โลกแห่งแสตมป์

วิถีอาเซียน-วิถีไทย

ทุกวันนี้การเริ่มต้นทักทายกลายเป็นเครื่องมือกระชับมิตรชิดใกล้ระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกันได้อย่างดี คำว่า ซาลามัตดาตัง ในภาษาบรูไน และมาเลเซีย ชัวสะเดยภาษาเขมร สวัสดีภาษาไทย ซินจ่าวภาษาเวียดนาม ซาลามัตเชียงภาษาอินโดนีเซีย สบายดี ภาษาลาว มาบูฮาย ภาษาฟิลิปปินส์ ฮัลโหล ภาษาสิงคโปร์ และมิงกะลาบาภาษาเมียนมาร์ จึงสามารถสร้างความคุ้นเคยผ่านดวงตราไปรษณีย์ หรือที่เด็กบ้านๆอย่างเราๆท่านเรียกว่า

แสตมป์สำหรับเป็นที่ระลึกวันเด็กแห่งชาติ ในวันเด็กประจำปี 2557 เป็นซีรี่ส์ต่อเนื่องจากปีที่แล้วในคอนเซ็ปต์อาเซียน เขียนเป็นภาพการ์ตูนเด็กชายหญิงประกอบท่าทางทักทายในภาษาของแต่ละประเทศ เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมการทักทายระหว่างกันของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง10ชาติ เตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558

และล่าสุดยังได้สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการเปิดนิทรรศการชุด Asean Journey เจออะไร? ในอาเซียน เป็นนิทรรศการยาวข้ามปีตั้งแต่บัดนี้ จนถึง 31 มีนาคม 2558 ณ พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร สามเสนในเชิญชวนให้เยาวชนและประชาชนผู้สนใจได้เดินทางไปกับการเรียนรู้เรื่องราวหลากหลายแง่มุมของ10ประเทศในอาเซียนรวมถึงข้อมูลอะเมซิ่งของแต่ละประเทศที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนเพื่อเตรียมก้าวสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มจากหัวข้อ "กิน ใส่ สไตล์อาเซียน" ที่รวมเอาเครื่องแต่งกายและเมนูอาหารเด็ดของแต่ละประเทศมาจัดแสดงผ่านกิจกรรมแบบอินเตอร์แอ็คทีฟเพื่อค้นหาเรื่องราวในหลากหลายแง่มุม อาทิ เดินทางไปกัมปงไอเยอร์ ประเทศบรูไน หมูบ้านลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อค้นหาความเป็นบรูไน เดินทางไปนครวัดค้นให้ลึกถึงแก่นแท้ของความเป็นกัมพูชา หยิบไฟฉายไปJourney อินโดนีเซียตอนกลางคืน ล่องเรือแม่น้ำโขงสำรวจลาวประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจก้าวหน้าแต่ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมวิถีชีวิตและความเป็นอยู่อย่างมีเอกลักษณ์ รู้จักพม่าในมุมใหม่เดินทางไปท่าเรือน้ำลึกทวายท่าเรือใหม่นำเข้า-ส่งออกสินค้า และวัฒนธรรมจากประเทศพม่าสู่นานาประเทศ ปีนตึกปิโตรนัสมองมาเลเซียในมุมสูงค้นหาเรื่องราวหลากหลายของมาเลเซีย

เดินฝ่าตึกสูงย่านการค้าค้นหาเรื่องราวของสิงคโปร์ เดินทางไปรู้จักฟิลิปปินส์กับ แมนนี่ ปาเกียว เดินทางผ่านลาลองเบย์อ่าวแห่งมังกรผู้ดำดิ่งสำรวจทำความรู้จักประเทศเวียดนามและเดินทางชมความหลากหลายในไทยแลนด์ ประเทศที่มีความหลากหลายวาไรตี้ มีทุกอย่างอยู่ในประเทศเดียวทั้งความทันสมัยทางวัตถุและวัฒนธรรม

ไฮไลท์ของงานคือ คอลเลคชั่นแสตมป์อาเซียนชุดต่างๆเหมาะสำหรับนักสะสมและยังเป็นสื่อเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชนผู้สนใจได้เป็นอย่างดี

ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ที่ผู้คนสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียเสียจนการเขียนจดหมายกลายเป็นสื่อล้าสมัยเป็นผลพลอยให้แสตมป์ถูกลดจำนวนยอดจำหน่าย เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับทุกประเทศในโลก ไม่เว้นแม้แต่อาเซียน จากการเปิดเผยของ คุณวิบูลย์ เสรีชัยพร ผู้จัดการฝ่ายการตลาดตราไปรษณียากร บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ทำให้ทราบว่าปัจจุบันทุกประเทศประสบปัญหาแบบเดียวกัน คือการใช้แสตมป์น้อยลง สำหรับประเทศไทย เมื่อ10ปีที่แล้วเคยพิมพ์แสตมป์ปีละ3ล้านดวง ปัจจุบันเหลือเพียง 5-7แสนดวง ยกเว้นบางปีที่มีการพิมพ์ไปรษณียากรพิเศษ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา อาจเพิ่มเป็น 9แสน-1ล้าน2แสนดวง ปัญหานี้ทำให้บริษัทไปรษณีย์ไทยได้หันมาสร้างบทบาทใหม่ให้แก่แสตมป์ ด้วยการเป็นสิ่งสะสมทำเป็นแสตมป์ชุดซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง อาทิ ชุดไดโนเสาร์ สุริยจักรวาล ขนมหวาน สัตว์น้ำประจำจังหวัด นอกจากนี้ยังริเริ่มการทำแอปพลิเคชั่นให้แสตมป์มีชีวิตเป็นแสตมป์ที่จะเข้าไปอยู่ในโลกไซเบอร์ และสามารถเล่นเกมได้ด้วย ขณะเดียวกันมีบริการทำโปสการ์ดมีชีวิตเพื่อส่งความสุขในวันเกิดเป็นวิดีโอคลิปความยาว 15 วินาที ในราคาค่าบริการเพียงครั้งละ 35 บาท สำหรับในประเทศ และ 45 บาท สำหรับต่างประเทศทั่วโลก ทุกประเทศในอาเซียนต่างปรับตัวในเรื่องของการดีไซน์แสตมป์ให้มีความสวยงามแปลกใหม่และทันสมัย ที่ก้าวหน้ามาก คือของอินโดนีเซีย ที่สามารถใช้แสตมป์เป็นจุดขายทางด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

คุณวิบูลย์ซึ่งหลงใหลในเสน่ห์ของแสตมป์บอกว่า ตั้งแต่มาทำงานด้านนี้ ยิ่งศึกษาเกี่ยวกับแสตมป์ก็ยิ่งได้ความรู้ และเห็นว่าเราสามารถใช้ประโยชน์จากแสตมป์ในการเป็นคลังความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนตามสโลแกน "แสตมป์ ยิ่งเรียนรู้ ยิ่งรอบรู้" ควบคู่ไปกับการจัดทัศนศึกษา 1 วัน ในโครงการตะลุยโลกแสตมป์ จัดอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 แล้ว เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้โลกกว้างผ่านตราไปรษณียากรชุดสำคัญๆที่อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้และความสนุกสนาน ปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่าและรักษาเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมมรดกไทย

สำหรับความร่วมมือกับอาเซียน บริษัทไปรษณีย์ไทย ทำอย่างต่อเนื่องมาตลอด และในปีหน้ามีการหารือร่วมกันที่อาเซียนจะออกแสตมป์ร่วมเป็นหนึ่งเดียว ดวงแรกของโลก ซึ่งยังไม่เคยมีกลุ่มประเทศใดทำมาก่อน แม้แต่สหภาพยุโรป ผู้จัดการฝ่ายการตลาดตราไปรษณียากร บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

