับความเชื่อ ทางจิตวิญญาณ ของที่ระลึกยอดนิยมจำนวนไม่น้อยจึงเป็นพวกเครื่องรางของขลัง

อินโดนีเซียยังขึ้นชื่อในด้านผ้าทอมือ โดยให้ความสำคัญในฐานะเป็นมากกว่าเครื่องนุ่งห่ม แต่จะเป็นเครื่องแสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรม และสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและสถานภาพไปในตัว ขนาดที่ว่างานทอผ้าจะเป็นกิจกรรมที่ถูกยกให้เป็นงานที่ผู้หญิงเท่านั้นจะทำ กระบวนการย้อมจะทำในที่ลับตามีฉากกั้น ส่วนผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือมีประจำเดือน หรือเจ็บป่วยจะถูกห้ามเข้ามาเกี่ยวข้อง และหากมีการตายเกิดขึ้นจะต้องหยุดการทอผ้าทันทีเพื่อเป็นการป้องกันวิญญาณผู้ตายนำโรคภัยมาสู่ผู้ทอผ้า และผ้าที่ทอเสร็จแล้วจะมีการลงคาถาอาคมให้มีพลังอีกด้วย

ปัจจุบันผ้าบาติคเป็นสิ่งทอที่มีชื่อเสียงที่สุดของอินโดนีเซีย ถือเป็นผ้าทอชั้นดีที่สุดในโลกที่ได้รับการอุปถัมภ์จากราชสำนักและเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคนอินโดนีเซีย พบเห็นได้ในหลากหลายรูปแบบทั้ง ผ้าโสร่ง ชุดสำเร็จ เสื้อเชิ้ต ผ้าพันคอ ผ้าปูโต๊ะ ไปจนถึงผ้าแขวนผนัง และกระเป๋า

แต่คงจะไม่มีสิ่งใดจะตรึงใจเด็กๆได้ดีไปกว่า มังกรโคโดโม สัตว์เลื้อยคลานประเภทจิ้งจกขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บนเกาะโคโดโม ห่างจากบาหลีไปทางตะวันออกราว 500 กิโลเมตร มังกรโคโดโมบางตัวยาวถึง 3 เมตร หรือมากกว่านั้น น้ำหนักตัวเฉลี่ย 70 กิโลกรัม เป็นสัตว์กินเนื้อ อาหารโปรดคือเนื้อเน่า แต่มันสามารถล่าเหยื่อได้ด้วยการวิ่งเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปัจจุบันสามารถชมมังกรโคโดโมได้ที่อุทยานแห่งชาติโคโดโม

ในฐานะประเทศหนึ่งในโลกที่มีประวัติศาสตร์และอารยธรรมที่หลากสีสัน อินโดนีเซียจึงสามารถสร้างความประทับใจให้ในหลายมุมมอง

แต่สำหรับประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามเกือบเต็มร้อย คงต้องศึกษาระเบียบข้อปฏิบัติเพื่อให้เกิดความราบรื่นในการเดินทางเอาไว้สักเล็กน้อย