เทศกาลกินเจ...เก้าวันเก้าคืน...เดือนเก้า

โน้ตบุ๊ค

เทศกาลไหว้พระจันทร์เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อต้นเดือนหมาดๆ เทศกาลกินเจก็กำลังจะตามมาติดๆในปลายเดือนกันยายนนี้แล้ว โดยเฉพาะในปีนี้เร็วกว่าทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนและสิ้นสุดในวันที่ 2 ตุลาคม รวม 9 วัน 9 คืน

เทศกาลกินเจ เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านานของชาวจีน โดยกำหนดวันตามจันทรคติ คือเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ รวม 9 วัน 9 คืน ผู้ถือศีลกินเจ จะมีการชำระกระเพาะให้สะอาดก่อน โดยกินเจในมื้อเย็นก่อนวันจริงหนึ่งมื้อ และมื้อเช้าหลังวันที่ 9 ขึ้น 9 ค่ำ อีกหนึ่งมื้อเป็นการลา ซึ่งจะเป็นวันส่งเจ้าในช่วง 9 วันนี้ ทุกวันคี่จะถือเป็นวันเจใหญ่พุทธบริษัทจะไปทำบุญและกินเจที่ศาสนสถาน นอกจากนั้นก็จะถือศีลกินเจที่บ้าน

เทศกาลกินเจมาจากคำบอกเล่าที่เล่าต่อกันมาเป็นเชิงปรัมปรา และมาจากคำสอน ความเชื่อทางศาสนาพุทธ ฝ่ายนิกายมหายานซึ่งเป็นกุศโลบายให้คนทำความดีนั่นเอง ตำนานที่มาของการกินเจ มีเรื่องเล่าหลายเรื่อง วันนี้ "บันนี่" จะขอเลือกมาเล่าต่อให้ฟังเป็นเพียงบางเรื่องนะคะ

ตำนานที่ 1 เชื่อว่าเทศกาลกินเจเริ่มขึ้นเมื่อ 400 กว่าปีมาแล้ว โดยชาวจีนกินเพื่อเป็นการบำเพ็ญกุศลเพื่อรำลึกถึงวีรชน 9 คน ที่ได้ต่อสู้กับชาวแมนจูผู้รุกรานอย่างกล้าหาญ ดังนั้น เมื่อถึงวันที่ 1 เดือน 9 ชาวจีนที่ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของชาวแมนจู จึงพากันนุ่งขาวห่มขาวถือศีลกินเจ เพื่อรำลึกถึงเหล่านักสู้ "หงี่หั่วท้วง" เพราะเชื่อว่าการปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยชำระจิตวิญญาณให้เกิดความเข้มแข็งทางร่างกายและจิตใจ

ตำนานที่ 2 เชื่อว่าเป็นการประกอบพิธีกรรมเพื่อสักการะบูชาพระพุทธเจ้าในอดีตกาล 7 พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ด้วยกัน หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่าดาวนพเคราะห์ ทั้ง 9 ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์ พระราหู และพระเกตุ ในพิธีกรรมบูชานี้ สาธุชนในพระพุทธศาสนาจะสละเวลาทางโลกมาบำเพ็ญศีล งดเว้นเนื้อสัตว์ และแต่งกายด้วยชุดขาว

ส่วนตำนานทางมหายาน มีความเชื่อว่าการกินเจเป็นการสักการะบูชาพระพุทธเจ้าในอดีตกาล 7 พระองค์ มีพระวิชัยโลกมนจรพุทธะ (ดาวไท้เอี้ยงแซคือพระอาทิตย์) พระศรีรัตนโลกประภาโฆษอิศวรพุทธะ (ดาวไท้อิมแซ คือดาวพระจันทร์) พระเวปุลรัตนโลกวรรณสิทธิพุทธะ (ดาวฮวยแซ คือดาวอังคาร) พระอโศกโลกวิชัยมงคลพุทธะ (ดาวจุ้ยแซ คือดาวพระพุทธ) พระวิสุทธิ์อาศรมโลกเวปุลลปรัชญาวิภาคพุทธะ (ดาวบักแซ คือดาวพฤหัสบดี) พระธรรมมติธรรมสาครจรโลกมโนพุทธะ (ดาวกิมแซ คือ ดาวพระศุกร์) พระเวปุลลจันทรโภคไภสัชชไวฑูรย์พุทธะ (ดวงโท้วแซ คือ ดาวพระเสาร์) และพระมหาโพธิสัตว์อีก ๒ พระองค์ คือ พระศรีสุขโลกปัทมอรรถอลังการโพธิสัตว์ (ดาวล่อเกาแซ คือพระราหู) และพระศรีเวปุลกสังสารโลกสุขอิศวรโพธิสัตว์ (ดาวโกยโต้วแซคือพระเกตุ) รวมเป็น 9 พระองค์หรือ "เก้าอ๊อง" หรืออีกนัยหนึ่งคือดาวนพเคราะห์ดังตำนานที่ 2 ที่กล่าวมา

"เก้าอ๊อง" ได้ทรงตั้งปณิธานจักโปรดสัตว์โลก จึงได้แบ่งกายมาเป็นเทพเจ้า 9 องค์ด้วยกัน คือ ไต้อวยเอี๊ยง เม้งทัมหลังไทแชกุน ไต้เจียกอิมเจ็งกื้อมึ้งงอนแชกุน ไต้กวนจิงหยิ้งลุกช้งเจงแชกุน ไต้ฮั่งเฮี่ยงเม้งม่งเคียกนิวแชกุน ไต้ปิ๊กตังง้วนเนี้ยบเจงกังแชกุน ไต้โพ้วปั๊กเก๊กบู๊เอียกกี่แชกุน ไต้เพียวเทียนกวนพัวกุงกวนแชกุน ไต้ตั่งเม้งงั่วคูแชกุน และ ฮุ้ยกวงไตเพียกแชกุน เทพเจ้าทั้ง 9 พระองค์นี้ ทรงอำนาจอันเรืองฤทธิ์บริหารธาตุน้ำดินไฟ และทองทั่วทุกพิภพน้อยใหญ่สารทิศ พุทธศาสนิกชนชาวจีนที่นับถือลัทธิมหายานจึงกินเจเพื่อสักการะบูชาเก้าอ๊องในเดือน 9 ของทุกปี

คำว่า "เจ" ในภาษาจีนทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานมีความหมายว่า "อุโบสถ" คนกินเจนอกจากจะงดรับประทานเนื้อสัตว์แล้ว ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาดทั้งกาย วาจา ใจ การปฏิบัติตัวช่วงเทศกาลกินเจ ต้องงดเว้นเนื้อสัตว์ หรือทำอันตรายต่อสัตว์ งดนม เนย หรือน้ำมันจากสัตว์ งดอาหารรสจัด งดผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด คือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย และใบยาสูบ ซึ่งผักทั้ง 5 ชนิดนี้ นอกจากมีกลิ่นฉุนแล้ว ยังมีพิษทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ของร่างกาย ทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติอีกด้วย

แม้ความเชื่อจากตำนานต่างๆจะต่างกัน แต่ผลแห่งการกระทำนั้น มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ บุคคลทั่วไปควรจะลดละอกุศลกรรมทั้งมวล สะสมแต่สิ่งที่ดีงาม เพื่อรับพรจากเทพเจ้าทั้ง 9 พระองค์ เพื่อให้มีความสุขและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตสืบไป