ข้าวผัดน้ำพริกปลากะพง

อาหารตาม (พ่อ) สั่ง

สืบเนื่องจากข้าวผัดน้ำพริกกะปิเมื่อ 2 ฉบับ ที่ผ่านมา ที่ตะหลิวเคยบอกว่าทำน้ำพริกปลากะพงเอาไว้ เพื่อเอามาทำข้างผัด แต่เพราะเรื่องยาวๆจากฉบับก่อนหน้า ก็เลยลากข้าวผัดน้ำพริกปลากะพงมาก่อน ซึ่งก็ลงที่ฉบับนี้พอดี

คุณผู้อ่านเคยสังเกตไหมว่า ปลากะพงที่เราเห็นอยู่ในเมนูตามร้านอาหารส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่ปลากะพงนึ่งมะนาว ก็เป็นปลากะพงทอดน้ำปลา ซึ่งเมนูพวกนี้จะว่าทำง่ายก็ง่าย จะดูดีก็ใช่อีก แต่มีร้านอาหารอยู่ไม่กี่แห่งที่ทำน้ำพริกปลากะพงขาย

ตะหลิวก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไม ทั้งที่จริงๆแล้วก็ทำไม่ยาก แถมปลากะพง 1 ตัว ก็ทำน้ำพริกได้ตั้งหลายถ้วย แถมจะขายในราคาแพงๆก็ไม่มีใครว่า (ก็ของมันหาทานยากนี่)

อาหารตาม (พ่อ) สั่ง คราวนี้ ถึงคุณพ่อไม่ได้สั่ง แต่ด้วยความอยากรับประทานน้ำพริกปลากะพง ตะหลิวก็เลยไปหาปลากะพงตัวย่อมๆมาทำน้ำพริกซะเลย (ส่วนตัวใหญ่ เอามาทอดน้ำปลา กับนึ่งมะนาวจะดูดีกว่า)

เพื่อไม่ให้เสียเวลา ตะหลิวก็ขอบอกสูตรเลยนะจ๊ะ เพราะท่าทางจะยาว

สูตรอาหารมีตามนี้

เครื่องปรุง

  • ข้าวสวย 2 ถ้วย
  • ปลากะพง (ตัวเล็ก) 1 ตัว
  • พริกชี้ฟ้าแห้ง 5-10 เม็ด
  • พริกขี้หนูแห้ง 5-10 เม็ด
  • หอมแดง 3-5 หัว
  • กระเทียม 10-15 กลีบ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะขามเปียก 1 ปั้นเล็ก
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักสด ตามชอบ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันผัด 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำข้าวผัดน้ำพริกปลากะพง

1. เตรียมข้าวสวยเอาไว้ โดยใช้ช้อน หรือทัพพียีข้าวจนไม่เป็นก้อน

2. จากนั้นล้างปลากะพงและขอดเกล็ดแล้วให้นำปลามาย่างด้วยไฟอ่อนๆ

3. ระหว่างย่างปลาก็ล้างพริกแห้งทั้งเม็ดเล็กเม็ดใหญ่ แล้วผ่าเอาเมล็ดออกให้หมดแล้วผึ่งเอาไว้บนกระดาษซับน้ำ (ถ้าชอบเผ็ด ก็ใส่พริกขี้หนูแห้งเยอะๆ)

4. แกะหอม แกะกระเทียมพักเอาไว้

5. นำมะขามเปียกมาแช่น้ำสะอาดให้พอท่วม

6. อย่าลืมกลับปลาด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวปลาไหม้

7. ทีนี้ก็นำพริกแห้งจากข้อ 2 มาใส่ครก ใส่กระเทียมกับหัวหอมเข้าไป แล้วโขลกให้ละเอียด แล้วพักเอาไว้ในครกก็ได้

8. คราวนี้ก็มาสนใจปลาของเราต่อ โดยย่างจนสุกทั่วแล้วก็ยกขึ้นมาพักไว้ รอให้อุ่นพอแกะเนื้อได้

9. นำกะปิมาห่อใบตองแล้วย่างไฟอ่อนๆจนหอม

10. แล้วขยำมะขามเปียกไปพลางๆก่อน (รอปลาเย็น) จนได้น้ำมะขามเปียกข้นๆ

11. ล้างมือแล้วแกะเนื้อปลาเป็นชิ้นๆเตรียมไว้

12. ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อน เติมน้ำมันผัดลงไป

13. พอน้ำมันร้อนแล้วให้ใส่พริกที่โขลกรวมกับหอมกระเทียมลงไปผัดจนหอม

14. ใส่น้ำปลาที่แกะเตรียมเอาไว้ลงผัดต่อจนทั่ว

15. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ กะปิ น้ำมะขามเปียก น้ำปลา กะให้รสชาติหวานนำ ตามด้วยเผ็ด เค็ม

16. ตักน้ำพริกใส่ถ้วย เหลือเอาไว้ในกระทะประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ (ยังไม่ต้องดับไฟก็ได้)

17. เทข้าวสวยลงไป แล้วเร่งไฟแรง คนข้าวในกระทะด้วย

18. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม และซอสปรุงรส

19. ผัดจนข้าวเริ่มแห้งๆแล้วตักใส่จานได้เลย

20. เวลายกเสิร์ฟก็อย่าลืมใส่เครื่องเคียงพวกผักสดด้วยนะจ๊ะ เมนูนี้รับรองอร่อยแน่

สำหรับน้ำพริกที่เหลือ จะนำมาผัดในมื้อต่อไป หรือจะทานแบบจิ้มผักสดก็ได้จ้ะ


เล่าเรื่องปลากะพงหน่อย

สมัยเด็กๆตะหลิวเคยไปดูเขาจับปลากันตามแนวชายฝั่ง โดยเค้าจะเดินออกไปในระดับที่น้ำสูงกว่าเอว แล้วก็ปักเสาเอาไว้ จากนั้นก็ขึงแหยาวๆลากมาปักเอาไว้ที่ชายหาด พอตอนเช้าก็มาถอนเสาออกแล้วสาวแหกลับเข้าฝั่ง

บ่อยครั้งที่ตะหลิวเห็นเขาจับได้ปลากะพงตัวเขื่องๆ (ตัวยาวกว่าท่อนแขนตอนเด็กๆของตะหลิวอีก) ตะหลิวก็เลยจำมาตลอดว่าปลากะพงเป็นปลาทะเล

จนตะหลิวโตเป็นผู้ใหญ่นี่แหละ ก็เพิ่งจะรู้ว่าปลากะพงนั้นปรับตัวให้อยู่ในน้ำจืด หรือน้ำกร่อยก็ได้ มิน่าเล่า เราถึงได้หาปลากะพงตัวใหญ่ทานได้ไม่ยาก

ก็ทะเลไทยสมัยนี้ นอกจากปูลมตัวเล็กๆตามชาดหาด กับหอยเสียบตัวจิ๋วแล้ว ตะหลิวไม่เคยเห็นใครวางแหจับปลาแบบสมัยตะหลิวเด็กๆอีกเลย

ป.ล. ไม่มีอะไร แค่อยากเล่าชีวิตวัยเด็กเท่านั้นเอง