จิตวิญญาณแห่งท้องทะเล

วิถีอาเซียน-วิถีไทย

คนไทยจำนวนไม่น้อยอาจแปลกใจต่อความรู้สึกนึกคิดของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกที่ต่างยกย่องให้บาหลีเป็นเสมือนสรวงสวรรค์บนดินที่มนุษย์สามารถเอื้อมมือไขว่คว้าและสัมผัสได้ด้วยตนเองบนผืนโลก ถ้าเทียบกันหาดต่อหาด อ่าวต่ออ่าว หรือมนต์เสน่ห์ของท้องทะเลไทยที่มีให้เลือกมากมายหลายจุด ด้วยความยาวกว่า 2,000 กิโลเมตร แต่ทุกวันนี้บาหลีก็ยังเป็นสถานที่ดึงดูดใจได้ด้วยสิ่งที่มากกว่า ทะเล อย่างน่าอัศจรรย์ นอกเหนือจากการรักษาจิตวิญญาณแห่งความเป็นฮินดู รากเหง้าแห่งลัทธิพราหมณ์ที่ชวนให้ผู้คนถวิลหาพากันเดินทางไปถึง

ในวันที่เสียงคำรามของภูเขาไฟคุกรุ่นขึ้นบนเกาะซึ่งเต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม ชีวิต แรงศรัทธา ศาสนา งานประเพณี ธรรมชาติ นาขั้นบันได ระบำบารอง ผ้าบาติค หน้ากากไม้ และสาวหน้าอกชิด หน้าเข้ม ตาคม ที่รู้จักกันในนามของเกาะบาหลี หนึ่งในจำนวน 13,600 เกาะของประเทศอินโดนีเซีย อาจทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวอย่างมหาศาลของจุดดึงดูดใจแห่งนี้ชะงักงันไปบ้าง แต่คงเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ไม่ช้าก็จะผ่านไป เพราะสำหรับคนที่นั่นพวกเขาคุ้นชินกับการกราบไหว้บูชาเซ่นสรวงบูชาเทพเจ้า ภูตผีปิศาจ ชาวบาหลีถือว่า การบูชาทั้งเทพเจ้าและภูมิผีคือการสร้างสมดุลระหว่างความดีและความเลว พวกเขาได้เรียนรู้ว่าในจิตวิญญาณของชาวบาหลีด้วยการนับถือเทพแห่งธรรมชาติอีกมากมายหลายองค์ ทั้งเทพแห่งทะเล เทพแห่งขุนเขา เทพแห่งทะเลสาบ ซึ่งจัดเป็นเทพชั้นสูง ล่วงเลยไปจนถึงภูติผีต่างๆที่เป็นเทพชั้นต่ำด้วยเพื่อไม่ให้ความเลวร้ายมากล้ำกราย ชาวบาหลีจึงได้สมญาเป็นชนชาติที่ใช้กระทงเปลืองที่สุด เพราะทุกวัน วันละ 5 เวลา ทุกครอบครัวต้องทำกระทงเล็กๆใส่เครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าหรือ จานัง จำนวนนับไม่ถ้วน ผู้คนที่นั่นเชื่อว่าภูเขาไฟ 3 ลูกคือ บาตูร์ บาตูเกา และอากุง มีความศักดิ์สิทธิสูงสุด เป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาลที่ยึดเหนี่ยวแห่งจิตวิญญาณ วัฒนธรรมและภูมิศาสตร์นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งต้นน้ำอีกด้วย

ด้วยเงินในกระเป๋าที่จำกัด บาหลีเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คจะได้ความคุ้มสุดคุ้ม ชื่อของ บาหลี โดยเฉพาะปลุกภาพลักษณ์ลึกลับซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้หลายร้อยปีแล้ว ด้วยอัธยาศัยไมตรีพร้อมรอมยิ้มบนใบหน้า ทั้งวัฒนธรรมที่หลากหลายมากพอๆกับงานศิลปะ ภูมิทัศน์ ชายหาดที่งดงามและวัดอีกหลายพันแห่ง เมื่ออาคันตุกะจากแดนไกลแวะไปเยือน อูลูวาตู หน้าผาหินประชิดมหาสมุทรอินเดียทางใต้สุดของเกาะบาหลี พวกเขาไม่เพียงจะได้ยลภาพดวงอาทิตย์ในยามอัสดงกลางทะเลลึกในมุมที่งดงามที่สุดในโลก โดยมีวิหารฮินดูอันสง่างามตั้งตระหง่านเป็นองค์ประกอบฉากอันพิสุทธิ์ แต่พวกเขายังจะได้สัมผัสลึกลงไปในจิตวิญญาณของชาวบาหลีซึ่งเต็มไปด้วยศรัทธาอันแรงกล้าสูงส่งต่อองค์ ตรีมูรติ ประมุขเทพที่รวมร่างพระศิวะ พระพรหม และพระนารายณ์ เทพชั้นสูงในศาสนาฮินดูไว้เป็นหนึ่งเดียว พร้อมกับร่วมรำลึกถึง นิรารถ เจ้าชายผู้หนีจากเกาะชวามาปักธงแห่งศรัทธาผืนแรกบนเกาะบาหลีอีกต่างหาก วิหารอูลูวาตู จึงควรค่ากับความหมายว่า สรวงสวรรค์แห่งภูผา บ้างอาจจะเลือกไปนั่งจิบน้ำมะพร้าวขณะชมดวงตะวันลาผืนน้ำ ณ วิหารทานาห์ล็อต ซึ่งแปลว่า จิตวิญญาณแห่งแผ่นดิน เรียนรู้จิตวิญญาณของชาวบาหลีได้ไม่แพ้กัน

