สมเด็จพระนางเจ้าฯ กับศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ

“…วินาทีแรก ที่ข้าพเจ้าได้พบการต้อนรับของประชาชนตอนที่แต่งงานใหม่ๆ ได้เห็นเขากอดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว… ข้าพเจ้ารู้สึกว่าบรรพบุรุษของเราได้กระทำสร้างบุญบารมีในฐานะที่ว่า คงจะเป็นคนที่ปกป้องให้ความสุข ให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนเป็นแน่… ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและข้าพเจ้า รู้สึกว่าทำงานเท่าไหร่ก็ยังไม่คุ้ม ยังไม่สมกับที่บรรพบุรุษของเผ่าไทยทั้งหลายผู้มีพระคุณ ผู้ที่ได้ปกป้องผืนแผ่นดินนี้ได้มาตลอด

 ดูตามประวัติศาสตร์แล้ว ท่านทั้งหลายได้ประสบความทุกข์ยากอย่างมากมาย แต่ท่านทั้งหลายก็แน่วแน่ในปณิธานที่จะทำนุบำรุงผืนแผ่นดินนี้ไว้ เป็นแผ่นดินที่ร่มเย็น เป็นแผ่นดินที่ทุกคนมีอิสระเสรี… มีความสงบสุขอยู่ในศาสนาของตนโดยไม่มีการข่มเหงรังแกบีบคั้น อันนี้เป็นลักษณะประเสริฐของบรรพบุรุษของไทยทั้งหลาย…”

(พระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๒)

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเห็นความสำคัญของการปลูกจิตสำนึกให้ปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะเยาวชนไทยได้ตระหนักถึง “คุณค่า”ของแผ่นดินไทยที่บรรพบุรุษได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตแลกมา ได้พระราชทานแนวพระราชดำริในการบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถศึกษาและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ  และได้ทรงฟื้นฟูส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยในแขนงต่างๆให้ฟื้นคืนกลับมีชีวิต เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสชื่นชม รู้จักประวัติศาสตร์ และรู้จัก “ความเป็นไทย” ว่ามิใช่เพียงความคลั่งชาติ แต่เป็นความภาคภูมิใจในภูมิปัญญา องค์ความรู้ของชาติอันสืบทอดมายาวนาน สมกับที่บรรพบุรุษไทยหลายชั่วอายุคนได้สืบทอดรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้บนแผ่นดินไทย

ดังพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๓ ว่า

"พระอริยเจ้าที่ปฏิบัติอยู่ในป่า พูดกับข้าพเจ้าเพราะท่านเป็นผู้ใหญ่เสมอว่า มีวิชาการแต่ไม่มีศีลธรรมอยู่ในตัว จะไม่ยั่งยืน เดี๋ยวนี้ไม่มีหลักสูตรไม่มีหน้าที่พลเมือง ศีลธรรม ประวัติศาสตร์ก็ไม่มี เราไม่ได้เพาะศีลธรรมในตัวเด็กของเราเลย เป็นปัญหาใหญ่ เป็นผลร้ายต่อประเทศชาติ พ่อแม่ออกไปหากินไม่มีเวลาอยู่ใกล้ชิด จะสั่งสอนศีลธรรมเดี๋ยวนี้ไม่มี ถือเป็นของล้าสมัย เชย ข้าพเจ้าอยู่ที่โรงเรียนประจำที่สวิส ก็เรียนประวัติศาสตร์ แม้แต่คนต่างประเทศไปเรียน ก็เรียนประวัติศาสตร์ของสวิสด้วย

แปลก ไม่มีประวัติศาสตร์ชาติไทย เหมือนแผ่นดินได้มาง่ายๆ ไม่ต้องคิดถึงพระเดชพระคุณของปู่ย่าตายายบุกฟันฝ่ามา แม้ชีวิตก็สละให้ เพื่อเป็นหลักประกันของคนไทย”