ปีน "ปากปล่องภูเขาไฟ" แก้เหงา ที่ "เขากระโดง"

ร้อยเรื่องเมืองไทย
ช่างภาพ: 

เมื่อเอ่ยถึงภูเขาไฟ คุณๆคงนึกถึงภาพภูเขาไฟที่มีลาวาพวยพุ่งในภาพยนตร์ญี่ปุ่นหลายเรื่อง บางท่านอาจนึกถึงภาพภูเขาไฟที่มีหิมะปกคลุมขาวโพลน สวยงามยามมองผ่านช่อซากุระสีชมพูสะพรั่ง และเชื่อว่าหลายท่านนึกถึงภาพภูเขาไฟในประเทศไทยไม่ออก ทั้งๆที่บ้านเรามีภูเขาไฟอยู่ในทุกภูมิภาค ภูเขาไฟในเมืองไทยส่วนใหญ่เป็นภูเขาไฟแบบโล่ (Shield Volcano) ค่ะ ข้อดีคือลาวาไหลได้ง่าย หากมีการระเบิดก็จะไม่รุนแรงมาก แต่สบายใจได้ค่ะ เพราะจากการสำรวจทางธรณีวิทยาพบว่า เมืองไทยเคยมีภูเขาไฟที่ปะทุ และระเบิดครั้งสุดท้ายไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนปีมาแล้ว มีร่องรอยปากปล่องและหินภูเขาไฟหลายชนิดกระจายอยู่ทั่วไปในหลายจังหวัด ปากปล่องภูเขาไฟส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายฝาชีหงาย และไม่สูงมากนัก ลาดเอียงไม่เกิน 10 องศา มีรูปร่างเป็นปากปล่องชัดเจนมากที่สุด 8 แห่ง อยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ 6 แห่ง ได้แก่ ภูเขาไฟหินพนมรุ้ง ภูเขาไฟหินหลุบ ภูเขาไฟอังคาร ภูเขาไฟกระโดง ภูเขาไฟไบรบัด ภูเขาไฟคอก ส่วนอีก 2 แห่งอยู่ที่จังหวัดลำปาง ได้แก่ ภูเขาไฟดอยผาคอกจำปาแดด และภูเขาไฟดอยหินคอกผาฟู ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทหมดแล้วค่ะ

ภูเขาไฟที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ในเขตจังหวัดเลย มีอายุราว 395-435 ล้านปีมาแล้ว ส่วนปล่องภูเขาไฟที่พบในจังหวัดสุโขทัย และบุรีรัมย์ มีอายุเพียง 20 -30 ล้านปีเท่านั้นค่ะ ร้อยเรื่องเมืองไทยฉบับนี้ เราสองคนขอพาคุณผู้อ่านไปปีน "ปากปล่องภูเขาไฟ" อายุน้อยๆ แค่ประมาณ300,000ปี ถึง900,000ปี ที่ "เขากระโดง" จ.บุรีรัมย์ กันก่อนนะคะ และจะพยายามตามหาภูเขาไฟที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย มาฝากคุณผู้อ่านให้ได้ในฉบับต่อๆไปค่ะ

ชื่อเก่าของ "เขากระโดง" นั้น เดิมชาวบ้านเรียกว่า "พนมกระดอง" เป็นภาษาเขมร แปลว่า "ภูเขากระดอง (เต่า)" เพราะมีรูปลักษณ์คล้ายกระดองเต่า ต่อมาจึงเรียกเพี้ยนเป็น "กระโดง" เนื้อที่วนอุทยานเขากระโดงทั้งหมดอยู่ในท้องที่ตำบลเสม็ด ตำบลอิสาน และตำบลสวายจีก อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ประมาณ 1,450 ไร่นั้น กรมป่าไม้ได้ประกาศให้เป็นวนอุทยานเขากระโดง เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม (วันปิยมหาราช) พ.ศ.2521 ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น "วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง" อยู่ในความดูแลของสำนักงานป่าไม้เขตนครราชสีมา เนื้อที่ส่วนใหญ่ของป่าเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน บริเวณป่าเขากระโดง มีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาขนาดเล็กสองลูกอยู่ติดๆกัน คือเขากระโดง (เขาน้อย) และ เขาใหญ่ สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง พันธุ์ไม้ที่พบ ได้แก่ เต็ง รัง มะกอกเลื่อม ตะคร้อ ขี้เหล็กป่า สมอพิเภก งิ้วป่า ปอยาบ เป็นต้น ไม้พื้นล่าง ได้แก่ สาบเสือ และหญ้าชนิดต่างๆ และยังมีพันธุ์ไม้ที่นำมาปลูก ได้แก่ จามจุรี ลั่นทม สนประดิพัทธ์ โพธิ์ มะม่วง มะขาม ยูคาลิปตัส สัตว์ป่าที่พบ ได้แก่ กระรอก กระต่ายป่า และนกชนิดต่างๆ

ในส่วนของ "ปากปล่องภูเขาไฟเขากระโดง" นี้ ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำซับ ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจากอำเภอเมือง ประมาณ7 กิโลเมตร (ใช้ทางหลวงหมายเลข 219 เส้นทางสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย) เป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีปากปล่องทะลุเห็นได้ชัดเจน การขึ้นไปยังเขากระโดง สามารถทำได้สองวิธีค่ะ คือเดินขึ้นบันไดนาคราช ซึ่งมีถึง 297 ขั้น จึงเรียกบันไดนี้ว่า "สะพานพิสูจน์ศรัทธาสาธุชน" สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2512 เพื่อให้ขึ้นไปสักการบูชาพระสุภัทรบพิตร ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา แต่ถ้าเริ่มสูงวัย หรือข้อเข่าไม่ค่อยดี เจสสิก้าแนะนำว่าให้ขับรถขึ้นไปดีกว่าค่ะ ขับขึ้นไปถึงครึ่งทางก็เห็นทางเบี่ยงกว้างพอรถจอดได้สองคัน และมีป้ายปูนเขียนว่า "ปากปล่องภูเขาไฟ" ตั้งอยู่ เราจึงจอดรถแล้วลงไปสำรวจพื้นที่โดยรอบ มีสะพานแขวนให้เราเดินข้ามปากปล่องด้วยค่ะ

เราสองคนเดินข้ามสะพานแขวนไป แล้วลงไปเดินเล่นบริเวณรอบๆ ปากปล่อง มีทางเดินเท้ารอบๆ ก่อด้วยหิน และมีระเบียงไม้ชมวิว เด็กๆแถวนี้โชคดีจัง มีที่วิ่งเล่นวันหยุดเป็นปากปล่องภูเขาไฟด้วยค่ะ คิดดูแล้วก็แทบไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่า เรากำลังยืนอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟ อายุ 3 แสน ถึง 9 แสนปี ในช่วงเวลานานขนาดนั้น ตัวเราเคยไปเป็นเซลล์อะไรอยู่ที่ไหนน้อ เรามองไปรอบๆซากปากปล่องรูปพระจันทร์ครึ่งซีกที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 265 เมตร ตามตำราบอกว่าเป็นซากภูเขาไฟที่ยังคงสภาพดี และมีอายุน้อยที่สุดในประเทศไทย บริเวณตรงปากปล่องมีลักษณะเป็นหลุมลึก มีสภาพเป็นแอ่งน้ำ มีน้ำขังตลอดปี การระเบิดของภูเขาไฟเมื่อหนึ่งแสนปีที่ผ่านมา เป็นการปรับสภาพของเปลือกโลกให้มีความสมดุลขึ้น ฝุ่นละอองซึ่งเกิดจากแรงระเบิดของภูเขาไฟจะฟุ้งกระจายอยู่ในชั้นบรรยากาศสตาโตสเฟียร์ ทำให้อุณหภูมิโลกเย็นลงจากสภาวะเรือนกระจก ดินที่เกิดจากแหล่งภูเขาไฟจะเต็มไปด้วยแร่ธาตุ ซึ่งเหมาะสำหรับทำการเกษตร และทำให้เกิดแหล่งแร่ที่สำคัญ เช่น เพชร และเหล็ก ว่ากันว่าข้าวที่ปลูกบริเวณนี้จะอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ จึงมีผู้ผลิตข้าวตราภูเขาไฟออกมาจำหน่ายด้วยค่ะ

