อัครมหาเศรษฐีหญิงคนใหม่ของจีน

เมื่อมีคนถามอะไรที่เป็นปัจจัยของความสำเร็จ คำตอบก็คือ "ความปรารถนาที่จะเรียนรู้"
สำรับโลก

เวลานี้เธอคือผู้หญิงที่รวยที่สุดในประเทศจีน

ในอดีต เธอรับค่าจ้างวันละ ๑ เหรียญสหรัฐ ทำงานในโรงงานผลิตกระจกหน้าปัดนาฬิกาวันละ ๑๖ ชั่วโมง เมื่อตอนอายุ ๑๖ ปี ในเมืองเซินเจิ้น แต่เมื่อมีอายุ ๔๕ ปี เธอก็ได้กลายเป็นผู้หญิงที่รวยที่สุดในประเทศจีน ไม่ได้รวยเพราะสามี หากรวยเพราะความสามารถของตัวเธอเอง ชีวิตของ Zhou Qunfei นั้นยิ่งกว่านวนิยาย

เธอมาจากครอบครัวเกษตรกรในมณฑลหูหนานที่แสนยากจน เธอเป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัวซึ่งมีลูก ๓ คน แม่เธอตายตอนเธออายุได้ ๕ ปี พ่อเธอซึ่งเป็นช่างฝีมือดีตาบอดจากอุบัติเหตุในโรงงานก่อนเธอเกิด ชีวิตแร้นแค้นจนต้องเลิกเรียนหนังสือเมื่ออายุได้ ๑๕ ปีและเดินทางมุ่งสู่โรงงานอุตสาหกรรมเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้นของมณฑลกวางตุ้งกับญาติ โดยฝันว่าจะเป็นนักออกแบบแฟชั่น

ความฝันอันเจิดจ้ากลายเป็นการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมได้รับค่าจ้างแสนถูกโดยต้องทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง งานคือขัดกระจกเพื่อเอาไปทำหน้าปัดนาฬิกา สามเดือนผ่านไปเธอก็ลาออกและเขียนจดหมายถึงหัวหน้ารำพันเรื่องชั่วโมงงานที่ยาวนานและน่าเบื่อ อย่างไรก็ดีเธอขอบคุณที่ได้ให้งานทำ ความตั้งใจของเธอก็คือต้องการเรียนรู้มากกว่านี้ เจ้านายรู้สึกประทับใจในจดหมายฉบับนี้จนเลื่อนตำแหน่งให้ เธอก็รับแต่ย้ายงานอีกหลายครั้งในอุตสาหกรรมเดียวกันตลอด ๓ ปีข้างหน้าเพื่อเรียนรู้ให้มากที่สุด

เมื่อเธอมาทำงานที่เขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ เธอตั้งใจที่จะทำงานใกล้มหาวิทยาลัยเพื่อจะได้เรียนบางวิชานอกเวลาทำงาน ซึ่งเธอก็สามารถทำได้อย่างดี เธอเรียนหลายวิชา เช่น บัญชี คอมพิวเตอร์ ระบบการนำเข้าสินค้า ฯลฯ และสอบผ่านอย่างงดงาม

ระหว่างทำงานสมองที่เฉียบแหลมของเธอก็บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับกรรมวิธีผลิตกระจกจนเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เมื่อบริษัทเล็กๆแห่งสุดท้ายที่เธอทำงานด้วยปิดกิจการ เธอก็ใช้เงินออมของเธอไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาทซื้อกิจการด้วยแรงเชียร์ของพี่น้องและลูกพี่ลูกน้องของเธอเมื่อตอนมีอายุ ๒๓ ปี

โรงงานผลิตกระจกหน้าปัดนาฬิกาของเธอไปได้ดีเพราะเธอทำเองหมดทุกอย่างเนื่องจากได้เรียนรู้มาเป็นเวลา ๗ ปี เธอซ่อมและออกแบบเครื่องจักรเพื่อผลิตกระจกที่มีคุณภาพ เธอศึกษากรรมวิธีผลิตกระจกบางพร้อมกับพิมพ์ข้อความลงบนกระจกโค้งด้วยตนเอง ธุรกิจเธอก้าวหน้าไปได้อย่างดีด้วยการรับจ้างผลิตกระจกหน้าอุปกรณ์ต่างๆ