ที่พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนใน ก่อนถึงวัดไผ่ตัน ย่านสะพานควาย สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้สนใจความงดงามและหลากหลาย การบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแสตมป์และวิวัฒนาการความต่อเนื่องของกิจการไปรษณีย์ไทยที่ประกาศตัวอย่างภาคภูมิใจว่า สยามเป็นประเทศที่มีความเจริญเสมอด้วยนานาอารยประเทศ ด้วยการริเริ่มไปรษณีย์เป็นของตนเองในยุคที่ระบบไปรษณีย์ยุคใหม่ของโลกยังอยู่ในยุคเริ่มต้น โดยถือกำเนิดขึ้นจากการทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง ทำให้เกิดการจัดตั้งสถานกงสุลอังกฤษขึ้นในกรุงเทพฯ เป็นผลให้การค้ากับต่างประเทศตื่นตัว มีบริษัทของอังกฤษและบริษัทต่างชาติหลายแห่งมาเปิดสาขาในกรุงเทพฯ ราว พ.ศ.2410 สถานกงสุลอังกฤษได้นำเอาระบบการเดินหนังสือผ่านที่ทำการไปรษณีย์เข้ามาใช้ในการติดต่อกับต่างประเทศ ในช่วงที่สยามยังไม่มีกิจการไปรษณีย์ของตนเอง จึงส่งผลให้ไปรษณีย์ระหว่างประเทศต้องพึ่งพากงสุลอังกฤษเป็นหลัก ในพ.ศ.2423 เจ้าหมื่นเสมอใจราชข้าราชการผู้ซึ่งเคยไปเห็นแบบแผนของการไปรษณีย์ในต่างประเทศ ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ขอให้ทรงพระกรุณาริเริ่มจัดตั้งการไปรษณีย์ขึ้นในประเทศไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมหลวงภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช เป็นผู้นำในการจัดตั้งไปรษณีย์ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2424 ทั้งที่เวลานั้นถือเป็นกิจการใหม่ของสยามที่ต้องอาศัยความวิริยะอุตสาหะ และความเสียสละเป็นอย่างสูง เนื่องจากคนไทยยังมีใช้ทั้งบ้านเลขที่ และนามสกุล และยังมีผู้เห็นว่าเป็นกิจการที่ลงทุนได้ไม่คุ้มเสีย

หลังจากสยามสถาปนากิจการไปรษณีย์ขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2424 รับส่งหนังสือทดลองตั้งแต่วันเสาร์ เดือนเก้า ขึ้นค่ำหนึ่ง ปีมะแม เบญจศก 1245 ส่งหนังสือในกรุงเทพฯ ระหว่างสามเสนเป็นเขตด้านข้างเหนือ บางคอแหลมเป็นเขตด้านข้างใต้ ตลาดพลูเป็นเขตด้านข้างตะวันตก สระปทุมเป็นเขตด้านข้างตะวันออก มีคนเดินหนังสือ เรียกว่า พวกไปรษณีย์บุรุษ ส่งหนังสือวันละ3ครั้ง ออกจากตึกไปรษณีย์ใหญ่เวลาเข้าโมง1ครั้งหนึ่ง เช้า 5 โมง ครั้งหนึ่ง บ่ายสี่โมงอีกครั้งหนึ่งเป็นวันละ 3 เวลา แสตมป์ชุดแรกเรียกว่า แสตมป์ชุดโสฬศ เป็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ มี 6 ชนิดราคา คือ 1 โสฬศ หนึ่งอัฐ หนึ่งเสี้ยว ซีกหนึ่ง เพื้องหนึ่ง และสลึงหนึ่ง 1 โสฬศมีค่าต่ำสุด (1บาท เท่ากับ 128 โสฬศ) โดยออก ในพ.ศ.2426 คล้อยหลัง 43 ปี นับจากอังกฤษประกาศใช้แสตมป์ดวงแรกของโลก ในพ.ศ.2383 ในรัชสมัยสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของระบบไปรษณีย์โลก

จนถึงปัจจุบันไปรษณีย์ไทยได้สืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ มากว่า 130 ปี ในยุคสมัยที่มหาอำนาจชาติตะวันตกได้ใช้พลังอำนาจและวิทยาการเหนือกว่า เพื่อครอบงำผู้คนในประเทศอื่นในทุกวิถีทาง กิจการไปรษณีย์และแสตมป์ไทย คือบทพิสูจน์ในการยืนหยัดเอกราชอย่างชาญฉลาดของพระมหากษัตริย์ไทย จนก้าวหน้ามาถึงทุกวันนี้ วันที่เราจะร่วมเป็นหนึ่งเดียวในอาเซียน และมีแสตมป์แห่งอาเซียนประกาศการหลอมรวมเป็นประชาคมอาเซียน

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสน ในสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2271-2439 ในวันและเวลาราชการ