เขาใหญ่...มนต์ขลังมิรู้ลืม

ตอนที่ 4 : porcupine ชีวิตคู่ที่ไม่ธรรมดา
ท่องเที่ยวไป...ใจเปี่ยมสุข

ผู้เขียนเจอเม่นตัวเป็นๆ ที่เขาใหญ่ เป็นเรื่องจริง และแปลก มันเข้ามาหาเราถึงหน้าบ้านพัก เจอเม่นครั้งแรก...ตอนที่ไปพักบ้านรัฐมนตรี โซนธนะรัชต์ ซึ่งเป็นบ้านพักหลังใหญ่ สองชั้น เป็นบ้านแฝดที่แต่ละหลังมีห้องพักถึง 3 ห้องนอน 3ห้องน้ำ วันนั้นเป็นเวลาตอนเย็นใกล้โพล้เพล้แล้ว ขณะที่นั่งชมวิวรับลมบนระเบียงบ้านชั้นบน เราเห็นตัวอะไรคลานดุ๊กดิ๊กออกจากราวป่าข้างบ้าน ตอนแรกคิดว่าเป็นหมูป่าที่เคยเห็นมาก่อน แต่พอเพ่งดูดีๆ อ้าว! เป็น Porcupine หรือเม่น

เม่น หรือ Porcupine เป็นสัตว์ฟันแทะที่เลี้ยงลูกด้วยนม มีขนาดกลางค่อนข้างไปทางใหญ่ จุดเด่น คือขนบนตัวที่เป็นหนามแหลม ใช้สำหรับป้องกันตัว เม่น เป็นสัตว์ที่มีความเชื่อว่าสามารถสะบัดขนเข้าใส่ศัตรูได้ แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อเม่นพบศัตรูจะรีบหันหลังให้แล้ววิ่งหนีไปพร้อมทั้งสั่นขนให้เกิดเสียงดังกราวๆเป็นการเตือน ไม่ให้ศัตรูเข้าใกล้ แต่ถ้าศัตรูยังวิ่งไล่อยู่เม่นจะรีบหยุดทันที พร้อมทั้งพองขนให้ตั้งชัน และวิ่งถอยหลังเข้าหา ศัตรูที่วิ่งตามไม่สามารถจะหยุดได้ทันจึงถูกขนเม่นทิ่มตำ ขนเม่นจะหลุดจากตัวเม่นได้ง่ายมาก มักจะติดไปกับสัตว์ที่เข้ามาทำอันตรายเสมอและอาจทำให้ศัตรูตายได้ในอดีต พรานป่าที่เข้าไปล่าสัตว์มักจะนำสุนัขไปด้วยเพื่อช่วยดมกลิ่นและค้นหาสัตว์ป่าถ้าพบเห็นเม่นมันจะวิ่งไล่ทันที เมื่อเม่นหยุดวิ่ง สุนัขจะวิ่งชนเม่นทันทีจึงมักได้รับบาดเจ็บและมีขนเม่นติดตามตัว เมื่อเจ้าของสุนัขพบเข้าจึงคิดว่าเม่นสะบัดขนเข้าใส่ ทำให้เกิดความเชื่อผิดๆตามกันมา ในประเทศไทย พบเม่นได้ 2 ชนิด คือเม่นใหญ่แผงคอยาว (Hystrix brachyura) และเม่นหางพวง (Atherurus macrourus)

เจ้าเม่นตัวแรกที่เราเห็น มันมาแค่ตัวเดียว ค่อยๆเดินต้วมเตี้ยมจากราวป่าข้ามถนนตรงไปแนวป่าข้างหน้าอย่างเชื่องช้า อุ้ยอ้ายซะไม่มี จนลับตาไปพร้อมความมืดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณบ้านพัก

ครั้งที่ 2 และครั้งต่อๆมาอีกหลายครั้ง เราพักที่บ้านสำนักยายกรัฐมนตรี หลังสุดท้ายติดราวป่า ยามโพล้เพล้ เราเฝ้ามองเจ้า Porcupine ออกมา เอ๋!! คราวนี้มันไม่มาตัวเดียวแฮะ พาคู่รักของมันมาด้วย มันเดินต้วมเตี้ยมตามกัน ตามเส้นทางที่มันเคยเดินทุกครั้ง เราเฝ้ามองจนมันเดินลับหายไปสายตา บางวันมันไม่มาตามนัด แต่โผล่มาเกือบสามทุ่มก็มี เรามันนักตั้งชื่ออยู่แล้ว เอาเลย เจ้าสองตัวนี่ ตัวหนึ่งชื่อ "เจ้าต้วมเตี้ยม" แล้วกัน ส่วนอีกตัวเอาเป็น "เจ้าดุ๊กดิ๊ก" ตั้งชื่อตามลักษณะการเคลื่อนไหวของมัน

นอกจากเฝ้ามองพวกมันแล้ว เรายังตามเก็บภาพเจ้าต้วมเตี้ยมและเจ้าดุ๊กดิ๊ก ไว้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ มันเป็นภาพชีวิตคู่เล็กๆที่น่ารัก มีความสุขในแบบฉบับของมัน ออกทำมาหากินด้วยกัน อิ่มด้วยกัน หิวด้วยกัน สุขทุกข์ด้วยกันตามประสาผัวเมีย ใช้ชีวิตเป็นคู่ จากการเฝ้าสังเกตดูพฤติกรรมของมันมาระยะหนึ่ง เราคิดเอาเองว่า Porcupineไม่ใช่สัตว์ที่อยู่เดี่ยว หรืออยู่รวมกันเป็นฝูง

บางครั้ง บางโอกาส เจ้าต้วมเตี้ยมและเจ้าดุ๊กดิ๊ก จะออกมามืดหน่อย เราสังเกตจากเสียงของมัน แล้วจะแอบดูไม่ให้มันรู้ เดี๋ยวมันจะตกใจวิ่งหนีไป อดดูกัน มันเข้ามาจนถึงหน้าบ้านพัก มากินมะละกอที่เราแอบโรยไว้ เมื่อได้ยินเสียงสวบๆจ๊วบๆเบาๆ แสดงว่าเจ้าต้วมเตี้ยมและเจ้าดุ๊กดิ๊กมาแล้ว เราเคยตั้งกล้องถ่ายภาพวิดีโอไว้ แต่ภาพไม่ชัดเพราะแสงน้อยเกินไป

อีกครั้งขณะเดินเล่นยามเย็น มองเห็น เจ้าต้วมเตี้ยมและเจ้าดุ๊กดิ๊กแต่ไกล เรารีบคว้ากล้องย่องตามไปถ่ายชีวิตคู่ที่ไม่ธรรมดาของเจ้า Porcupine คู่นั้น คราวนี้ได้ภาพน่ารักสมใจ ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอคลิปสั้นๆ เราได้ส่งคลิปวิดีโอสั้นๆ แต่น่ารักแชร์ให้เพื่อนในโลกออนไลน์ได้ ร่วมสุขใจร่วมกับเรา