เวลาผ่านไป ๑๐ ปี ตอนอายุได้ ๓๓ ปี จุดเปลี่ยนชีวิตของเธอให้เป็นอัครมหาเศรษฐี (billionaire) ก็มาถึง เธอได้รับโทรศัพท์อย่างไม่คาดฝันจากผู้บริหารบริษัทโทรศัพท์ Motorola ซึ่งได้ยินชื่อเสียงของเธอถามว่ายินดีรับจ้างผลิตกระจกหน้าโทรศัพท์ Motorola รุ่น Razr V3 หรือไม่ เนื่องจากบริษัทต้องการเปลี่ยนจากพลาสติกมาเป็นกระจกคุณภาพดีที่ขีดข่วนได้ยาก ไม่เปราะแตกง่ายและใส เมื่อเธอตกปากรับคำว่าพร้อมที่จะทำ เธอก็มิได้ตระหนักเลยว่าต่อจากนี้ไปชีวิตเธอจะไม่เหมือนเดิม

ในปี ๒๐๐๓ คลื่นความนิยมโทรศัพท์มือถือก็เริ่มขึ้น ผลงานอันเป็นเลิศของเธอที่มาจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์อันยาวนานทำให้เธอมีงานมากมายจากโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ HTC / Nokia / Samsung และตามมาด้วย iPhone ในที่สุด

เมื่อกระจกหน้าโทรศัพท์เป็นระบบสัมผัสไปหมด เธอก็สามารถปรับตัวได้ทันและเมื่อ Apple ว่าจ้างบริษัทของเธอที่มีชื่อว่า Lens ให้เป็นผู้ผลิตกระจกหน้าโทรศัพท์ iPhone บริษัทของเธอก็วิ่งไปเร็วราวติดจรวด บริษัทของเธอกลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของจีนไปทันที

Zhou ไม่ได้อยู่เฉยๆอย่างพอใจกับโชคของเธอ หากระดมทุนและลงทุนในเครื่องมือสมัยใหม่สุดจากทุกมุมโลก พร้อมกับเฟ้นหาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และภายในเวลา ๕ ปี เธอมีโรงงานใหม่ผลิตใน ๓ เมืองของจีน

ตลอดเวลา ๑๒ ปี จากอายุ ๓๓ เป็น ๔๕ ปี ในปี ๒๐๑๕ Lens ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็น Lens Technology ขยายตัวไม่หยุด เธอทุ่มเทดูแลงานใกล้ชิด บางครั้งก็ไปนั่งตัดและขัดกระจกเอง เพื่อตรวจสอบดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เธอได้แรงช่วยเหลือจากญาติที่ได้ล่มหัวจมท้ายกันมาสร้างบริษัท จนปัจจุบันจ้างคนงานกว่า ๖๐,๐๐๐ คน

สิ่งที่เธอเน้นคือนวัตกรรมซึ่งมาจากงานวิจัย และนำไปผลิตกระจกหน้าโทรศัพท์มือถือ หน้าปัดนาฬิกา หน้า notebook หน้า tablet จออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ฯลฯ ตามสัญญาผลิตกับบริษัทโทรคมนาคมใหญ่ของโลก ทั้ง Apple / Samsung และ Huawei

เดือนเมษายน ๒๐๑๕ บริษัทของเธอก็เข้าตลาดหลักทรัพย์จีนหลังจากเริ่มธุรกิจมาได้ ๒๒ ปี ราคาหุ้นของ Lens Technology พุ่งขึ้นติดต่อกัน ๑๓ วัน สุดท้ายมูลค่าสุทธิของหุ้นที่เธอเป็นเจ้าของเท่ากับ ๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ (๓๓๐,๐๐๐ ล้านบาท) กลายเป็นผู้หญิงที่รวยที่สุดในประเทศจีนไป

