แอ่วปอยส่างลอง...แล้วไปเยือนวัดฟ้าเวียงอินทร์

ชีวิตกับการเดินทาง

เวียงแหงนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรม และประเพณีปอยส่างลอง ก็เป็นอีกหนึ่งประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามที่ผู้คนหลั่งไหลกันมาร่วมงานกันอยู่ประจำทุกปี

งานประเพณีปอยส่างลอง หรือที่เรียกว่า"งานบวชลูกแก้ว"เป็นงานประเพณีประจำของชาวไต หรือไทยใหญ่ ซึ่งได้มีการจัดสืบทอดกันมายาวนาน

คำว่า 'ปอย' แปลว่า งาน ซึ่งหมายถึง งานเทศกาล งานรื่นเริง งานมงคลต่างๆ 'ส่าง' แปลว่า พระ-เณร และ 'ลอง' มาจาก คำว่า อะลอง แปลว่า กษัตริย์ ราชา เกี่ยวกับเจ้าแผ่นดิน เมื่อรวมกันก็หมายถึง งานเตรียมบวชเป็นพระเณรของเด็กที่แต่งดาเป็นกษัตริย์หรือราชานั่นเอง

โดย งาน 'ปอยส่างลอง' นี้ จะนิยมจัดในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงที่ชาวบ้านมีเวลาว่างเว้น หลังจากเก็บเกี่ยวพืชผลเกษตรในไร่นาแล้วเสร็จ ประกอบกับเป็นช่วงปิดเทอมปิดภาคเรียนของเด็กๆ สาเหตุที่ชาวไทยใหญ่ได้จัดงานนี้ก็เพราะต้องการให้บุตรหลานได้มีโอกาสบรรพชา เป็นพระภิกษุสามเณรเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา

ดังจะเห็นได้ว่าชายชาวไทยใหญ่ที่นับถือพระพุทธศาสนา ล้วนจะได้ผ่านการบวชเป็นพระหรือสามเณรจากงานประเพณีปอยส่างลองนี้กันมาแทบทั้งสิ้น

ปัจจุบัน บรรยากาศของงานปอยส่างลองในเวียงแหงนั้นที่จัดกันมาทุกปีก็คือที่วัดกองลม และวัดเปียงหลวง ซึ่งบรรยากาศปอยส่างลองที่เปียงหลวงนั้นจะครึกครื้นและมีสีสันบรรยากาศมากกว่า นอกจากจัดขึ้นในวัดเปียงหลวง แล้ว ยังได้จัดงานบริเวณสนามหญ้าโรงเรียนบ้านเปียงหลวง

แต่ละปี ก็จะมีผู้คนนับพันๆคน เข้ามาร่วมงาน กลางวันมีการแห่ขบวนส่างลอง ไปรอบๆชุมชน กลางคืนมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไต อาทิ การรำโต การฟ้อนกิ่งกะหร่า การแสดงจ๊าตไต หรือลิเกไทยใหญ่ รวมไปถึงการแสดงดนตรียุคใหม่ของหนุ่มสาวชาวไทยใหญ่ให้คนเฒ่าคนแก่ คนรุ่นใหม่ได้มานั่งชมกัน และภายในงานยังตื่นตากับเสื้อผ้าชุดไต และอาหารไต วางขายให้เลือกชิมเยอะมากมาย

เมื่อไปเยือนเปียงหลวงแล้ว อยากให้คุณไปเที่ยวชม วัดฟ้าเวียงอินทร์...วัดสองแผ่นดิน ของเมืองชายแดน ที่มีประวัติศาสตร์และตำนานที่น่าสนใจ

อย่างที่บอกนั่นแหละว่า ในพื้นที่อำเภอเวียงแหง มีอีกสถานที่หนึ่ง ที่ดึงดูดความสนใจของนักเดินทาง นั่นคือ 'วัดฟ้าเวียงอินทร์' ตั้งอยู่บนรอยตะเข็บชายแดน ระหว่างบ้านหลักแต่ง ของไทย กับบ้านป๋างก้ำก่อ รัฐฉาน ของพม่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2511 ในยุคของพ่อเฒ่าโปโมเฮง หรือนายพลกอนเจิง ประธานสภาปฏิวัติชนชาติไต เป็นผู้ร่วมชักชวนพี่น้องชาวไตที่อาศัยอยู่ทั้งสองฟากฝั่งไทยและรัฐฉาน ร่วมกันสร้างด้วยแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนาร่วมกันสร้างขึ้นมา เพื่อเชื่อมร้อยให้เป็นศูนย์รวมยึดเหนี่ยวของผู้คนสองฟากฝั่ง

ทว่าเมื่อเขาสิ้นชีพแล้ว ความขัดแย้งเริ่มโหมเข้ามาปกคลุม ในช่วงเวลานั้น เกิดการสู้รบกันระหว่างกองกำลังกู้ชาติไทยใหญ่ กับทหารพม่าอย่างหนักหน่วงรุนแรง จนต่อมา กองกำลังกู้ชาติไทยใหญ่ ต้องถอยร่นออกไปตั้งฐานที่มั่นบนดอยไตแลง ทำให้ทหารพม่าเข้ายึดพื้นที่ของรัฐฉานจนชิดติดเขตชายแดนไทย

สุดท้าย วัดฟ้าเวียงอินทร์ จำต้องถูกแบ่งแยกแบ่งเขตพื้นที่การครอบครองกันคนละครึ่ง

โดยฟากฝั่งหนึ่งกลายเป็นฐานที่มั่นของทหารพม่า อีกฟากหนึ่งคือวัดฟ้าเวียงอินทร์ ตั้งอยู่ฝั่งไทย เป็นวัดที่พุทธศาสนิกชนได้เดินทางมาทำบุญกันทุกวันสำคัญทางพุทธศาสนาและนักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าไปเยี่ยมชมกันได้ทุกวัน

ภายในวัด มีศิลปวัฒนธรรมของชาวไทยใหญ่หลากหลาย เช่น วิหารไต มาระชีนะเจดีย์ ห้องแสดงภาพประวัติศาสตร์ชาติไตในอดีต เป็นต้น

ทำให้เราได้สัมผัสและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของเมืองชายแดนได้ชัดเจนกันมากขึ้น

(ข้อมูล/ภาพประกอบ : พลศรี ศรีโยธา, เว็บไซต์คนเครือไท (www.khonkhurtai.org), อบต.เปียงหลวง