เนื่องจากเขากระโดงเป็นภูเขาไฟที่เย็นตัวลง และดับสนิทแล้ว จึงมีหินฟองน้ำที่กระจายอยู่โดยรอบ เรียกกันว่า หินลาวาลอยน้ำ (Scori) เป็นหินที่มีรูพรุน น้ำหนักเบา สามารถลอยน้ำได้ หินภูเขาไฟที่พบมากที่สุด คือหินบะซอลท์ (Basalt) ซึ่งมีสีเข้มมาก เนื่องจากมีเฟอร์โรแมกนีเซียม (Ferromagnesium) และซิลิกส์ (Silics) น้อย เป็นหินอัคนีที่เกิดจากแมกมาขึ้นมาเย็นตัวบนผิวโลก มวลหินบะซอลท์จะหนาและเนื้อแน่นมาก เหมาะสำหรับการทำหินก่อสร้าง หิน Lava Flow คือ หินที่เกิดจากลาวาที่ไหลออกมาจากภูเขาไฟจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความลาดชันของพื้นที่ พบบริเวณเชิงเขาทางด้านทิศตะวันออก หินระเบิดภูเขาไฟ (Volcanic bomb) เป็นมวลหินที่เกิดจากมวลหินหลอมละลายเหลวกระเด็นขึ้นไปในอากาศ บางส่วนเย็นตัวในอากาศ แต่ขณะที่กระเด็นหินเหลวนี้อาจม้วนตัวบิดคล้ายเกลียวเชือก ยืดตัวหัวท้ายแหลม ส่วนกลางป่องออกคล้ายมันเทศ เรียกหินระเบิดภูเขาไฟเหล่านี้ว่า Lapilli หรือ Spindle Bomb บางก้อนตกลงมาขณะยังไม่แข็งตัวดี กระแทกกับผิวโลกด้านล่าง แผ่ตัวออกมีรูปร่างหยดน้ำคล้ายจานบิน หินระเบิดภูเขาไฟในเขตภูเขากระโดงมีขนาดตั้งแต่ปลายนิ้วก้อยจนถึงขนาดใหญ่กว่าศีรษะมนุษย์เชียวค่ะ

เราเดินทางต่อไปยังพื้นที่ราบยอดเขากระโดง เพื่อนมัสการ "พระสุภัทรบพิตร" พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนสีทองอร่ามขนาดหน้าตักกว้าง 12 เมตร ฐานยาว 14 เมตร หันหน้าไปทางด้านทิศเหนือ ซึ่งอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ (สุรวุฒิ บุญญานุสาสน์) หลวงพ่อบุญมา ปัญญาปโชโต อดีตเจ้าอาวาส วัดพระพุทธบาทเขากระโดง ร่วมกับ ชาวบุรีรัมย์ และผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ในปี 2512เพื่อเป็นที่เคารพสักการะคู่บ้านคู่เมืองบุรีรัมย์ พระเศียรพระสุภัทรบพิตร บรรจุ "พระบรมสารีริกธาตุ" ที่เสด็จมาเองตามคำอธิษฐานจิตของ นางแจ๋ว มารดาของ เสรี อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตราธิการ (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) เดือนเมษายน 2448 พระยาประเสริฐ สุนทราศรัย อดีตเจ้าเมืองบุรีรัมย์ กับ คุณหญิงประเสริฐ สุนทราศรัย มีจิตศรัทธาเลื่อมใสได้สร้าง "มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง" ขึ้นไว้ที่เขากระโดงใน เพื่อเป็นพุทธบูชา

ปราสาทหินเขากระโดง ศาสนสถานยุคเดียวกับปราสาทเขาพนมรุ้ง สร้างด้วยหินทรายสีชมพู จาก อ.บ้านกรวด เดิมเป็นปรางค์หินทรายก่อบนฐานศิลาแลงองค์เดียวโดดๆ ฐานสี่เหลี่ยมขนาด 4x4 เมตร มีช่องทางเข้า 4 ด้าน ต่อมาหินพังหรือถูกรื้อลงมา มีผู้นำหินมาเรียงขึ้นมาใหม่ แต่ไม่ตรงตามรูปแบบเดิม เมื่อ พ.ศ.2505 ตระกูลสิงห์เสนีย์ ได้มีผู้มีจิตศรัทธาสร้างรอยพระพุทธบาทจำลองขึ้นมาใหม่ ขนาดยาว 2 ศอก 1 คืบ กว้าง 1 ศอก แล้วนำมาประดิษฐานไว้ในปราสาทหินเขากระโดง พร้อมกับได้สร้างมณฑปครอบทับไว้ ปัจจุบันปราสาทเขากระโดง ถูกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม 2518 ขอบเขตโบราณสถาน 1 งาน 60 ตารางวา