ปรากฏการณ์ที่ผู้หญิงเก่งจนรวยได้ขนาดนี้ด้วยตนเองยังไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงญี่ปุ่นแม้แต่คนเดียว ในยุโรปและสหรัฐอเมริกาผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เป็นอัครมหาเศรษฐีก็รวยจากทรัพย์มรดก ไม่มีประเทศใดที่หญิงเป็นเศรษฐีได้ด้วยความสามารถตนเองเท่ากับจีน

ในปี ๒๐๑๔ จีนมีอัครมหาเศรษฐี ๒๐๐ คน เทียบกับ ๕๗๐ คนในสหรัฐอเมริกา เชื่อกันว่าในเวลา ๕-๑๐ ปี ข้างหน้าจำนวนอัครมหาเศรษฐีของเอเชียจะแซงหน้าสหรัฐอเมริกา

การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจีนอย่างไม่หยุดยั้งตลอดระยะเวลากว่า ๓๐ ปี ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดอัครมหาเศรษฐีเกือบทุกอาทิตย์ในช่วงเวลาใน ๔ เดือนแรกของปี ๒๐๑๕ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรอบ ๑๕ ปีที่ผ่านมาผู้คนร่ำรวยมากเป็นพิเศษจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี ธุรกิจดูแลสุขภาพ อุตสาหกรรมผู้บริโภค ฯลฯ

๑๐ พันล้านเหรียญสหรัฐของ Zhou เมื่อเทียบกับคนที่รวยสุดในเมืองจีนตามสถิติของปี ๒๐๑๕ ก็ถือว่าไม่น้อย Wang Jianlin มีทรัพย์สินมูลค่า ๒๔.๒ พันล้านเหรียญสหรัฐจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือมากกว่าเธอประมาณหนึ่งเท่าครึ่ง ถ้าเอาเธอไปเทียบกับบรรดาอัครมหาเศรษฐีจีน เธอก็อยู่ในอันดับ ๘ หรือ ๙ ของประเทศซึ่งเรียกได้ว่าอยู่ใน Top 10

ก่อนหน้าบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์และก่อนที่ประธานาธิบดี Xi Jinping จะมาเยือนบริษัทของเธอ ไม่มีใครรู้จักชื่อเธอ เพราะเธอเป็นคนถ่อมตัวและเก็บตัว ไม่ยอมให้ใครสัมภาษณ์ ถึงแม้ว่าจะเดินทางไป Silicon Valley และประเทศต่างๆ เพื่อหาตลาดอยู่ตลอดเวลาก็ตาม ถึงแม้จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่เมื่อเธอพูดภาษาจีนก่อนที่จะมีการแปล นักลงทุนและผู้ว่าจ้างต่างประเทศเหมือนถูกสะกดเพราะสัมผัสได้ถึงความจริงใจ ความสามารถ ความปรารถนาที่จะผลิตของดีมีคุณภาพของเธอ เมื่อมีคนถามอะไรที่เป็นปัจจัยของความสำเร็จ คำตอบก็คือ "ความปรารถนาที่จะเรียนรู้"

สำหรับหญิงที่มาจากความยากจนและลำบากยากแค้น เรียนหนังสือไม่จบชั้นมัธยมปลาย เริ่มงานด้วยค่าจ้าง ๑ เหรียญสหรัฐต่อ ๑๖ ชั่วโมง อายุเพียง ๔๕ ปี และมีทรัพย์สินสุทธิ ๑๐ พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือได้ว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา

เราก็ได้แต่เอาใจช่วยให้เธอมีความสุขในชีวิตกับครอบครัวซึ่งมีลูก ๒ คน และสามีคนที่สอง (เพื่อนร่วมงานเก่าในโรงงานอุตสาหกรรม) และเงินอันมหาศาลของเธอ ถ้ามีเงินมากขนาดนี้แล้วยังหาความสุขไม่ได้ ก็เรียกไม่ได้ว่าเป็นคนเก่งและฉลาด