เสน่ห์ของดินแดนแห่งนี้ที่ตราตรึงใจนักท่องเที่ยวยังอยู่ที่อัธยาศัยไมตรีของชาวบาหลีที่นักประพันธ์ลือนามยกย่องว่า น่ารักเหมือนผึ้งถลาปีกในสายลมแสงแดด สันนิษฐานว่าเป็นเพราะบรรพชนของพวกเขามีความละม้ายคล้ายอเมริกันชนที่อพยพย้ายถิ่นหนีการถูกกดขี่ไปแสวงหาที่ทางแห่งใหม่ ทำให้ชาวบาลีนีสมีอุปนิสัยต้อนรับคนนอกศาสนาอย่างไม่รังเกียจ และยังอาจได้รับไมตรีมอบน้ำมนต์ เมล็ดข้าวและดอกไม้จากพราหมณ์หลังเสร็จสิ้นพิธีกรรมบูชาเทพเจ้า ซึ่งหากต้องการไมตรีตอบ อาคันตุกะก็มักจะรับน้ำมนต์ใส่อุ้งมือมาดื่มกินเอาเมล็ดข้าวมาแตะหน้าผาก แล้วทัดดอกไม้ที่หูหรือที่ผ้าโพกศีรษะเช่นเดียวกับที่ชาวบาหลีกระทำกัน

ในบาหลีพิธีกรรมทางศาสนากลายเป็นจุดขายของนักท่องเที่ยว โบรชัวร์เชิญชวนให้ซื้อทัวร์ไปเข้าร่วมพิธีศพของชาวบาหลีมีให้เห็นเป็นเรื่องธรรมดา สามารถเลือกวันเวลาที่อยากเยี่ยมชมหรือเข้าร่วมในพิธี ขอเพียงแต่งกายให้เหมาะสมหรือคาดผ้าเหลืองที่เอวแสดงความคารวะผู้ตายก็สามารถเข้าร่วมในพิธีแห่และเผาศพเพื่อให้ดวงวิญญาณของผู้ตายไปหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวบาหลีเอง ชาวบาหลียังมีความเชื่อในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดในลักษณะเดียวกับคนไทย พิธีกรรมสำคัญแรกเริ่มตั้งแต่การเกิด ด้วยการนำรกใส่กะลามะพร้าวไปฝังตรงทางเข้าบ้าน เชื่อว่าเด็กคือบรรพบุรุษกลับชาติมาเกิด จึงถือว่าเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์และควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ เมื่อถึงวัยแรกรุ่นจะทำพิธีตะไบฟันเพื่อกำจัดนิสัยที่ไม่ดีและเป็นการควบคุมกิเลส ส่วนพิธีกรรมสุดท้ายและสำคัญที่สุดในวงจรชีวิตได้แก่การฌาปนกิจ ซึ่งคนบาหลีมองว่าเป็นวาระอันน่ายินดีเพราะเป็นการปลอดปล่อยวิญญาณจากร่างของผู้ตาย

งานนักขัตฤกษ์สำคัญของชาวบาหลี คือโอดาลัน มีขึ้นปีละครั้งในช่วงพระจันทร์เต็มดวง เพื่อเป็นการฉลองวันเกิด หรือการอุทิศของวัด อาจจัดวันเดียวหรือเป็นงานใหญ่หลายสัปดาห์ แต่งานนักขัตฤกษ์สำคัญที่สุด เรียกว่า กาลูงัน ด้วยความเชื่อที่ว่าบรรพบุรุษจากสรวงสวรรค์จะลงมาสถิตที่วัดของครอบครัว เปิดโอกาสให้ลูกหลานมาทำพิธีบูชา 5 วัน ตลอดเทศกาลมีการประดับประดาตามท้องถนนด้วย เปินโจร์ หรือเสาไม้ไผ่สูง ตกแต่งด้วยใบตอง ผลไม้และขนมนานาชนิด นอกจากนี้ยังมีเทศกาล ตุมเปะก์ อันเป็นประเพณีเพื่อการแสดงความเคารพต่อสิ่งที่ช่วยในการดำเนินชีวิต

ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คูต้าบีช หรือ นูซะดัวบีช อาจไม่ประทับใจเท่าอ่าวมาหยาหรือหาดป่าตอง แต่กระเป๋าหนังของชาวบาหลีที่หน้าถ้ำช้าง กัวคชา อาจมีราคาย่อมเยาเหมือนได้เปล่า ผ้าบาติคระหว่างทางไปวิหารทานาห์ล็อตมีลวดลายวิจิตรจะไม่น่าเชื่อว่าจะมีราคาแสนย่อมเยา หน้ากากนางสีดากับไม้แกะสลักรูปพระพิฆเนศที่บาตูร์บุหลัน กระทั่งภาพวาดสีน้ำมันรูปสาวบาหลีเปลือยอกที่ถนนศิลปินอูบุด โมบายร้อยแปดแบบที่มีให้เลือกระหว่างทางขึ้นภูเขาคินตะมานี ทำให้บาหลีมีผู้ยินดีมาเยือนเพิ่มขึ้นทุกปี

หัวใจของบาหลียังอยู่ที่นาฏศิลป์ซึ่งงดงามและเป็นแบบฉบับอันโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นระบำบาร็อง ประกอบการต่อสู้ด้วยกริช ระบำซังห์ยัง เดอดารี หรือการร่ายรำของนางสวรรค์ ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย ที่เห็นชัดคือการแสดงออกทางสีหน้า เครื่องประดับศีรษะและอัญมณี ตลอดจนท่าร่ายรำ ชาวบาหลีจะแยกนาฏศิลป์ออกเป็นประเภทต่างๆ คือ การร่ายรำศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่า วาลี พิธีการ เรียกว่า เบอบาลี และเพื่อการชม เรียกว่าบาลี-บาลีฮัน มีหลักฐานชี้ว่านาฏศิลป์และการละครมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับศาสนาและมีบทบาทต่อชีวิตชาวบาหลีมาช้านาน โดยในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จุดสนใจของนาฏศิลป์และการละครได้เปลี่ยนจากราชสำนักมาสู่สามัญชน นางรำของบาหลีจะมีลีลาว่องไว ตาเบิกกว้างเหลือบแลไปมาตลอดเวลา ยกแขน ขา สูง เคลื่อนไหวรวดเร็ว ปราดเปรียวคล้ายแมว

บาหลียังขึ้นชื่อในด้านวายัง หรือการเล่นหนังตะลุง โดยวายังรามายณะ เป็นที่นิยมเล่นกันมากที่สุด นอกจากนี้ยังมี วายัง ปาร์วา เล่นเรื่องจากมหากาพย์ มหาภารตะ ส่วน วายัง จาโลนารัง คือละครหุ่นเชิดซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของร่างทรง ผู้เป็นตำนานของชวาในศตวรรษที่ 1 ในยุคโบราณ วายัง โอรัง เป็นส่วนหนึ่งของรัฐพิธี โดยจัดแสดงในศาลาเปิดโล่งเพื่อเฉลิมฉลองในการเสด็จขึ้นครองราชย์และการอภิเษก การแสดงครั้งหนึ่งกินเวลาหลายวัน และใช้ผู้แสดงราว 300-400 คน

เฉกเช่นเดียวกับเมืองตากอากาศที่ได้รับความนิยมของโลกที่ความเจริญและการพัฒนามาเยือน ทุกวันนี้บาหลีใต้สามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้มากที่สุด ด้วยระบบสาธารณูปโภคการการค้าพาณิชย์ที่มีการพัฒนาอย่างเต็มที่ ให้บรรยากาศแบบเมืองใหญ่ซึ่งรายล้อมด้วยป้ายโฆษณาโรงแรม บริษัททัวร์ และร้านค้า ตึกรามทันสมัย

สปาในโรงแรมระดับห้าดาว และไนต์คลับบาร์เบียร์ แม้กระนั้นเกาะแห่งนี้ก็ยังต่างไปจากเมืองชายทะเลอีกหลายแห่ง รวมถึงประเทศไทย ด้วยจิตวิญญาณของการดำรงวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมให้คงอยู่อย่างยั่งยืนบนศรัทธาแห่งศาสนา ไม่มีการตามใจให้นักท่องเที่ยวแต่งตัวประเจิดประเจ้อซึ่งจะเป็นการไม่เคารพต่อขนบประเพณี พวกเขายินดีต้อนรับทั้งแม็คโดนัลล์หรือเคนตักกี้ตราบเท่าที่จะต้องไม่อยู่บนตึกสูงเกินกว่ายอดมะพร้าว และต้องตกแต่งอาคารร้านค้าด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาหลี เวลาจึงมิอาจทำลายเสน่ห์ที่อยู่ในจิตวิญญาณของชาวบาหลีได้แต่อย่างใด