สายลมยามบ่ายพัดผ่านแมกไม้ร่มครึ้มเข้ามา ให้เราสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มอิ่ม อากาศบริสุทธิ์สดชื่น ไร้มลภาวะใดๆแบบนี้ หาได้ยากนักในเมืองกรุง ลักษณะพืชพันธุ์ธรรมชาติบริเวณวนอุทยานภูเขาไฟเขากระโดง เป็นพืชพันธุ์สวันนา (Savanna Biochote) เป็นหญ้าสูง และต้นไม้ขึ้นกระจัดกระจาย เกิด และเจริญเติบโตรวดเร็ว สภาพป่าเต็งรังเป็นป่าโปร่ง มีต้นไม้ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ไม้เด่นคือไม้ในวงศ์ยาง ฤดูแล้งผลัดใบสลับกันไปกับป่าเบญจพรรณ มักกระจายอยู่ตามสันเนิน ฤดูฝนมีพืชล้มลุกขึ้นอย่างหนาแน่น พบดอกกระเจียว ซึ่งเป็นพืชตระกูล ขิง ข่า ออกดอกในช่วงฤดูฝน ดอกสามารถนำมารับประทานได้เหมือนข่าอ่อน ผักต่างๆ เช่น ผักหวาน ผักอีนูน ผักเม็ก ดอกดิน กระถกรก กระทงลาย สลิด ผักเปราะ กระโดน ผักแว่น และเป็นแหล่งที่มีเห็ดให้ชาวบ้านเข้าไปเก็บหามาทำอาหาร เช่น เห็ดโคน เห็ดระโงก เห็ดมันปู เห็ดน้ำหมาก เห็ดหูหนู เห็ดครก เห็ดเผาะ

ที่เขากระโดงแห่งนี้ มีพันธุ์ไม้แปลกตาหายาก พบเฉพาะตามซากภูเขาไฟเก่าในประเทศไทย จนกลายเป็นจุดขายของนักท่องเที่ยว คือต้นโยนีปีศาจ เป็นไม้ยืนต้น เปลือกแข็ง ลำต้นสูงใหญ่ ออกดอกเป็นช่อ ช่อสีขาวแกมเหลืองเล็กน้อย คล้ายดอกพวงพยอม ไม่มีกลิ่นหอม ลักษณะของผล คล้ายๆลูกมะกอก ขนาดประมาณ 3-5 เซนติเมตร เมื่อหล่นลงมาและแตกออกเป็นสองซีก ถ้านำไปกดกับดินทรายดู จะปรากฏรอยคล้ายอวัยวะเพศหญิง มีเรื่องเล่าสนุกๆ เป็นตำนานพื้นบ้านประวัติของต้นโยนีปีศาจ ในเรื่อง ท้าวปาจิต นางอรพิมว่า...เมื่อครั้งนางอรพิมต้องพลัดพรากจากท้าวปาจิต เดินทางเร่ร่อนกลางป่าดงตามลำพัง เกรงว่ามีอันตรายเกิดขึ้น จึงได้อธิษฐานแปลงเพศเป็นชาย พระอินทร์เกิดความสงสารประทานแหวนให้วงหนึ่ง บอกว่าถ้าสวมไว้ที่นิ้วชี้จะกลายร่างเป็นชาย แต่ถ้าถอดออกจะกลายเป็นหญิง นางอรพิมจึงจิกแก้มตัวเอง เหวี่ยงทิ้งไป กลายเป็นต้น "แก้มอ้น" และควักโยนีปาเข้าป่ากลายเป็นต้น "โยนีปีศาจ" แล้วจึงสวมแหวนที่นิ้วชี้กลายร่างเป็นชาย ผ่านไป 7ปี เมื่อท้าวปาจิตเดินทางมาพบ นางจึงอธิษฐานขอกลับเพศเป็นหญิงตามเดิม ...ชาวบ้านยังมีความเชื่อว่า ผลของต้นไม้นี้ยังมีสรรพคุณในการรักษาโรคภูมิแพ้ได้ด้วย

ด้านทิศเหนือบริเวณหน้าที่ทำการวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง เป็นอ่างเก็บน้ำเขากระโดง (อ่างเก็บน้ำวุฒิสวัสดิ์) เนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ เป็นแหล่งอาศัยของเหล่านกน้ำประจำถิ่น และอพยพหนีหนาว สถานที่พักผ่อนบริเวณอ่างเก็บน้ำ มีจุดนั่งชมวิว มีแพ เรือพาย และจักรยานน้ำไว้บริการ ถ้าไปเที่ยวในช่วงวันออกพรรษาของทุกปี (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5) คุณจะได้ร่วมงานประเพณีขึ้นเขากระโดง และทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ ประกวดกวนข้าวทิพย์ และชมการละเล่นพื้นบ้านค่ะ... ทำบุญตักบาตรแล้ว อย่าพลาดเข้าไปถ่ายรูปสนามฟุตบอล นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม ของทีมสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่อยู่ใกล้ๆด้วยนะคะ ขอบอกว่าอลังการงานสร้างจริงๆ ค่ะ